ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าการสู้รบกับอิหร่านยุติลงแต่ยังคงกองกำลังในพื้นที่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งจดหมายถึงสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และวุฒิสภาชั่วคราว ยืนยันว่า การสู้รบกับอิหร่านยุติแล้ว ก่อนครบกำหนด 60 วัน ที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สามารถใช้อำนาจทำสงครามโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของฝ่ายนิติบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยอำนาจการทำสงคราม (War Powers Resolution) ซึ่งสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงระบอบของอิหร่าน แต่ยังจำเป็นต้องคงกองกำลังในพื้นที่ตะวันออกกลาง  เพื่อป้องปรามภัยคุกคามจากอิหร่าน และส่งเสริมสันติภาพในระยะยาว ขณะที่ ส.ส.และ สว.พรรครีพับลิกัน แม้จะกังวลกับสงครามที่ยืดเยื้อ แต่ส่วนใหญ่สนับสนุนความเป็นผู้นำของประธานาธิบดีทรัมป์ในห้วงสงคราม ส่วนพรรคเดโมแครตไม่เห็นด้วยกับคำชี้แจงของประธานาธิบดีทรัมป์

ลาวลงนามเอกสารกระชับความร่วมมือทวิภาคีกับลิทัวเนีย

การหารือระหว่างนายทองสะหวัน พมวิหาน รมว.กต.ลาว กับนาย Kestutis Budrys รมว.กต.ลิทัวเนีย นอกรอบการประชุม รมว.กต.ASEAN-EU ครั้งที่ 25 เมื่อ 27 เม.ย.69 ทั้งสองฝ่ายชื่นชมมิตรภาพที่ยาวนานกว่า 30 ปี รวมทั้งจะขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมพลังงานสะอาด เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล รวมถึงเก็บกู้ระเบิด ทั้งยังลงนามเอกสารความร่วมมือจัดตั้งกลไกปรึกษาหารือระหว่าง กต.ทั้งสองฝ่าย เพื่อเป็นพื้นที่หารือทางการทูตและความร่วมมืออื่นในอนาคต โอกาสนี้ รมว.กต.ลาวขอบคุณลิทัวเนียที่สนับสนุนการพัฒนาชนบทและลดความยากจนในลาวผ่านโครงการพัฒนาของสหภาพยุโรป ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพ้นจากสถานะประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด (LDCs) ของลาวภายในปี 2569-2572

ผู้นำเมียนมาสั่งย้ายนางอองซานซูจีจากเรือนจำไปควบคุมตัวไว้ในบ้านพัก

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา มีคำสั่งเมื่อ 30 เม.ย.69  ให้ย้ายนางอองซานซูจี (อายุ 81 ปี /2569) อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา ออกจากเรือนจำเนปยีดอไปควบคุมตัวไว้ในบ้านพักที่กำหนดไว้ เพื่อรับโทษที่เหลืออ  พร้อมเผยแพร่ภาพถ่ายขณะนางอองซานซูจีนั่งพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ด้วยสวัสดิภาพที่ดี โ นางอองซานซูจีถูกควบคุมตัวนับตั้งแต่เหตุรัฐประหารเมื่อ ก.พ.64 และต้องโทษจำคุกนาน 33 ปี ก่อนที่ทางการเมียนมาจะทยอยลดโทษ จนท้ายที่สุดผู้นำเมียนมามีคำสั่งเมื่อ 30 เม.ย.69 ให้ลดโทษจำคุกเหลือเพียง 18 ปี ซึ่งทำให้นางอองซานซูจีจะต้องถูกควบคุมตัวต่อไปอีก 13 ปี เพราะรับโทษมาแล้ว 5 ปี   เหตุผลที่ลดโทษและย้ายสถานที่ควบคุมตัวนางอองซานซูจี ว่าเป็นการกุศลในวันเพ็ญเดือนกะโส่น (Kason Full-moon Day) และเพื่อคำนึงถึงมนุษยธรรม ตลอดจนความเมตตาและความปรารถนาดีของรัฐ พร้อมกันนี้ได้ปล่อยตัวนักโทษอีก 1,519 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติ 11 คน

กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ จะชี้แจงแนวปฏิบัติการกับอิหร่านต่อผู้นำสหรัฐฯ

สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 30 เม.ย.69 ว่า พล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ ผบ.กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (U.S. Central Command – CENTCOM) จะเข้าชี้แจ้งต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงแนวทางปฏิบัติการทางทหารขั้นต่อไปในอิหร่าน โดยคาดว่าจะเสนอ 3 ทางเลือก  1) การ โจมตีมุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญโดยใช้เวลาจำกัด  2) การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้กองกำลังยกพลขึ้นบก และ 3) ปฏิบัติการบุกยึดคลังแร่ยูเรเนียนใต้ดินของอิหร่าน ด้วยกองกำลังหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ  เพื่อยุติความขัดแย้ง และบีบบังคับให้อิหร่านกลับสู่การเจรจา พร้อมยอมรับข้อตกลงจากสหรัฐฯ ที่อิหร่านจะต้องยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

