นาย Asif Ali Zardari ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่ 14 ของปากีสถาน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Pakistan Today รายงานเมื่อ 11 มี.ค.67 ว่า รัฐสภาแห่งชาติปากีสถาน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และสมาชิกสภาแห่งรัฐ ลงมติด้วยคะแนน 411 เสียง เลือกนาย Asif Ali Zardari ประธานร่วมพรรค Pakistan People’s Party (PPP) ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 14 ของปากีสถาน เมื่อ 9 มี.ค.67 ขณะที่นาย Mahmood Khan Achakzai ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากพรรค Sunni Ittehad Council (SIC) และได้รับการสนับสนุนจากพรรค Pakistan Tehreek-e-Insaf (PTI) ของอดีตนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ได้ 181 เสียง ทั้งนี้ นาย Zardari ได้เข้าทำพิธีสาบานตนดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่ 2 เมื่อ 10 มี.ค.67

สหรัฐฯแจ้งเตือนพลเรือนให้ระวังการก่อร้ายในกรุงมอสโก

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ / กรุงมอสโก ประกาศเมื่อ 7 มี.ค.67 แจ้งเตือนพลเรือนชาวอเมริกันในรัสเซียให้หลีกเลี่ยงการชุมนุม รวมถึงงานแสดงดนตรี เนื่องจากได้รับรายงานว่ากลุ่มก่อการร้ายมีแผนก่อเหตุในกรุงมอสโกในห้วง 48 ชั่วโมงข้างหน้า โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ประชาชนรวมตัวหนาแน่น ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่น และระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น

กบฏ Houthi ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเอเดน ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 3 ราย

สำนักข่าว Reuters และ  AP รายงานเมื่อ 6 มี.ค.67 อ้างกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงเมื่อวันเดียวกันว่า กบฏ Houthi ในเยเมน ยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือ (ASBM) จากพื้นที่ควบคุมในเยเมน โจมตีเรือบรรทุกสินค้าแบบเทกอง True Confidence ติดธงบาร์เบโดส (ประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน) ซึ่งจดทะเบียนในไลบีเรียและจัดการเดินเรือโดยบริษัทในกรีซ ขณะเรือดังกล่าวเดินเรืออยู่ในอ่าวเอเดน ห่างจากท่าเรือเอเดน ทางภาคใต้ของเยเมน ประมาณ 93 กิโลเมตร ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ส่วนเรือได้รับความเสียหาย ทำให้ลูกเรือที่เหลือและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนเรือ รวม 23 คน ต้องสละเรือ ทั้งนี้ เหตุโจมตีเรือลำดังกล่าว ซึ่งมีต้นทางจากท่าเรือในจีน ปลายทางท่าเรือในเมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย เกิดขึ้นหลังจากผู้นำกบฏ Houthi แถลงเมื่อ 29 ก.พ.67 ยืนยันว่า จะปฏิบัติการทางทหาร ในทะเลแดงและอ่าวเอเดนต่อไป โดยจะโจมตีแบบ military…

ฟิลิปปินส์ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงข้ามเพศที่มีเหตุทะเลาะวิวาทที่กรุงเทพฯ

นาย Eduardo de Vega รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศฟิลิปปินส์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนท้องถิ่นหลายสำนักเมื่อ 6 มี.ค.67 ว่า ได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกับผู้หญิงข้ามเพศชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้หญิงข้ามเพศชาวไทย ที่ซอยสุขุมวิท 11 กรุงเทพฯ เมื่อ 4 มี.ค.67 และพร้อมให้ความช่วยเหลือทางคดี ปัจจุบัน ชาวฟิลิปปินส์ทั้งหมด ประมาณ 20 คน ย้ายจากที่พักเดิม หรือเดินทางกลับประเทศแล้ว หลังจากถูกข่มขู่จากคนไทย เหตุทะเลาะวิวาทดังกล่าวเป็นโอกาสให้ กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ย้ำให้พลเมืองที่พักอาศัยในต่างประเทศ ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ โดยไม่สร้างปัญหา และหลีกเลี่ยงที่จะสร้างความขัดแย้ง เฉพาะอย่างยิ่งกับพลเมืองของประเทศนั้น ๆ

