กัมพูชาจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแรงงานกลุ่มสิ่งทอเป็น 194 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2565

สำนักข่าวAKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 อ้างประกาศของกระทรวงแรงงานและฝึกวิชาชีพกัมพูชา ระบุว่า กัมพูชาเตรียมปรับค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานในกลุ่มโรงงานผลิตเสื้อผ้า รองเท้า สินค้าท่องเที่ยว และกระเป๋า จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่เดือนละ 192 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นเดือนละ 194 ดอลลาร์สหรัฐ โดยจะเริ่มใช้อัตราค่าแรงใหม่ใน ม.ค.65 และแรงงานกลุ่มดังกล่าวยังจะได้รับผลประโยชน์อื่น ๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พักบางส่วน และค่าอาหาร เป็นต้น ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชาได้กำหนดนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานกลุ่มสิ่งทอทุกปี อนึ่ง เมื่อปี 2563 ค่าแรงงานขั้นต่ำอยู่ที่เดือนละ 190 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากเดือนละ 182 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2562

สิงคโปร์กระชับความร่วมมือกับสหรัฐฯ และลงนามต่ออายุโครงการฝึกอบรมประเทศที่สาม

กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์แถลงเมื่อ 28 ก.ย.64 เกี่ยวกับผลการหารือระหว่างนายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ กับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 27 ก.ย.64 โดยทั้งสองฝ่ายย้ำความสัมพันธ์อันดีที่ยาวนาน ในโอกาสจะครบรอบ 55 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมกันนี้เห็นพ้องการยกระดับความร่วมมือทั้งด้านกลาโหม เศรษฐกิจ ความมั่นคง และยินดีที่จะขยายความร่วมมืออื่น ๆ อาทิ ความมั่นคงทางไซเบอร์ ด้านห่วงโซ่อุปทาน การเติบโตด้านนวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และอวกาศ ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยนายบาลากริชนันยินดีที่สหรัฐฯ ให้คำมั่นจะกระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคและอาเซียน รวมถึงคาดหวังว่านายบลิงเคนจะเยือนสิงคโปร์ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายลงนามต่ออายุบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding-MOU) โครงการฝึกอบรมประเทศที่สามระหว่างสหรัฐฯ–สิงคโปร์ (Singapore-US Third Country Training Program-TCTP) ซึ่งนับเป็นการต่ออายุครั้งที่ 4  และสะท้อนถึงความสำเร็จการเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้งโครงการ TCTP มีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 1,500 คน และมีการอบรมมากกว่า…

กระทรวงสาธารณสุขลาว ส่งมอบรถพยาบาล 50 คัน ให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

เว็บไซต์สำนักข่าวLaotian Times รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่ากระทรวงสาธารณสุขลาว ส่งมอบรถพยาบาลจำนวน 50 คันซึ่งจัดซื้อจากเงินกู้ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank-ADB) ให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ 11 แขวง รวมถึงนครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ 27 ก.ย.64 โดยนายสะหนอง ทองซะนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขลาว ระบุว่า รถพยาบาลทั้งหมดจะใช้ในการขนส่งผู้ป่วยทั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และผู้ป่วยในกรณีอื่น ๆ เนื่องจากที่ผ่านมาลาวประสบปัญหาการขนส่งผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล เพราะขาดแคลนรถพยาบาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น มีรายงานด้วยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะจัดหารถพยาบาลจำนวน 81 คัน ให้กับกระทรวงสาธารณสุขลาว เพื่อแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพทั่วประเทศ

ลาวรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์จากไทยเพื่อใช้รับมือการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่ รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่า นายบุนสะเถียน พมมะแสน หัวหน้าแผนกเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุขลาว รับมอบความช่วยเหลือเครื่องมือทางการแพทย์ 9 รายการ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 47 รายการ จากรัฐบาลไทย ผ่านกรมความร่วมมือระหว่างประเทศกระทรวงการต่างประเทศไทย เมื่อ 27 ก.ย.64 ที่ด่านสากลสะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 1 นครหลวงเวียงจันทน์ โดยความช่วยเหลือดังกล่าวรวมมูลค่า 4,694,926 บาท ซึ่งจะส่งมอบต่อให้กับโรงพยาบาลเมืองโพนโฮง แขวงเวียงจันทน์ เพื่อใช้รักษาพยาบาล และรับมือการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทวิภาคีลาว-ไทย ครบรอบ 70 ปี

