สหรัฐฯ กำลังพิจารณาการใช้ยารักษาโรค COVID-19 ชนิดรับประทานตัวแรก

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 11 ต.ค.64 ว่า บริษัทยา Merck & Co. ได้ยื่นเรื่องต่อองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (Food and Drug Administration-FDA) เพื่อขออนุมัติการใช้ยา Molnupiravir ซึ่งเป็นยารับประทานชนิดเม็ดสำหรับรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 หลังจากผลการทดสอบที่เผยแพร่เมื่อต้น ต.ค.64 บ่งชี้ว่า ยาดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือลดอัตราการเสียชีวิตลงร้อยละ 50 โดยผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาวันละ 8 เม็ด เป็นเวลา 5 วัน โดยเริ่มรับประทานยาภายใน 5 วันหลังแสดงอาการ ทั้งนี้ คาดว่า FDA อาจอนุมัติการใช้ยาดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะทำให้ยา Molnupiravir เป็นยาชนิดรับประทานตัวแรกที่ใช้ในการรักษาโรค COVID-19

กัมพูชาและไทยเห็นพ้องให้เปิดจุดผ่านแดนถาวรสตึงบท-บ้านหนองเอี่ยน ชั่วคราวเพื่อขนส่งสินค้าข้ามแดน

หนังสือพิมพ์ Khmer Times ฉบับ 12 ต.ค.64 รายงานอ้างการเปิดเผยของนาย Vasim Sorya โฆษกกระทรวงโยธาธิการและการขนส่งกัมพูชา เมื่อ 11 ต.ค.64 ว่าเจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชาและไทย เห็นพ้องการเปิดใช้จุดผ่านแดนถาวรสตึงบท-บ้านหนองเอี่ยน กรุงปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย (ตรงข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว) เป็นการชั่วคราว เพื่อขนส่งสินค้าข้ามแดนผ่านตู้คอนเทนเนอร์ โดยอยู่ระหว่างหารือระเบียบการเปิดใช้งาน ด้านกัมพูชาอยู่ระหว่างก่อสร้างลานจอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน เช่นเดียวกับฝั่งไทย ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเปิดใช้งานสะพานมิตรภาพถาวรสตึงบท-บ้านหนองเอี่ยน เช่นกัน (ไม่ระบุห้วงเวลา)

การหารือระหว่างผู้แทนพิเศษอาเซียนและผู้แทนพรรคการเมืองเมียนมา 8 พรรคถูกยกเลิก

สำนักข่าว Eleven Myanmar รายงานเมื่อ 12 ต.ค.64 อ้างถ้อยแถลงของ ดร.Nandar Hla Myint โฆษกพรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นแห่งสหภาพ (Union Solidarity and Development Association-USDP) ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมา (Union Election Commission-UEC) แจ้งยกเลิกการพบปะระหว่างดาโต๊ะ เอรีวัน เปฮิน ยูซอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนที่สองของบรูไนและผู้แทนพิเศษของอาเซียนกับผู้แทนจากพรรคการเมืองเมียนมาทั้ง 8 พรรค ซึ่งเดิมมีแผนที่จะพบกันที่สำนักงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมา (Union Election Commission-UEC) ใน 12 ต.ค.64

อินเดียประณามเหตุก่อการร้ายที่มัสยิดในอัฟกานิสถาน

กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 11 ต.ค.64 ประณามผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายเมื่อ 8 ต.ค.64 ที่มัสยิดในเมือง Kunduz อัฟกานิสถาน เป็นเหตุให้ชาวอัฟกานิสถานเสียชีวิตมากกว่า 100 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเหยื่อที่เสียชีวิต รวมทั้งผู้บาดเจ็บ โดยอินเดียหวังว่า อัฟกานิสถานจะสามารถสืบหาตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายครั้งนี้ เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว ทั้งนี้ อินเดียเน้นย้ำจุดยืนของตนในการต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบ และให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการต่อต้านการก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน

รัสเซียและ CSTO จะปกป้องทาจิกิสถาน หากอัฟกานิสถานรุกราน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 8 ต.ค.64 ว่า นาย Andrei Rudenko รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุ รัสเซียและองค์กรสนธิสัญญาความร่วมมือเพื่อความมั่นคงร่วม (Collective Security Treaty Organization-CSTO) ซึ่งมีทาจิกิสถานเป็นประเทศสมาชิกพร้อมด้วย รัสเซีย อาร์เมเนีย เบลารุส คาซัคสถาน และคีร์กีซสถาน จะปกป้องทาจิกิสถานหากอัฟกานิสถานบุกรุก นอกจากนี้ นาย Rudenko ระบุมีรายงานว่ากลุ่มตอลิบัน ไม่สามารถควบคุมพื้นที่ทางตอนเหนือของอัฟกานิสถานซึ่งติดกับทาจิกิสถาน อย่างไรก็ดี รัสเซียคาดหวังว่ากลุ่มตอลิบันยังจะสามารถปฏิบัติตามคำมั่นที่จะไม่บุกรุกประเทศเพื่อนบ้าน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สนับสนุนนโยบายขยายโควตารับผู้ลี้ภัยในปีงบประมาณ 2565