รัสเซียใช้ขีปนาวุธโจมตีท่าเรือเมือง Odesa ใกล้พื้นที่ซึ่งผู้นำยูเครนและผู้นำกรีซอยู่ระหว่างเยือน

สำนักข่าว Al Jazeera และ Kyiv Post รายงานเมื่อ 6 มี.ค.67 ว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือในเมือง Odesa เมืองท่าที่สำคัญของยูเครนในทะเลดำ ซึ่งเกิดขึ้นใกล้กับพื้นที่ที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน อยู่ระหว่างเชิญนายกรัฐมนตรี Kyriakos Mitsotakis ของกรีซ เยี่ยมสำรวจพื้นที่ท่าเรือและบางส่วนของเมืองที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของรัสเซียระลอกก่อนเมื่อ 2 มี.ค.67 ทั้งนี้ในการโจมตีเมื่อ 6 มี.ค.67 คณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ในพื้นที่ที่ถูกโจมตีพบผู้เสียชีวิต 5 ราย และผู้บาดเจ็บหลายราย ผู้นำกรีซบรรยายถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ปรากฏเสียงแจ้งเตือน ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นใกล้พื้นที่ ไม่มีเวลาที่จะเข้าไปยังที่หลบภัย ด้านผู้นำยูเครนทวีตผ่าน X ว่า ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้สนทนาในประเด็นขยายพื้นที่ปลอดภัยในทะเลดำ ตลอดจนปกป้องเมืองทั้งหมดของยูเครน ซึ่งยูเครนต้องการระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติม

กองทัพอาระกัน (AA) เสนอความช่วยเหลือแก่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่เพื่อหนีการเกณฑ์ทหาร

สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 6 มี.ค.67 ว่า กองทัพอาระกัน (Arakan Army – AA) เสนอความช่วยเหลือแก่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ หลังจากปรากฏข่าวสารว่า กองทัพเมียนมาบังคับเกณฑ์ชาวโรฮีนจาเข้าเป็นทหาร เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนกำลังพล เนื่องจากไม่สามารถสรรหาชาวเมียนมาเข้าร่วมในกองทัพได้ โดย AA จะช่วยจัดหาพื้นที่ปลอดภัยในเขตอิทธิพลของ AA และกองกำลังชนกลุ่มน้อยอื่น แก่ชาวโรฮีนจาเพศชายอายุน้อย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของกองทัพเมียนมา อูไข่ตูคะ โฆษก AA มองว่า กองทัพเมียนมาใกล้จะพ่ายแพ้ต่อ AA ในสมรภูมิรัฐยะไข่ จึงวางแผนฝึกทหารและมอบอาวุธแก่ชาวโรฮีนจา โดยใช้วิธีบังคับควบคุมตัวหรือลักพาตัวชาวโรฮีนจาออกไปจากค่ายผู้อพยพในเมืองซิตตเว บูทิด่อง และเจ้าผิว แล้วกว่า 550 คน ห้วง 23-29 ก.พ.67 ซึ่งการประทำดังกล่าวจะเพิ่มความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และทำลายเสถียรภาพในรัฐยะไข่ ขณะที่ พล.จ.ซอมินทุน โฆษกกองทัพเมียนมา ยืนยันว่า กองทัพไม่มีการเกณฑ์ชาวโรฮีนจาเข้าเป็นทหาร

จีนเป็นคนกลางให้รัฐบาลเมียนมาและพันธมิตรสามภราดรภาพลงนามข้อตกลงกันได้

        เว็บไซต์ The Diplomat รายงานเมื่อ 4 มี.ค.67 ว่า รัฐบาลเมียนมากับพันธมิตรสามภราดรภาพ (Three Brotherhood Alliance-3BHA) ประกอบด้วย กลุ่มโกกั้งเมืองเลาไกง์ (MNDAA) กองทัพปลดปล่อยแห่งชนชาติตะอาง (TNLA) และกองทัพอาระกัน ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกัน หลังจากการพูดคุยที่จีนเป็นคนกลางจัดขึ้นที่เมืองคุนหมิง โดยสองฝ่ายจะถอนกำลังออกจากแนวหน้า กองทัพเมียนมาจะให้การยอมรับ MNDAA เป็นรัฐบาลของเขตพิเศษโกกั้ง ให้การรับรองว่าผลประโยชน์ของจีนในเมียนมาจะไม่ได้รับผลกระทบ และการเปิดการค้าผ่านแดนระหว่างจีนกับเมียนมาอีกครั้งหลังจากชะงักไปเนื่องจากเกิดการสู้รบในปฏิบัติการ 1027 แต่ยังมีรายละเอียดและเงื่อนไขอื่น ๆ ที่จะต้องหารือถึงแนวปฏิบัติระหว่างกันอีกในการเจรจารอบที่ 5 ใน เม.ย.67

