เมียนมาทำพิธีเปิดใช้งานคลังสินค้าแห่งใหม่ที่ท่าเรือติลาวาในภาคย่างกุ้ง

นายเมียะทุนอู รมว.กระทรวงคมนาคม การพัฒนาด้านดิจิทัลและการสื่อสารเมียนมา เป็นประธานพิธีเปิดใช้งานคลังสินค้าแห่งใหม่ เมื่อ 31 พ.ค.69 หรือภายใต้ชื่อ “Modern Warehouse No 1” ที่ดำเนินการโดยบริษัท Myanmar Agribusiness and General Development Public Company Limited (MAGDPL) บริเวณท่าเทียบเรือหมายเลข 29 ที่ท่าเรือติลาวา ในภาคย่างกุ้ง  นายเมียะทุนอูระบุว่า ท่าเรือติลาวามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการค้าผ่านแดนและธุรกิจขนถ่ายสินค้า เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการค้าของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้บริษัท MAGDPL ลงทุนในคลังสินค้าอีก 3 แห่ง และสนับสนุนให้นักลงทุนรายอื่น ๆ ให้เร่งดำเนินโครงการ

WMO ประเมินว่าโลกจะเผชิญปรากฏการณ์เอลนีโญ ห้วง มิ.ย. – ส.ค.69

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization – WMO) ประเมินเมื่อ 2 มิ.ย.69 ว่า มีโอกาสสูงถึงร้อยละ 80 ที่โลกจะเผชิญปรากฏการณ์เอลนีโญระหว่างห้วง มิ.ย. – ส.ค.69 ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและส่งผลให้เกิดสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม พลังงาน การค้า ทรัพยากรน้ำ ห่วงโซ่อุปทาน และความเป็นอยู่ของประชาชน และระบุด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้ผลกระทบของเอลนีโญรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ดี WMO จะร่วมมือกับหน่วยงานด้านสภาพอากาศทั่วโลกในการติดตามตรวจสอบสภาพอากาศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของรัฐบาล และหน่วยงานด้านมนุษยธรรม พร้อมย้ำว่าการพยากรณ์อากาศและระบบเตือนภัยล่วงหน้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยชีวิตและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

บริษัทจีนจะเข้าร่วมด้านวิศวกรรมติดตั้งแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติของ ปตท.สผ. ในเมียนมา

เว็บไซต์ Upstream Online รายงานเมื่อ 2 มิ.ย.69 ว่า บริษัท Hilong ของจีนจะเข้าร่วมดำเนินการด้านวิศวกรรมเพื่อติดตั้งแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งของปตท.สผ. จำนวน 2 แท่น ในโครงการ Block M3 แหล่งอ่องซิงข่า บริเวณอ่าวเมาะตะมะ ภาคย่างกุ้ง เมียนมา ซึ่ง ปตท.สผ. ถือครองหุ้นส่วนอยู่ที่ร้อยละ 100 และตั้งเป้าหมายผลิตก๊าซธรรมชาติจำหน่ายในเมียนมาภายในปี 2571 อย่างไรก็ตาม นับเป็นครั้งแรกที่ ปตท.สผ. เปิดให้บริษัท Hilong เข้าดำเนินโครงการภายในเมียนมา แม้ว่าเคยทำงานร่วมกันในโครงการที่ประเทศอื่นมาก่อนแล้ว

ยูเครนคาดการณ์ว่าจะถูกรัสเซียโจมตีครั้งใหญ่ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

รัสเซียโจมตีเมืองใหญของยูเครน ได้แก่ กรุงเคียฟและเมืองดนีโปร ด้วยโดรนประมาณ 650 ลำ และขีปนาวุธจำนวนกว่า 70 ลูก เมื่อ 2 มิ.ย.69 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 23 คนและบาดเจ็บ 130 คน ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซียต่อยูเครนครั้งที่ 3 ในรอบหนึ่งเดือน ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวว่ารัสเซียอาจโจมตียูเครนอีกครั้งในช่วงเย็นของ 3 มิ.ย.69  โดยปัจจุบัน ยูเครนมีระบบป้องกันภัยทางอากาศไม่เพียงพอต่อการสกัดกั้นขีปนาวุธของรัสเซีย พร้อมทั้งเรียกร้องให้พันธมิตรทุกฝ่ายรวมถึงประเทศในยุโรปคงความร่วมมือเพื่อเป็นหลักประกันว่ายูเครนจะได้รับขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ ระบบและอุปกรณ์ที่จำเป็น ข้อมูลข่าวกรองสำคัญ ตลอดจนทรัพยากรอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการโจมตีดังกล่าว

นรม.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีอิหร่าน

นางคาทาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับนายมัสอูด ปิซิชกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน เมื่อ 1 มิ.ย.69 โดย นรม.ญี่ปุ่นย้ำจุดยืนของญี่ปุ่นว่า การลดความตึงเครียดของสถานการณ์ด้วยการเจรจาสำคัญที่สุด พร้อมแสดงความคาดหวังให้อิหร่านแสดงความยืดหยุ่นอย่างเต็มที่ และสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกับเรียกร้องให้อิหร่านรับประกันเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สำหรับเรือของทุกประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น และประเทศในทวีปเอเชีย ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านได้ชี้แจงท่าทีและการประเมินสถานการณ์ของอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสื่อสารอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การหารือทางโทรศัพท์ระหว่าง นรม.ญี่ปุ่น กับประธานาธิบดีอิหร่านครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สามตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งเมื่อปลาย ก.พ.69

มาเลเซียอยู่ระหว่างพิจารณาจัดซื้อขีปนาวุธโจมตีทางทะเลจากประเทศอื่น

ดาตุ๊ก ซรี โมฮาเม็ด คาเล็ด โนร์ดิน รมว.กห.มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 2 มิ.ย.69 ว่า มาเลเซียอยู่ระหว่างพิจารณาบริษัทผู้ผลิตขีปนาวุธจากอิตาลี ฝรั่งเศส ตุรกี เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ในการจัดหาขีปนาวุธโจมตีทางทะเล (Naval Strike Missile System-NSM) ที่รัฐบาลนอร์เวย์ระงับใบอนุญาตส่งออกเมื่อ 14 พ.ค.69 โดย กห.มาเลเซียจะประเมินความพร้อมในการส่งมอบขีปนาวุธก่อนตัดสินใจลงนามคำสั่งซื้อใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลา 4-5 ปีกว่าบริษัทจะผลิตและส่งมอบ แต่หากบริษัทใดมีสินค้าพร้อมจำหน่าย รัฐบาลอาจพิจารณาสั่งซื้อให้เร็วที่สุด เพื่อให้พร้อมสำหรับการส่งมอบเรือรบ Littoral Combat Ship (LCS) ใน ธ.ค.69

อินเดียส่งออกขีปนาวุธ Brahmos ให้แก่เวียดนาม

ปลัด กห.อินเดีย แถลงข่าวนอกรอบการประชุม Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์ เมื่อ 30 มิ.ย.69 ยืนยันอินเดียจะส่งออกขีปนาวุธร่อนความเร็วเหนือเสียง Brahmos แก่เวียดนาม ข้อตกลงมีมูลค่ากว่า 6,000 ล้านรูปี (629 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ครอบคลุมการฝึกอบรมและการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ ขณะที่อินโดนีเซียยังอยู่ในการเจรจาขั้นตอนสุดท้าย ทั้งนี้ อินเดียส่งออกขีปนาวุธ  Brahmos ให้แก่ฟิลิปปินส์เป็นรายแรกในปี 2567 และชุดที่ 2 ในปี 2568  ทั้งนี้ อินเดียให้ความสำคัญกับสมาชิกอาเซียนในการแบ่งปันเทคโนโลยีชั้นสูง และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในภูมิภาคและนอกภูมิภาคในความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ พื้นที่ทางทะเลที่ปลอดภัย และความร่วมมือด้านนวัตกรรม

รมว.กห.ประเทศสมาชิกอาเซียนย้ำสิทธิในการเดินเรือภายใต้ UNCLOS

รมว.กห./ผู้แทนของสมาชิกอาเซียน 8 ประเทศ นำโดยนายชาน ชุน ซิง รมว.กห.สิงคโปร์ และนายกิลเบอร์โต เตโอโดโร จูเนียร์ รมว.กห.ฟิลิปปินส์ พบหารือในห้วงการประชุม Shangri-La Dialogue (SLD) ที่สิงคโปร์ เมื่อ 30 พ.ค.69 ยืนยันถึงความสำคัญของกฎหมายและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ gฉพาะอย่างยิ่ง การเดินเรือผ่าน ตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)  รวมทั้งย้ำความสำคัญของ SLD ในฐานะเวทีการประชุมด้านความมั่นคงประจำปี ที่เปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกอาเซียนได้พบปะและแลกเปลี่ยนกับ จนท.ด้านกลาโหมและความมั่นคงจากทั่วโลก พร้อมกันนี้ ได้แลกเปลี่ยนแนวทางที่อาเซียนจะมีส่วนช่วยส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค ตลอดจนการฝึกร่วมระหว่างกองทัพของประเทศในอาเซียนกับภาคีนอกภูมิภาค ภายใต้กรอบการประชุม รมว.กห.อาเซียนกับประเทศคู่เจรจา (ADMM-Plus)

อินเดียให้การต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมา

อินเดียให้การต้อนรับนายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา พร้อมคณะผู้แทนระดับสูงและภาคธุรกิจ ในการเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการระหว่าง 30 พ.ค.-3 มิ.ย.69 โดยเยี่ยมชมวัดมหาโพธิ เมืองพุทธคยา รัฐพิหาร เพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงทางพุทธศาสนาและประชาชนที่มีร่วมกัน และใน 1 มิ.ย.69 พบหารือกับ นรม.นเรนทรา โมดิ ของอินเดีย  เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ และพบปะภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เมืองมุมไบ รัฐมหาราษฏระ ใน 2 มิ.ย.69 ขณะที่ นายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดีย เผยแพร่ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X  ยินดีที่ได้พบหารือกับนายมินอองไลง์ การเยือนอินเดียของนายมินอองไลง์ เป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 10 เม.ย.69

ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เตรียมจัดการฝึกค้นหาและกู้ภัยทางทะเล

นายโคอิซูมิ ชินจิโร รมว.กห.ญี่ปุ่น พบหารือกับนายอัน คยู-แบ็ก รมว.กห.เกาหลีใต้ เมื่อ 30 พ.ค.69 ในห้วงการประชุม IISS Shangri-La Dialogue (SLD) ครั้งที่ 23 ที่สิงคโปร์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกลับมาจัดการฝึกภารกิจค้นหาและกู้ภัยทางทะเลร่วมกันระหว่างกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น (Japan Maritime Self-Defense Force-JMSDF) และ ทร.เกาหลีใต้ ใน 7 มิ.ย.69 ซึ่งจะเป็นการฝึกร่วมกันครั้งแรกนับแต่ปี 2560 ทั้งนี้ รมว.กห.ญี่ปุ่น ย้ำว่าการที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งรวมถึงการเสริมสร้างการป้องปรามผ่านพันธมิตรสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ ตลอดจนการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์อื่น ๆ