นรม.ญี่ปุ่นหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีอิหร่าน

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับนายมัสอูด ปิซิชกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน เมื่อ 30 เม.ย.69 โดยนางทาคาอิจิแสดงความคาดหวังให้สหรัฐฯ และอิหร่านกลับสู่การเจรจาและบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายโดยเร็ว อีกทั้งแสดงความเห็นว่าการที่เรือบรรทุกน้ำมันดิบ ซึ่งมีลูกเรือญี่ปุ่น 3 คน สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อ 27 เม.ย.69 เป็นพัฒนาการเชิงบวกของสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านรับประกันเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับทุกประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น  ขณะที่นายมัสอูดชี้แจงท่าทีและการประเมินสถานการณ์ของอิหร่าน ทั้งนี้ นางทาคาอิจิหารือทางโทรศัพท์กับนายมัสอูดครั้งล่าสุดเมื่อ 8 เม.ย.69

สหรัฐฯเตรียมปิดล้อมท่าเรืออิหร่านระยะยาว

สนข.วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อ 28 เม.ย.69 ว่า  สหรัฐฯ เตรียมปิดล้อมท่าเรืออิหร่านระยะยาวเพื่อกดดันทางเศรษฐกิจ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สั่งการให้กองทัพเรือเตรียมความพร้อมสำหรับการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในระยะยาว เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจในการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ด้วยการสกัดกั้นเรือทุกลำที่เข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน เนื่องจากแนวทางดังกล่าวมีความเสี่ยงน้อยกว่าการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านหรือสหรัฐฯ ถอนตัวจากการเจรจา

ผู้นำรัฐรอบอ่าวพบหารือเป็นครั้งแรกนับแต่การสู้รบในอิหร่าน

การประชุมสุดยอดคณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ครั้งที่ 19 gมื่อ 28 เม.ย.69  ที่เมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย  เป็นการพบหารือระดับผู้นำโดยตรงครั้งแรกของสมาชิก GCC นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อ 28 ก.พ.69 การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายในการเสริมสร้างความเป็นเอกภาพและการประสานงานระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงคราม และกำหนดแนวทางการแก้ไขวิกฤตให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของ GCC   ตลอดจนส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค  นายญาซิม มุฮัมมัด อัลบุดัยวี เลขาธิการ GCC แถลงระหว่างการประชุมดังกล่าวว่า สมาชิก GCC ปฏิเสธมาตรการของอิหร่านในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ  ผู้นำ GCC ยังมอบหมายให้สำนักเลขาธิการฯ เร่งรัดโครงการความร่วมมือต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ และเร่งดำเนินโครงการเส้นทางรถไฟ GCC ตลอดจนพิจารณาโครงการท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และโครงการเชื่อมโยงระบบน้ำระหว่างประเทศสมาชิก รวมทั้งศึกษาการจัดตั้งพื้นที่สำรองเชิงยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะถอนตัวออกจาก OPEC

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะถอนตัวออกจากกลุ่ม OPEC และ OPEC+ โดยมีผลตั้งแต่ 1 พ.ค.69 โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าการถอนตัวออกจาก OPEC และ OPEC+ จะช่วยให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถปรับเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบเป็น 4 – 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยไม่ถูกจำกัดตามโควตาที่ OPEC กำหนดไว้ที่ประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นสมาชิก OPEC ตั้งแต่ปี  2510 แต่มีปัญหาขัดแย้งกับซาอุดีอาระเบียเป็นระยะในประเด็นโควตาการผลิตน้ำมันดิบ ก่อนหน้านี้ ระหว่างปี 2559 – 2566 มีประเทศสมาชิกที่ถอนตัวจาก OPEC ได้แก่ กาตาร์ เอกวาดอร์ อินโดนีเซีย และแองโกลา

สิงคโปร์-ไทย ยกระดับความร่วมมือทวิภาคีรอบด้าน

นายชาน ชุน ซิง รมว.กห.สิงคโปร์ เข้าหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม. โดยตกลงที่จะยกระดับความร่วมมือในหลายมิติ ตั้งแต่ด้านความมั่นคงที่มุ่งเน้นการสานต่อการฝึกทางทหารร่วมกันและการสนับสนุนพื้นที่ฝึกในไทย ด้านพลังงานผ่านการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาค รวมทั้งขยายความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และยุทโธปกรณ์ระดับภูมิภาค โดยดึงจุดแข็งของสิงคโปร์ด้านเทคโนโลยีและมาตรฐาน มาผสมผสานกับจุดแข็งของไทยด้านทำเลที่ตั้งและกำลังคน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารที่ไทยมีศักยภาพในการเป็นแหล่งผลิตสำคัญ สิงคโปร์ยังสนใจโครงการแลนด์บริดจ์  โดยมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ ลดความเสี่ยงทางการค้า และกระตุ้นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่

ผู้นำเมียนมาหารือกับ รมว.กต.จีน ระหว่างเยือนกรุงเนปยีดอ

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ให้การต้อนรับ นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน และคณะ เมื่อ 25 เม.ย.69 โดยเมียนมาชื่นชมประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ที่ส่งสารแสดงความยินดีอย่างรวดเร็วภายหลังการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่จีนมีต่อเมียนมา ขณะที่ฝ่ายจีนยืนยันการสนับสนุนเมียนมาในเวทีระหว่างประเทศ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพและการพัฒนาในระยะยาวภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือร่วมกันในหลายประเด็น ได้แก่ การเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดน การกระชับความร่วมมือด้านการค้า พลังงาน เหมืองแร่ เกษตรกรรม และเทคโนโลยี รวมถึงการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพภายในประเทศ