ประเทศตะวันตกออกแถลงการณ์ร่วมตำหนิเบลารุสใช้ผู้ลี้ภัยเป็นเครื่องมือทางการเมือง

สำนักข่าวบีบีซี รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 ว่า ประเทศตะวันตก ได้แก่ สมาชิกสหภาพยุโรป (European Union-EU) สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แอลบาเนีย เอสโตเนีย และไอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์ร่วมระหว่างการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council-UNSC) ตำหนิเบลารุสที่ใช้ประเด็นผู้ลี้ภัยเป็นเครื่องมือทางการเมือง และพยายามเบี่ยงประเด็นออกจากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงในเบลารุส ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคล ของเยอรมนี หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย จำนวน 2 ครั้งในรอบ 2 วัน เพื่อหาทางออกประเด็นผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดนโปแลนด์-เบลารุส ทั้งนี้ EU เตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรตัวบุคคลและหน่วยงานของเบลารุส อย่างน้อย 30 ราย อาทิรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลารุส สายการบิน Belavia รวมถึงสายการบิน Aeroflot ของรัสเซีย ที่ลำเลียงผู้ลี้ภัยมายังเบลารุส

สหรัฐฯ ประณามกรณีเมียนมาตัดสินโทษจำคุกผู้สื่อข่าวชาวอเมริกัน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 12 พ.ย.64 ประณามกรณีเมียนมาตัดสินโทษจำคุกนาย Danny Fenster ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันและบรรณาธิการ สำนักข่าว Frontier Myanmar ที่ถูกควบคุมตัวตั้งแต่ พ.ค.64 พร้อมระบุว่า การตัดสินใจของรัฐบาทหารเมียนมาไม่ยุติธรรมต่อผู้บริสุทธิ์ และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะติดตามความคืบหน้ากรณีนาย Fenster อย่างใกล้ชิด รวมทั้งจะเดินหน้าช่วยเหลือนาย Fenster จนกว่าจะได้กลับสหรัฐฯ อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากศาลเมียนมาตัดสินโทษจำคุกนาย Fenster เป็นระยะเวลา 11 ปีจากความผิด 3 ข้อหา

สิงคโปร์ร่วมกับฟิลิปปินส์จัดทำระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน

สำนักข่าว ABS-CBN News รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 ว่า ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (Bangko Sentral ng Pilipinas – BSP) บรรลุข้อตกลงกับธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore – MAS) จัดทำระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (cross-border e-payment) ระหว่างฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นระบบเชื่อมโยงทางการเงินในรูปแบบ real-time และ QR Payment โดยระบบดังกล่าวจะทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างทั้งสองประเทศสะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีค่าบริการที่ถูกกว่าการทำธุรกรรมแบบปกติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ แรงงาน และนักท่องเที่ยว ของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ปัจจุบัน มีแรงงานฟิลิปปินส์ที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ประมาณ 200,000 คน และก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 มีผู้เดินทางระหว่างสองประเทศประมาณ 900,000 คนต่อเดือน

องค์กรด้านมนุษยธรรมมาเลเซีย พยายามผลักดันให้กลุ่มแรงงานต่างชาติได้รับวัคซีนภายในสิ้นปี 2564

เว็บไซต์ Free Malaysia Today รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 โดยอ้างนาง Suhana Sidik โฆษกสมาคม Malaysian Red Crescent Society (MRCS) ในมาเลเซีย ว่า MRCS จะตรวจสอบจำนวนแรงงานต่างชาติและผู้ลี้ภัยในมาเลเซีย ทั้งที่มีเอกสารและไม่มีเอกสาร ซึ่งยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 โดยจะประสานผ่านเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อรวบรวมข้อมูล ก่อนจะนำเสนอต่อรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อผลักดันให้กลุ่มคนดังกล่าวได้รับวัคซีนให้มากที่สุดภายในปี 2564 ปัจจุบัน มาเลเซียดำเนินการฉีดวัคซีนให้กลุ่มคนดังกล่าวที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่เกือบครบแล้ว โดยที่ผ่านมา MRCS ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้ดำเนินโครงการฉีดวัคซีนให้กลุ่มแรงงานต่างชาติและผู้ลี้ภัยในมาเลเซีย เพื่อช่วยเร่งกระบวนการฉีดวัคซีนในประเทศ ซึ่ง MRCS ร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชน (Non-Governmental Organization-NGO) ต่าง ๆ ในมาเลเซีย และผู้นำชุมชนเพื่อจัดให้กลุ่มแรงงานต่างชาติและผู้ลี้ภัยเข้ารับวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนในรัฐต่าง ๆ ทั้งเริ่มโครงการฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ให้กลุ่มคนดังกล่าวตั้งแต่ 4 ก.ย.64