ที่ประชุม รมว.กห.อาเซียน ให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมา

        เว็บไซต์  Nikkei Asia รายงานเมื่อ 5 มี.ค.67 ว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีกลาโหม (รมว.กห.)อาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (ADMM Retreat) ระหว่าง 4-6 มี.ค.67 ที่เมืองหลวงพระบาง ลาว ในวันแรกเมื่อ 4 มี.ค.67 ให้ความสำคัญต่อการหารือในประเด็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมา หลังจากที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เมื่อ ม.ค.67 เห็นพ้องที่จะสนับสนุนข้อริเริ่มของไทยในการส่งความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่ชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา  ทั้งนี้ Nikkei Asia อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมไทยว่า กองทัพไทยจะมีบทบาทสำคัญในการจัดส่งสิ่งของช่วยเหลือทางการแพทย์และความต้องการพื้นฐานอื่น ๆ ข้ามพรมแดนเข้าไปในเมียนมา โดยอยู่ระหว่างการพัฒนากลไกคณะทำงานในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการนี้เมียนมาส่งผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมการประชุม รมว.กห.อาเซียน ได้แก่ นายซอไนง์วิน อธิบดีกรมกิจการระหว่างประเทศ กระทรวงกลาโหมเมียนมา ส่วนวาระสำคัญที่จะหารือใน 5 มี.ค.67 คือประเด็นทะเลจีนใต้

ไต้หวันจะเพิ่มการฝึกซ้อมขีปนาวุธในปี 2567 เพื่อตอบสนองต่อท่าทีคุกคามของจีน

        นาย Chiu Kuo-cheng รัฐมนตรีกลาโหมไต้หวัน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวหลังการประชุมรัฐสภาเมื่อ 5 มี.ค.67 ว่า กองทัพไต้หวันจะเพิ่มการฝึกซ้อมยิงขีปนาวุธมากขึ้นในปี 2567 เพื่อเตรียมพร้อมรับภัยคุกคามจากจีนที่เพิ่มการกดดันทางทหารต่อไต้หวัน แต่ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม โดยระบุเพียงว่า ที่ผ่านมาการซ้อมยิงขีปนาวุธจัดขึ้นในบางห้วงเวลาเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบินและการใช้ชีวิตประจําวันของประชาชน ขณะที่รัฐบาลจีนซึ่งกำลังจัดการประชุมสองสภาประกาศจะเพิ่มงบประมาณทางทหารร้อยละ 7.2 ในปี 2567 ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับเมื่อปี 2566 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 5  

นาย Shehbaz Sharif ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง นรม.ปากีสถานครั้งที่ 2

        เว็บไซต์สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อ 3 มี.ค.67 ว่า สมาชิกสภาแห่งชาติปากีสถานลงมติ 201 เสียง เลือกนาย Shehbaz Sharif ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 2 ชนะนาย Omar Ayub Khan ผู้แทนจากพรรค Sunni Ittehad Council (SIC) ซึ่งได้ 92 เสียง แม้จะได้รับการสนับสนุนจากพรรค Pakistan Tehreek-e-Insaf (PTI) อย่างไรก็ตามมี  ปัญหาเผชิญหน้าสำคัญของรัฐบาล คือ การเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) ในการปฏิบัติตามข้อตกลงการจัดเก็บภาษีโดยไม่ขึ้นราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อสูง ทั้งนี้ ปากีสถานต้องขอรับการสนับสนุนจาก IMF เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ สำหรับการเลือกตั้งมุขมนตรี 4 แคว้นของปากีสถาน ซึ่งมีขึ้นในวันเดียวกับการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 ก.พ.67 ปรากฏว่า…