นรม.อิสราเอลระบุว่าจะร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการโจมตีอิหร่านต่อไป

นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงเมื่อ 3 เม.ย.69 ว่า กองทัพอิสราเอลจะยังคงปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยประสานงานกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่าระบอบอิหร่านกำลังอ่อนแอลง ซึ่งเป็นผลจากปฏิบัติการทางทหารร่วมกันระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ  นรม.เนทันยาฮู อ้างความสำเร็จในการทำลายศักยภาพการผลิตเหล็กของอิหร่านได้ ร้อยละ 70 ซึ่งเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการบั่นทอนแหล่งเงินทุนและขีดความสามารถในการผลิตอาวุธของ กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) พร้อมทั้งประกาศจะกำจัดผู้บัญชาการทหาร  ทำลายสะพาน และโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ของอิหร่านเพิ่มเติม นอกจากนี้ นรม.เนทันยาฮู ยังระบุว่าจะยังคงโจมตีกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนอย่างหนักและเด็ดขาด โดยย้ำว่ากำลังภาคพื้นดินยังคงปฏิบัติการในภาคใต้ของเลบานอน พร้อมทั้งขยายเขตความมั่นคงเพื่อคุ้มครองชุมชนทางตอนเหนือของอิสราเอล

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันการค้นหานักบินที่ถูกยิงตกในอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุผ่าน Truth Social เมื่อ 5 เม.ย.69 ว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติภารกิจค้นหาเพื่อช่วยชีวิตนายทหารที่บาดเจ็บในการปฏิบัติภารกิจในอิหร่าน โดยยืนยันว่านายทหารคนดังกล่าวปลอดภัย แม้ได้รับบาดเจ็บและถูกตามล่าจากศัตรู  กองทัพสหรัฐฯ ตรวจสอบตำแหน่งของนายทหารตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อวางแผนช่วยเหลือโดยส่งเครื่องบินหลายสิบลำพร้อมติดตั้งอาวุธ เพื่อไปรับนายทหารดังกล่าว หลังจากประสบผลสำเร็จในการช่วยเหลือนักบิน 1 คน  ซึ่งทางการสหรัฐฯ ไม่ได้ยืนยันเพราะไม่ต้องการให้ภารกิจช่วยเหลือครั้งที่สองตกอยู่ในความเสี่ยง ทั้งนี้ ภารกิจช่วยเหลือนายทหารดังกล่าวมีขึ้นหลังเกิดเหตุ เครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน เมื่อ 3 เม.ย. 69​

ปากีสถานประสานสหรัฐฯ-อิหร่านและพันธมิตร เพื่อสนับสนุนการเจรจา ตอ.กลาง

เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ Geo TV และ นสพ.Dawn ของปากีสถาน รายงานเมื่อ 2 เม.ย.69 อ้างถ้อยแถลงของโฆษก กต.ปากีสถาน ว่า ปากีสถานยังคงติดต่อกับผู้นำระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด ทั้งสองฝ่ายชื่นชมความพยายามของปากีสถานในการอำนวยความสะดวกและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจรจาทางการทูต ปากีสถานยังประสานงานกับพันธมิตรในยุโรป ประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organisation of Islamic Cooperation-OIC) และกลุ่มประเทศรอบอ่าวอาหรับ เพื่อบรรเทาความตึงเครียดและส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง โดยยืนยันว่า การสนับสนุนดังกล่าวไม่ใช่การกดดันฝ่ายใด

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสวิจารณ์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่ากำลังทำลาย NATO

สนข.The Guardian และ Euronews รายงานเมื่อ 2 เม.ย.69 ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส วิจารณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ว่า กำลังทำลายความเชื่อใจและความมั่นคงของพันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ด้วยท่าทีและคำพูดที่ขัดแย้ง เปลี่ยนไปมา รวมทั้งการตำหนิพันธมิตรและขู่ว่าจะถอนตัว พร้อมย้ำว่าการโจมตีทางทหารระยะสั้นไม่สามารถแก้ปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในระยะยาวได้ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซต้องเป็นกระบวนการหลายขั้นตอน เกิดขึ้นหลังจากความรุนแรงสงบหรือยุติลง พร้อมการเจรจากับอิหร่าน

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเมียนมา คนที่ 11

นสพ. The Straits Times รายงานเมื่อ 3 เม.ย.69 ว่า ที่ประชุมรัฐสภาเมียนมา ลงคะแนนเลือก พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ (อายุ 70 ปี)  เป็นประธานาธิบดีเมียนมา คนที่ 11 เมื่อ 3 เม.ย.69 โดยใช้วิธีการลงคะแนนแบบปิด ส่วนนายนโยซอ อดีต นรม. ได้รับเลือกเป็นรองประธานาธิบดี คนที่ 1 และนางนันนีนีเอ ประธานพรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นและการพัฒนาแห่งสหภาพ (USDP) ประจำรัฐกะเหรี่ยง ได้รับเลือกเป็นรองประธานาธิบดี คนที่ 2 ตามลำดับ โดย พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและคัดเลือกบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งใน ครม. เพื่อเข้าบริหารประเทศภายใน เม.ย.69 ต่อไป

AI ระบุกัมพูชายังคงอนุมัติให้สร้างกาสิโนแม้พบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์