สิงคโปร์เริ่มได้รับผลกระทบกรณี EU ถอดออกจากรายชื่อประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำ

หนังสือพิมพ์ Straits Times รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 ว่า หลายประเทศในสหภาพยุโรป (European Union-EU) ปรับมาตรการคัดกรองสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากสิงคโปร์ หลังจาก EU ถอดสิงคโปร์ออกจากบัญชีรายชื่อประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำเมื่อ 9 พ.ย.64 เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 โดยเมื่อ 11 พ.ย.64 เดนมาร์ก ประกาศไม่รับรองเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนของทางการสิงคโปร์ และให้ผู้ที่เดินทางจากสิงคโปร์ครอบคลุมถึงผู้ที่ฉีดวัคซีนต้องกักตัวในสถานที่พักเป็นเวลา 10 วัน แต่หากมีผลตรวจยืนยันว่าไม่ติดเชื้อเมื่อกักตัวครบ 4 วัน สามารถออกจากการกักตัวได้  ด้านเนเธอร์แลนด์  ออกมาตรการคัดกรองเพิ่มเติมให้ผู้ที่เดินทางมาจากสิงคโปร์ ต้องแสดงผลตรวจยืนยันว่าไม่ติดเชื้อเมื่อเดินทางถึงเนเธอร์แลนด์ ขณะที่เยอรมนีออกมาตรการเข้มงวดเพิ่มเติมก่อนที่ EU จะปรับบัญชีรายชื่อ รวมถึงมาตรการกักตัวเด็กที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน เป็นเวลา 5 วัน   ทั้งนี้ การที่ EU ถอดสิงคโปร์ออกจากบัญชีประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำ อาจส่งผลกระทบต่อการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนด้วยช่องทางพิเศษชนิด Vaccinated Travel Lane (VTL) ของสิงคโปร์ ซึ่งมีประเทศในยุโรป รวมอยู่ด้วย 10 ประเทศ ทั้งที่เป็นและไม่ได้เป็นสมาชิก…

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หารือกับ 6 ประเทศและสหภาพยุโรปประเด็นเมียนมา

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 10 พ.ย.64 เกี่ยวกับผลการหารือระหว่างนายเดเร็ก โชลเลต์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนีและสหภาพยุโรปเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา โดยนายโชลเลต์แสดงความกังวลเกี่ยวกับความรุนแรงและวิกฤตด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลและกองทัพเมียนมายุติการใช้ความรุนแรง เคารพสิทธิมนุษยชน ปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ประการที่เป็นผลการประชุมของอาเซียนเมื่อ เม.ย.64 และให้กลับสู่ระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวด้วยเหตุผลทางการเมือง รวมทั้งเปิดทางให้ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศที่ต้องการเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมาด้วย

ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ มุ่งผลักดันแนวคิด Free and Open Indo-Pacific

สำนักข่าว Kyodo รายงานเมื่อ 12 พ.ย.64 โดยอ้างผลการหารือของนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและพลเรือเอก จอห์น อากีลีโน ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ  เมื่อ 11 พ.ย.64 ว่าญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เห็นพ้องกระชับการเป็นพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ และผลักดันแนวคิดเสรีและเปิดกว้างภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (Free and Open Indo-Pacific) โดยจะมุ่งรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงในภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งการขยายอิทธิพลทางทะเลของจีน รวมถึงการทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคงกองทัพสหรัฐฯในญี่ปุ่น นอกจากนี้ ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกยังหารือกับนายคิชิ โนบุโอะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น และนายฮามายาชิ โยชิมะซะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับภาพรวมความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ และสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค

ผู้นำศาสนาในอินโดนีเซียห้ามชาวมุสลิมใช้สกุลเงินดิจิทัล

นิตยสาร Forbes รายงานเมื่อ 11 พ.ย.64 อ้างคำกล่าวของ อาสโรรุน นีอัม โซเลห์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของสภาอิสลามแห่งชาติอินโดนีเซีย (MAJELIS ULAMA INDONESIA-MUI) ว่าได้มีประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการแล้วว่า การใช้สกุลเงินดิจิทัลนั้น เป็นฮะรอม หรือสิ่งต้องห้าม เนื่องจากมีความไม่แน่นอน เป็นการพนัน และอันตราย ซึ่งห้ามไม่ให้เป็นตัวเลือกการชำระเงินภายใต้กฎหมายชารีอะฮ์ อย่างไรก็ดี MUI สามารถอนุมัติการใช้สกุลเงินดิจิทัลได้ หากมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายชารีอะฮ์ ทั้งนี้ แม้ว่า MUI จะไม่มีอำนาจทางกฎหมาย แต่ข้อวินิจฉัยดังกล่าวส่งผลต่อการตัดสินใจของชาวมุสลิมในการใช้จ่ายและลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล และส่งผลให้สถาบันการเงินต้องทบทวนการออกสินทรัพย์ดิจิทัล โดยที่ผ่านมากระทรวงการคลังและธนาคารกลางของอินโดนีเซีย ต้องปรึกษา MUI ในประเด็นเกี่ยวกับการเงินของชาวมุสลิม

รัฐสภาญี่ปุ่นรับรองนายคิชิดะ ฟูมิโอะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการอีกสมัย

สำนักข่าวJapan Times และ NHK รายงานเมื่อ 10 พ.ย.64 ว่านายคิชิดะ ฟูมิโอะนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้รับการเลือกตั้งจากรัฐสภาญี่ปุ่นเป็น นรม.อีกสมัย หลังพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลญี่ปุ่นชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 31 ต.ค.64 โดยนายกรัฐมนตรีคิชิดะเตรียมประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่และเข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะแห่งญี่ปุ่นภายในวันเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีแผนประกาศมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เพิ่มเติมใน 12 พ.ย.64 และมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 ใน 19 พ.ย.64 เช่น การแจกเงินจำนวน 100,000 เยนหรือราว 29,000 บาทแก่เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี

นิวซีแลนด์ยืนยันไม่ขัดขวางจีนเข้าร่วมข้อตกลง CPTPP

หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮอรัลด์ รายงานเมื่อ 10 พ.ย.64 อ้างคำสัมภาษณ์ของนาย Damien O’Connor รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้านิวซีแลนด์ ว่า นิวซีแลนด์เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายยื่นขอเข้าร่วมความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Trans-Pacific Partnership–CPTPP) รวมถึงจีนและไต้หวัน ซึ่งนิวซีแลนด์จะไม่ใช้อคติตัดสินการยื่นขอเข้าร่วม CPTPP ของจีน นอกจากนี้ นาย O’Connor ตอบคำถามในประเด็นผลกระทบจากการบังคับใช้แรงงานในเขตการปกครองตนเองซินเจียงของจีนต่อการพิจารณารับจีนเข้าร่วมความตกลงดังกล่าวว่า จะยังไม่ตัดสินจีนถึงการเปลี่ยนแปลงหรือการดำเนินการเพื่อให้ตรงตามมาตรฐาน รวมถึงยังไม่ได้หารือกับออสเตรเลียเพิ่มเติมในกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับมาตรการบีบบังคับทางเศรษฐกิจจากจีน ทั้งนี้ นิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) รับผิดชอบประเด็นการหารือนอกรอบเกี่ยวกับการเข้าร่วม CPTPP ของจีนและไต้หวัน