อาเซียนเข้าร่วมประชุมระดับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับกลุ่ม G 7 เป็นครั้งแรก

เว็บไซต์รัฐบาลสหราชอาณาจักร เปิดเผยเมื่อ 12 ธ.ค.64 ว่า ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนเข้าร่วมการประชุมกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G 7) เป็นครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองลิเวอร์พูล สหราชอาณาจักรและผ่านการประชุมทางไกล ส่วนเมียนมาไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ โดยกลุ่ม G 7 มุ่งกระชับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขึ้นด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และความมั่นคงกับอาเซียน ทั้งยังหารือถึงการทำงานร่วมกันในประเด็นต่าง ๆ อาทิ การขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและอาชญากรรมทางไซเบอร์ ทั้งนี้ นาง Liz Truss รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ระบุว่า จะส่งเสริมให้อาเซียนมีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานโลกเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงจะสนับสนุนขีดความสามารถทางไซเบอร์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  

กองทัพเมียนมา ปะทะกับ KNU กว่า 481 ครั้งในห้วง ต.ค.-พ.ย.64

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 9 ธ.ค.64 ว่า สหภาพแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) เปิดเผยว่ามีการปะทะกับกองทัพเมียนมา 481 ครั้ง ในห้วง ต.ค.-พ.ย.64 บริเวณรัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ และภาคพะโค  ส่งผลให้ทหารเมียนมาเสียชีวิต 461 คน และบาดเจ็บ 425 คน ขณะที่กำลังพลของ KNU เสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บ 30 คน  ทั้งนี้ KNU อ้างว่าการปะทะกับกองทัพเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากกองทัพนำกำลังรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของ KNU โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า  พร้อมกับปฏิเสธว่า KNU ยังไม่มีนโยบายร่วมมือกับกองกำลังป้องกันประชาชน (People’s Defence Force-PDF) ในการสู้รบกับกองทัพเมียนมา แม้จะปรากฏข่าวสารว่า KNU เป็นพื้นที่ซ่อนตัวและฝึกอาวุธของ PDF ก็ตาม

ผู้นำ SAC ของเมียนมาถูกยื่นคำร้องต่อศาล ICC ข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 10 ธ.ค.64 ว่า องค์กร Myanmar Accountability Project (MAP) ในสหราชอาณาจักร ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court-ICC) ให้ดำเนินคดีกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council-SAC) ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากการใช้ความรุนแรงและทารุณกรรมประชาชนอย่างเป็นระบบและกว้างขวางนับตั้งแต่การยึดอำนาจเมื่อ ก.พ.64 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 1,323 คน โดย MAP เชื่อว่าการดำเนินการจะเป็นไปด้วยดีและสามารถออกหมายจับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ได้  อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีอาจมีข้อจำกัดจากการที่เมียนมาไม่ได้เป็นรัฐภาคีของ ICC และธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statute) ทำให้มีสิทธิ์ปฏิเสธอำนาจศาล  อนึ่ง MAP เป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ก่อตั้งเมื่อปี 2564 หลังการยึดอำนาจในเมียนมา ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลหลักฐานการก่ออาชญากรรมของ SAC และกองทัพต่อประชาชนเมียนมา

เวียดนามจะก่อสร้างศูนย์โลจิสติกส์และเขตอุตสาหกรรมปลอดอากรในนครไฮฟองในต้นปี 2565

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ VnExpress International รายงานเมื่อ 9 ธ.ค.64 ว่า โครงการก่อสร้างศูนย์โลจิสติกส์และเขตอุตสาหกรรมปลอดอากร Lach Huyen ในนครไฮฟอง (ทางตอนเหนือของเวียดนาม) มูลค่า 11 ล้านล้านด่ง (ประมาณ 479.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2565 หลังจากรัฐบาลเวียดนามอนุมัติโครงการเมื่อ เม.ย.64 โดยโครงการดังกล่าวดึงดูดนักลงทุนด้วยการเก็บภาษีรายได้นิติบุคคลเพียงร้อยละ 10 (ปกติจัดเก็บที่ร้อยละ 20) เป็นระยะเวลา 15 ปี การยกเว้นอากรสินค้าที่ผลิตในโครงการเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ และไม่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเพื่อการบริโภคในสินค้าที่ค้าขายกับต่างประเทศหรือเขตปลอดอาการอื่น ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีพื้นที่ 752 เฮกตาร์ (ประมาณ 4,700 ไร่) ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ Dinh Vu – Cat Hai โดยจะเน้นด้านการส่งออก เทคโนโลยี คลังสินค้าและโลจิสติกส์ แบ่งพื้นที่โครงการเป็น 3 ระยะ ระยะแรกจะแล้วเสร็จในปี 2568 ส่วนระยะที่ 2 และระยะที่…

แคนาดาไม่ส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จีนเป็นเจ้าภาพในปี 2565

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดาแถลงเมื่อ 8  ธ.ค.64  ว่าแคนาดาจะไม่ส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าร่วมพิธีและกิจกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่จีนเป็นเจ้าภาพในปี 2565 เช่นเดียวกับสหรัฐฯ สหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย และแสดงความกังวลประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียงของจีน ด้านนางเมลานี  โจลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแคนาดากล่าวว่าแคนาดาหยิบยกกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียงของจีนขึ้นหารือในการประชุมสุดยอดกลุ่ม G-7 และการประชุมในกรอบสมาชิกเนโต ทั้งนี้ แคนาดาประสานความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องก่อนประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางการทูตดังกล่าว

ญี่ปุ่นสนับสนุนให้ไต้หวันเข้าร่วมการประชุมขององค์การอนามัยโลกในฐานะผู้สังเกตการณ์

นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่นเมื่อ 9 ธ.ค.64 ว่าญี่ปุ่นจะสนับสนุนไต้หวันให้เข้าร่วมการประชุมขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ในฐานะประเทศผู้สังเกตการณ์ โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ประเทศต่าง ๆ ต้องแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งไต้หวันมีแนวทางและดำเนินมาตรการควบคุมฯ ได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไต้หวันถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศ เนื่องจากจีนยืนยันว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของจีน ไม่ใช่ประเทศ ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นมีมติเมื่อ มิ.ย.64 สนับสนุนให้รัฐบาลญี่ปุ่นเรียกร้องต่อนานาประเทศให้ตระหนักถึงการมีอยู่ของไต้หวันและสนับสนุนให้ไต้หวันได้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศที่สำคัญ

เอธิโอเปียกล่าวหาสหรัฐฯออกแถลงการณ์ที่เป็นอันตรายกรณีการจับกุมชาวเอธิโอเปีย

นาง Billene Seyoum โฆษก นายกรัฐมนตรีเอธิโอเปีย ระบุเมื่อ 7 ธ.ค.64 กล่าวหาสหรัฐฯ และพันธมิตรชาติตะวันตกที่ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อ 6 ธ.ค.64 ว่า แสดงความห่วงกังวลอย่างมากต่อกรณีรัฐบาลเอธิโอเปียจับกุมพลเมืองของตนจำนวนมากอย่างผิดกฎหมายด้วยเหตุผลทางชาติพันธุ์ และเรียกร้องให้รัฐบาลเอธิโอเปียยุติการจับกุมพลเมืองของตน ซึ่งนักกฎหมายและกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่าการจับกุมมุ่งเป้าหมายชาว Tigray โดยนาง Seyoum กล่าวหาแถลงการณ์ดังกล่าวว่าเป็นการเข้าใจผิด และยังเป็นคำกล่าวที่อันตรายอีกด้วย โดยระบุว่าการจับกุมพลเมืองไม่ได้มุ่งเป้าหมายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตามอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ และอิงบนหลักฐานและคำให้การที่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ เอธิโอเปียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศตั้งแต่ พ.ย.64 หลังจากกลุ่ม Tigray People’s Liberation Front (TPLF) ระบุว่าสามารถควบคุมถนนสายหลักที่มุ่งสู่กรุงแอดดิสอาบาบา ของเอธิโอเปียได้ โดยกลุ่มสิทธิมนุษยชนเชื่อว่ามีพลเมืองหลายพันคนถูกจับกุมภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรบุคคลในอิหร่าน ซีเรียและยูกันดาเนื่องจากละเมิดสิทธิมนุษยชน