Amnesty International (AI) รายงานเมื่อ 2 เม.ย.69 ว่า จากตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตอย่างเป็นทางการที่ออกโดยคณะกรรมการกำกับดูแลการพนันเชิงพาณิชย์ของกัมพูชา (CGMC) พบว่าเจ้าของกาสิโนหลายรายมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการควบคุมอาคารและสถานที่ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างน้อย 12 แห่ง โดย CGMC รับรองแผนการก่อสร้างคาสิโนหลายแห่ง เมื่อ ธ.ค.68 และ ม.ค.69 รวมถึง Crown Casino จำนวน 3 แห่ง ของบริษัท Anco Brothers Co. Ltd. ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ทรงอิทธิพลสูงในกัมพูชา ทั้งนี้ AI เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาเร่งชี้แจงเพื่อตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจกาสิโนกับขบวนการค้ามนุษย์

เวียดนามมีแผนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานการเก็บน้ำมันสำรองในประเทศเพิ่มขึ้น

นายฝั่ม มิ๊ญ จิ๊ญ นรม.เวียดนาม สั่งการเมื่อ 1 เม.ย.69 ให้รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานเช่น Petrovietnam ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน และส่วนราชการ จ.ทัญฮว้า เร่งก่อสร้างคลังเก็บน้ำมันดิบในเมือง Nghi Sơn จ.ทัญฮว้า เพื่อสนับสนุนโรงกลั่นน้ำมัน Nghi Son และโรงงานปิโตรเคมีในพื้นที่ใกล้เคียง ภายใต้แผนแม่บทด้านโครงสร้างพื้นฐานการเก็บและจัดหาปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ ปี 2564-2573 ควบคู่กับมอบหมายให้  กค.เวียดนาม ออกกฎหมายเพื่อเป็นแนวทางการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสำรองแห่งชาติ เพื่อขจัดอุปสรรคต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งการแลกเปลี่ยนสินค้าสำรอง และการกำหนดมาตรฐานเฉพาะทางเทคนิคและเศรษฐกิจสำหรับสินค้าสำรอง พร้อมทั้งให้กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าศึกษาและก่อสร้างคลังเก็บน้ำมันเบนซินและน้ำมันดิบในจังหวัดอื่น อาทิ จ.กว๋างงาย และนครโฮจิมินห์

มาเลเซียสั่งการให้ภาคส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ WFH เต็มรูปแบบตั้งแต่ 15 เม.ย.69

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย แถลงเมื่อ 1 เม.ย.69 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ข้าราชการ จนท.ของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทำงานจากที่บ้าน (Work from home-WFH) อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ 15 เม.ย.69  เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง ก่อนหน้านี้ รัฐบาลขอให้ภาคเอกชนปรับรูปแบบการทำงานให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น WFH หรือสลับวันทำงาน นอกจากนี้ นรม.อันวาร์ย้ำว่า รัฐบาลดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติพลังงานโลก จากการหารือกับประธานาธิบดีอิหร่าน ผู้นำประเทศในอ่าวเปอร์เซีย และประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ต่างคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงอีกก่อนจะเริ่มฟื้นตัว ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาสักระยะ

สหรัฐฯ จะทบทวนความสัมพันธ์กับเนโตภายหลังสงครามกับอิหร่านยุติลง

สนข.CNBC รายงานเมื่อ 1 เม.ย.69 อ้างการให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับสื่อ The Telegraph ว่า สหรัฐฯ จะพิจารณาทบทวนการเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ  ภายหลังสงครามกับอิหร่านยุติลง โดยระบุว่า เนโตเป็นองค์กรเสือกระดาษและผิดหวังที่ชาติพันธมิตรเนโตไม่ได้ให้การสนับสนุนสหรัฐฯ ในปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยเปรียบเทียบกับกรณีสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่สหรัฐฯ เข้าไปช่วยเหลือยุโรปโดยทันที ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวสอดรับในทำนองเดียวกันกับการให้สัมภาษณ์ของนายมาร์โก รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ กับสื่อ Al Jazeera เมื่อ 30 มี.ค.69

รัสเซียพร้อมส่งออกปุ๋ยแก่ประเทศในเอเชียและกลุ่มประเทศโลกใต้

สนข.Tass รายงานเมื่อ 31 มี.ค.69 อ้างนาย Alexander Venediktov รองเลขาธิการสภาความมั่นคงรัสเซียว่า รัสเซียพร้อมส่งออกปุ๋ยเคมีซึ่งขาดตลาดห้วงสงครามอิหร่าน เพื่อช่วยเหลือประเทศที่พึ่งพาปุ๋ยจากภูมิภาค ตอ.กลาง และเป็นมิตรกับรัสเซียโดยเฉพาะประเทศในเอเชียและกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South)  ตลอดจนจัดตั้งความร่วมมือรอบด้านเพิ่มเติมกับมิตรประเทศ โดยเฉพาะกรอบความร่วมมือพหุภาคี ภายใต้ BRICS กลุ่มเครือรัฐเอกราช (CIS) และองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization-SCO) ทั้งนี้ นสพ.The Moscow Times ประเมินเมื่อ 26 มี.ค.69 ว่ารัสเซียจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดือนละ 360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากปุ๋ยยูเรียของรัสเซียราคาเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับห้วงก่อนสงครามหรือประมาณตันละ 586-600 ดอลลาร์สหรัฐ