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 8 ต.ค.64 เกี่ยวกับท่าทีของนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่าสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการขยายโควตารับผู้ลี้ภัยเพิ่มเป็น 125,000 คนในปีงบประมาณ 2565 เพื่อให้สหรัฐฯ ดำรงสถานะผู้นำในประชาคมระหว่างประเทศที่ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ทั้งในรูปแบบการเพิ่มจำนวนรับผู้ลี้ภัยเข้าสหรัฐฯ และการให้ทุนสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศอื่น ๆ ตลอดจนส่งเสริมการย้ายถิ่นฐานอย่างปลอดภัยและเป็นระเบียบ ทั้งนี้ เมื่อปี 2565 สหรัฐฯ รับผู้ลี้ภัยเข้าประเทศจำนวน 11,411 คน น้อยกว่าโควตาที่กำหนดไว้ที่ 62,500 คน เนื่องจากยังมีมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวดที่เป็นผลจากนโยบายอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

สิงคโปร์ขยายการเปิดประเทศสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนเป็น 11 ประเทศ

กระทรวงคมนาคมสิงคโปร์แถลงเมื่อ 9 ต.ค.64 จะขยายการเปิดรับนักท่องเที่ยวในช่องทางพิเศษชนิด Vaccinated Travel Lane (VTL) ซึ่งจะผ่อนปรนให้ผู้ฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 สามารถเดินทางเข้าสิงคโปร์โดยไม่ต้องกักตัว เพิ่มอีก 8 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา เดนมาร์ก ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ โดยจะเริ่มมีผลใน 19 ต.ค.64 ส่งผลให้ประเทศที่อยู่ในบัญชี VTL เพิ่มเป็น 11 ประเทศ  (เยอรมนี บรูไน เริ่มตั้งแต่ ก.ย.64 และเกาหลีใต้ จะเริ่มใน 15 พ.ย.64) ในจำนวนนี้ มีเพียงบรูไนที่เป็นการผ่อนปรนแต่ฝ่ายเดียวของสิงคโปร์  นอกจากนี้ สิงคโปร์จะผ่อนคลายมาตรการสาธารณสุขเพื่อให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น โดยลดการตรวจเชื้อชนิด PCR จาก 4 ครั้งเป็น 2 ครั้ง คือก่อนการเดินทางออกนอกประเทศ และเมื่อเดินทางถึงสิงคโปร์ ทั้งนี้ ตั้งแต่สิงคโปร์เปิดรับนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว มีผู้เดินทางจากเยอรมนีและบรูไน…

จีนจะแก้ปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าโดยใช้กลไกตลาด

สำนักข่าวซินหัว รายงานเมื่อ 8 ต.ค.64 อ้างถ้อยแถลงนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีน ที่ระบุระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ต้องมีมาตรการปฏิรูปและกลไกการตลาดเพื่อรักษาอุปทานของไฟฟ้าและถ่านหินให้เพียงพอกับความต้องการใช้งานในฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชน และเพื่อให้เศรษฐกิจดำเนินไปได้ไม่ติดขัด นอกจากนั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติร่างกฎหมายอนุรักษ์แม่น้ำเหลืองด้วย อนึ่ง มาตรการดังกล่าวเป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของจีน ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากการขาดแคลนถ่านหิน และราคาถ่านหินเพิ่มสูงขึ้น

จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชี้แจงกรณีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ชนวัตถุชนิดหนึ่งในทะเลจีนใต้

สำนักข่าวซินหัว รายงานอ้างถ้อยแถลงนายเจ้า หลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อ 8 ต.ค.64 ที่เรียกร้องให้สหรัฐฯ ชี้แจงกรณีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ USS Connecticut ของสหรัฐฯ ชนวัตถุชนิดหนึ่งขณะปฏิบัติการในทะเลจีนใต้เมื่อ 2 ต.ค.64 โดยต้องการทราบตำแหน่งที่เกิดเหตุ วัตถุประสงค์ของการปฏิบัติภารกิจ รายละเอียดของเหตุการณ์ วัตถุที่ชน การรั่วไหลของนิวเคลียร์ และความเสียหายต่อระบบนิเวศทางทะเล นอกจากนี้ยังโจมตีว่าสหรัฐฯ สร้างปัญหาและความตึงเครียดในทะเลจีนใต้มาโดยตลอดด้วยข้ออ้างของการปฏิบัติการรักษาเสรีภาพในการเดินเรือ ส่วนการที่สหรัฐฯ ปิดบังและแจ้งรายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าวล่าช้า เป็นการกระทำที่ขาดความโปร่งใสและไร้ความรับผิดชอบ ซึ่งทำให้จีนและประเทศบริเวณทะเลจีนใต้ต้องตั้งคำถามถึงเจตนาที่แท้จริงของสหรัฐฯ เกี่ยวกับปฏิบัติการดังกล่าว

อินเดียจะยกเลิกข้อกำหนดให้ผู้ถือสัญชาติอังกฤษที่เดินทางเข้าอินเดียต้องกักตัว

สำนักข่าว Hindustan Times รายงานเมื่อ 8 ต.ค.64 ว่า กระทรวงสาธารณสุขอินเดียเตรียมออกประกาศยกเลิกข้อกำหนดให้ผู้ถือสัญชาติอังกฤษที่เดินทางเข้าอินเดียตั้งแต่ 4 ต.ค.64 ต้องกักตัวในที่พักเป็นระยะเวลา 10 วัน และในวันที่ 8 นับจากวันที่เดินทางถึงอินเดียต้องตรวจหาเชื้อไวรัส COVID-19 ด้วยวิธี RT-PCR เพิ่มเติม เนื่องจากทางการสหราชอาณาจักรให้การยอมรับวัคซีน Covishield ซึ่งเป็นวัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตในอินเดีย รวมถึงเอกสารรับรองการได้รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 แล้ว ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 11 ต.ค.64