สำนักข่าววีโอเอรายงานเมื่อ 7 ธ.ค.64 ว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรบุคคลในอิหร่าน ซีเรีย และยูกันดา ซึ่งรวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและข่าวกรองของทั้ง 3 ประเทศ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยบุคคลดังกล่าวจะถูกยึดทรัพย์ และห้ามติดต่อกับชาวอเมริกัน ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีขึ้นในห้วงที่ผู้นำสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยทั่วโลกมากขึ้น ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ก็แสดงบทบาทเพื่อสนับสนุนนโยบายหลักของรัฐบาล อย่างไรก็ดี มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

สหรัฐฯ เตือนรัสเซียไม่ให้ใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อ 8 ธ.ค.64 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียแบบออนไลน์เป็นระยะเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อหารือประเด็นความมั่นคงในยุโรป และเตือนรัสเซียไม่ให้ใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน พร้อมกับระบุว่า สหรัฐฯ กับพันธมิตรในยุโรปจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย หากดำเนินนโยบายในลักษณะดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าการหารือดังกล่าวเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นพ้องที่จะลดระดับความตึงเครียด และรักษาช่องทางการทูตเพื่อหารือกันอย่างใกล้ชิด สำหรับประเด็นอื่น ๆ นอกจากสถานการณ์ในยูเครน ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าจะเพิ่มกำลังพลและศักยภาพด้านการทหารในภูมิภาคยุโรป และสนับสนุนความมั่นคงให้ยูเครน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียและสหรัฐฯ พบหารือเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีและการแก้ไขประเด็นยูเครน

สำนักข่าวTass ของรัสเซีย รายงานอ้างแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เมื่อ 2 ธ.ค.64 ว่า นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย พบหารือนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่กรุงสต็อกโฮม สวีเดน ในประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคี การฟื้นฟูความสัมพันธ์การทูตในระดับปกติ โดยทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจต่อปัญหาความขัดแย้งในยูเครน ที่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างไม่มีเงื่อนไขและเต็มรูปแบบตามข้อตกลงมินส์ก (Minsk Agreements) การจัดเจรจาโดยตรงกับฝ่ายบริหารเขตปกครองตนเองโดเนตสค์ (Donetsk People’s Republic-DPR) และเขตปกครองตนเองลูฮานสค์ (Luhansk People’s Republic-LPR) ในภูมิภาคดอนบาส พื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน ตลอดจนแนวคิดปรับปรุงกฎหมายยูเครนที่ขัดต่อข้อตกลงมินส์ก การประชุมดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่ผู้นำรัสเซียและสหรัฐฯ จะพบหารือครั้งที่ 2 (ครั้งแรกเมื่อ มิ.ย.64 ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์) แต่ยังไม่มีรายละเอียดจากทั้งสองฝ่าย โดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียให้ความสำคัญกับการเจรจากับสหรัฐฯ อย่างจริงจัง ตามความตกลงของผู้นำสองประเทศ ตามหลักการความเสมอภาคและเคารพผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ รัสเซียระบุการแผ่อิทธิพลทางทหารของเนโตทางตะวันออกกระทบต่อความปลอดภัยของรัสเซีย ซึ่งทุกประเทศควรเคารพกฎหมายระหว่างประเทศที่กำหนดให้แต่ละประเทศมีสิทธิเลือกวิธีการเพื่อรับประกันผลประโยชน์ด้านความปลอดภัย ขณะเดียวกันรัสเซียตั้งข้อสังเกตว่าการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในประเด็นยูเครน เป็นเพียงเกมภูมิรัฐศาสตร์ของสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมการวางกำลังเนโตใกล้พรมแดนรัสเซีย ทำให้รัสเซียจำต้องใช้มาตรการตอบโต้เพื่อแก้ไขสมดุลยุทธศาสตร์ทางทหารและรับประกันความปลอดภัย