จีนจะเป็นตลาดการบินพาณิชย์ใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2583

หนังสือพิมพ์ Global Times อ้างรายงานของบริษัทอากาศยานพาณิชย์จีน (Commercial Aircraft Corporation of China -COMAC) เมื่อ 29 ก.ย.64 ว่า จำนวนเครื่องบินพาณิชย์ของจีนจะเพิ่มขึ้นถึง 9,957 ลำภายในปี 2583 หรือร้อยละ 22 ของจำนวนเครื่องบินพาณิชย์ทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลให้จีนเป็นตลาดการบินพาณิชย์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจีนจะรับมอบเครื่องบินโดยสารถึง 9,084 ลำใน 2 ทศวรรษข้างหน้าคิดเป็นมูลค่ารวม 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงเครื่อง 2 ใบพัดที่นั่งมากกว่า 50 ที่นั่งจำนวน 953 ลำ ขนาดมากกว่า 120 ที่นั่ง 1 ทางเดิน 6,295 ลำ และขนาดมากกว่า 250 ที่นั่ง 2 ทางเดิน 1,836 ลำ กับทั้งประเมินว่าตลาดการบินโลกจะฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิมก่อนเกิดการระบาดของโรค COVID-19 ได้ในปี 2566 และปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร…

จีนเห็นว่าการตั้งกลุ่ม AUKUS เป็นอันตรายต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

สำนักข่าวซินหัว รายงานอ้างถ้อยแถลงนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ระหว่างการประชุมหารือทางยุทธศาสตร์ระดับสูงจีน-สหภาพยุโรป ผ่านระบบออนไลน์ เมื่อ 28 ก.ย.64 ว่า การตั้งกลุ่ม AUKUS ระหว่างสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย เป็นประเด็นที่ประชาคมโลกวิตก เฉพาะอย่างยิ่งประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก เนื่องจากมีอันตรายที่แอบแฝงอยู่ 3 ประการ ได้แก่ 1) อาจนำไปสู่สงครามเย็น จากการสร้างกลุ่มทางการทหารและกำหนดเงื่อนไขด้านอุดมการณ์ 2) อาจนำไปสู่การแข่งขันสะสมอาวุธ ที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดความขัดแย้งทางการทหาร และ 3) อาจนำไปสู่การแพร่ขยายของอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งกระทบต่อสนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์แปซิฟิกใต้ และกระทบต่อความพยายามของอาเซียนที่จะเป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์  

บริษัท Pfizer ของสหรัฐฯ จะขออนุมัติการใช้วัคซีนเป็นกรณีฉุกเฉินต่อเด็กอายุระหว่าง 5-11 ปี

สำนักข่าววีโอเอรายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่า บริษัท Pfizer ของสหรัฐฯ จะขอให้องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (U.S. Food and Drug Administration-FDA) อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ในเด็กอายุระหว่าง 5-11 ปีเป็นกรณีฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยบริษัท Pfizer ระบุว่าได้ทดสอบวัคซีนกับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,268 คน ซึ่งปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี FDA ระบุว่าอาจใช้เวลาพิจารณาการฉีดวัคซีนแก่เด็กช่วงอายุดังกล่าว และไม่น่าจะทันใช้ใน ต.ค.64 ขณะเดียวกัน สื่อรายงานว่า FDA กำลังพิจารณาอนุมัติการใช้วัคซีนของบริษัท Moderna เป็นเข็มที่ 3 โดยใช้ปริมาณครึ่งโดส เพื่อส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สนับสนุนให้ชาวอเมริกันฉีดวัคซีนเข็มที่ 3

สิงคโปร์บริจาควัคซีน AstraZeneca ให้อินโดนีเซีย

หนังสือพิมพ์ The Straits Times รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่านาย Maliki Osman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนที่สอง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนที่สองของสิงคโปร์ ส่งมอบวัคซีนต้านเชื้อ COVID-19 ของ AstraZeneca จำนวน 122,400 โดส ให้กับนาย Suryo Pratomo เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำสิงคโปร์ ที่ท่าเรือจูรง ซึ่งเป็นการบริจาคผ่านโครงการ COVAX โดยวัคซีนจะจัดส่งไปยังเกาะบาตัมและหมู่เกาะรีเยาของอินโดนีเซีย ก่อนหน้านี้สิงคโปร์ส่งก๊าซออกซิเจนจำนวน 500 ตัน ให้อินโดนีเซีย เพื่อช่วยบรรเทาการขาดแคลนออกซิเจนในโรงพยาบาล ขณะที่อินโดนีเซียอำนวยความสะดวกขนส่งสินค้าจำเป็นให้สิงคโปร์ในช่วงก่อนการแพร่ระบาด โดยสิงคโปร์คาดหวังว่าการส่งมอบวัคซีนครั้งนี้นับเป็นการสนับสนุนให้ภูมิภาคกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหลังจากวิกฤติการแพร่ระบาด

สภาที่ปรึกษาพิเศษด้านเมียนมาเรียกร้อง UNSC กำหนดให้กองทัพเมียนมาเป็นกลุ่มก่อการร้าย

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่า สภาที่ปรึกษาพิเศษด้านเมียนมา (Special Advisory Council for Myanmar หรือ SAC-M) เผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อ 27 ก.ย.64 เรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) กำหนดให้สภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council-SAC) และกองทัพเมียนมาภายใต้การนำของ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นกลุ่มก่อการร้าย จากการกระทำที่โหดร้ายต่อพลเรือนเมียนมา อาทิ การทรมาน การสังหาร และการจับเป็นตัวประกัน รวมถึงกรณีการเผาบ้านเรือนประชาชนในรัฐชิน ภาคสะไกง์ ภาคมะก่วยและภาคมัณฑะเลย์ ห้วง ก.ย.64 ทั้งนี้ สภาที่ปรึกษาพิเศษต่อกรณีเมียนมา (Special Advisory Council for Myanmar: SAC-M) เป็นกลุ่มอิสระที่เกิดจากการรวมตัวของอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมาประจำ United Nations (UN) อาทิ นาย Marzuki…

กองทัพเมียนมาปะทะกับกองกำลัง KNDF ในรัฐฉาน

สำนักข่าวอิระวดี รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่า กองทัพเมียนมาปะทะกับกองกำลังป้องกันชนชาติคะยา (Karenni Nationalities Defense Force-KNDF) ในรัฐฉาน เมื่อ 27 ก.ย.64 หลังจาก KNDF ซุ่มโจมตีขบวนรถเคลื่อนย้ายกำลังพลของกองทัพเมียนมาที่มุ่งหน้าจาก จังหวัดกะลอ รัฐฉาน ไปยัง อำเภอดิโมโซ รัฐคะยา จำนวน 45 คัน บริเวณใกล้กับหมู่บ้านซองปยอง จังหวัดปินลอง ส่งผลให้ทหารเมียนมาเสียชีวิตอย่างน้อย 20 นาย ขณะที่ฝ่าย KNDF ไม่มีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ กองทัพเมียนมาเข้าปิดล้อมพื้นที่ควบคุมของ KNDF ใน อำเภอเปกอน รัฐฉาน และยิงปะทะกัน ทำให้มวลชนของ KNDF เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายคน

กองทัพเมียนมาปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในภาคสะไกง์ ใกล้กับชายแดนอินเดีย

สำนักข่าว ANI News รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่า กองทัพเมียนมาปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ จังหวัดปินเลบู และ จังหวัดกะตะ ของภาคสะไกง์ ใกล้กับชายแดนอินเดีย และสั่งอพยพประชาชนประมาณ 3,000 คน ออกจากพื้นที่ปฏิบัติการ พร้อมกับระงับสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต เพื่อปิดล้อมปราบปรามกองทัพคะฉิ่นอิสระ (Kachin Independence Army-KIA) ที่สนธิกำลังกับกองกำลังป้องกันประชาชน (The People’s Defense Force-PDF) สู้รบด้วยอาวุธหนักกับกองทัพเมียนมามาอย่างรุนแรงต่อเนื่อง นับตั้งแต่ PDF ประกาศสงครามกับกองทัพเมียนมา เมื่อ 7 ก.ย.64

กัมพูชาจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแรงงานกลุ่มสิ่งทอเป็น 194 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2565

สำนักข่าวAKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 อ้างประกาศของกระทรวงแรงงานและฝึกวิชาชีพกัมพูชา ระบุว่า กัมพูชาเตรียมปรับค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานในกลุ่มโรงงานผลิตเสื้อผ้า รองเท้า สินค้าท่องเที่ยว และกระเป๋า จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่เดือนละ 192 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นเดือนละ 194 ดอลลาร์สหรัฐ โดยจะเริ่มใช้อัตราค่าแรงใหม่ใน ม.ค.65 และแรงงานกลุ่มดังกล่าวยังจะได้รับผลประโยชน์อื่น ๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พักบางส่วน และค่าอาหาร เป็นต้น ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชาได้กำหนดนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานกลุ่มสิ่งทอทุกปี อนึ่ง เมื่อปี 2563 ค่าแรงงานขั้นต่ำอยู่ที่เดือนละ 190 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากเดือนละ 182 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2562

สิงคโปร์กระชับความร่วมมือกับสหรัฐฯ และลงนามต่ออายุโครงการฝึกอบรมประเทศที่สาม

กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์แถลงเมื่อ 28 ก.ย.64 เกี่ยวกับผลการหารือระหว่างนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ กับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 27 ก.ย.64 โดยทั้งสองฝ่ายย้ำความสัมพันธ์อันดีที่ยาวนาน ในโอกาสจะครบรอบ 55 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมกันนี้เห็นพ้องการยกระดับความร่วมมือทั้งด้านกลาโหม เศรษฐกิจ ความมั่นคง และยินดีที่จะขยายความร่วมมืออื่น ๆ อาทิ ความมั่นคงทางไซเบอร์ ด้านห่วงโซ่อุปทาน การเติบโตด้านนวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และอวกาศ ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยนายบาลากริชนันยินดีที่สหรัฐฯ ให้คำมั่นจะกระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคและอาเซียน รวมถึงคาดหวังว่านายบลิงเคนจะเยือนสิงคโปร์ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายลงนามต่ออายุบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding-MOU) โครงการฝึกอบรมประเทศที่สามระหว่างสหรัฐฯ–สิงคโปร์ (Singapore-US Third Country Training Program-TCTP) ซึ่งนับเป็นการต่ออายุครั้งที่ 4  และสะท้อนถึงความสำเร็จการเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งโครงการ TCTP มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 1,500 คน และมีการอบรมมากกว่า…

กระทรวงสาธารณสุขลาว ส่งมอบรถพยาบาล 50 คัน ให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

เว็บไซต์สำนักข่าวLaotian Times รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่ากระทรวงสาธารณสุขลาว ส่งมอบรถพยาบาลจำนวน 50 คันซึ่งจัดซื้อจากเงินกู้ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank-ADB) ให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ 11 แขวง รวมถึงนครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 27 ก.ย.64 โดยนายสะหนอง ทองซะนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขลาว ระบุว่า รถพยาบาลทั้งหมดจะใช้ในการขนส่งผู้ป่วยทั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และผู้ป่วยในกรณีอื่น ๆ เนื่องจากที่ผ่านมาลาวประสบปัญหาการขนส่งผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล เพราะขาดแคลนรถพยาบาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น มีรายงานด้วยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะจัดหารถพยาบาลจำนวน 81 คัน ให้กับกระทรวงสาธารณสุขลาว เพื่อแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพทั่วประเทศ