โครงการรถไฟลาว-จีน เริ่มจ่ายไฟฟ้าให้กับระบบราง

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 27 ก.ย.64 ว่า โครงการรถไฟลาว-จีน ได้เปิดดำเนินการสถานีไฟฟ้าขับเคลื่อน (traction substation) 10 แห่ง ตามแนวเส้นทางรถไฟลาว-จีน ในพื้นที่ 5 แขวงของลาว ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงเวียงจันทน์ แขวงหลวงพระบาง แขวงอุดมไซ และแขวงหลวงน้ำทา ภายใต้การรับผิดชอบของ บริษัทLaos-China Power Investment Company (LCPC) เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับรางรถไฟผ่านสายไฟฟ้าขนาด 115 กิโลโวลต์ ระยะทาง 257 กิโลเมตร โดยสถานีไฟฟ้าขับเคลื่อนดังกล่าวได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายไฟฟ้าของลาว ทั้งนี้ โครงการรถไฟลาว-จีน จะเปิดดำเนินการใน 2 ธ.ค.64 (วันชาติลาว)

บริษัทเฟซบุ๊กเห็นด้วยกับกฎหมายต่อต้านการแทรกแซงจากต่างชาติของสิงคโปร์ แต่ยังเป็นแนวคิดที่กว้างมาก

นาย Nathaniel Gleicher หัวหน้าฝ่ายนโยบายความปลอดภัยทางไซเบอร์ของบริษัทเฟซบุ๊กเปิดเผยเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่า กรณีสิงคโปร์เสนอยกร่างกฎหมายต่อต้านการแทรกแซงจากต่างชาติ ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลสั่งบริษัทสื่อสังคมออนไลน์เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้อินเทอร์เน็ต รวมถึงลบเนื้อหาและขัดขวางการใช้บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่มีลักษณะเป็นภัยของประเทศ บริษัทเฟซบุ๊กยืนยันมีเป้าหมายสอดคล้องกับรัฐบาลสิงคโปร์ที่ไม่ต้องการดให้ต่างชาติแทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่นด้วยการใช้แพลตฟอร์มของบริษัทเฟซบุ๊กในการขยายอิทธิพล ทั้งนี้ สิงคโปร์นับเป็นประเทศแรกที่จะบัญญัติกฎหมายเพื่อจัดการกับความท้าทายดังกล่าว โดยบริษัทเฟซบุ๊กจะต้องระมัดระวังถึงหลักการปฏิบัติ เพื่อไม่ให้กระทบความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน รวมถึงเพื่อรักษาเสรีภาพในการแสดงออกและความปลอดภัย อย่างไรก็ดี นาย Gleicher เห็นว่า การบัญญัติกฎหมายที่กล่าวถึงการห้ามแทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่นเป็นแนวคิดที่กว้างมาก เนื่องจากเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะระหว่างการปฏิบัติการที่มีเป้าหมายแอบแฝงกับการทำเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งบริษัทเฟซบุ๊กคาดหวังว่าจะสามารถหาแนวทางร่วมมือกับสิงคโปร์ในประเด็นดังกล่าวได้ และเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของกฎหมายทั่วโลก อีกทั้งคาดหวังว่าสิงคโปร์จะรักษาสมดุลการปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน

อินโดนีเซียอนุญาตให้มีการทำธุรกรรมเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล

เว็บไซต์ AMBcrypto รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 อ้างการแถลงของนายมูฮัมหมัด ลุธฟี รัฐมนตรีว่าการการค้าอินโดนีเซีย ว่า รัฐบาลอินโดนีเซียจะไม่ห้ามทำกิจกรรมการเงินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิตอล (cryptocurrencies) เหมือนเช่นรัฐบาลจีน แต่จะยกระดับกฎระเบียบให้เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำสกุลเงินดิจิตอลไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย โดยปัจจุบัน อินโดนีเซียอนุญาตให้เหรียญคริปโต เช่น บิตคอยน์ อีเธอเรียม หรือโดชคอยน์ เป็นสินทรัพย์หรือสินค้าโภคภัณฑ์ และอนุญาตให้ประชาชนซื้อขายได้ แต่ยังไม่อนุญาตให้ใช้ คริปโตเป็นเครื่องมือการชำระเงิน ทั้งนี้ การค้าสกุลเงินดิจิทัลในอินโดนีเซียเติบโตอย่างมากในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณธุรกรรมห้วงปี 2563 สูงถึง 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคณะกรรมการกำกับดูแลตลาดซื้อขาย ล่วงหน้า (Bappebti) ระบุว่า การทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิตอลโดยรวมในตลาด 13 แห่งที่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการในอินโดนีเซียขยายตัวถึงร้อยละ 40 คิดเป็นมูลค่า 370 ล้านล้านรูเปียะฮ์ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 และจำนวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิตอลเพิ่มขึ้นเป็น 6.5 ล้านคนเมื่อ พ.ค.64 จาก 4 ล้านคนเมื่อปลายปี 2563

กัมพูชาส่งมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้ลาว 200,000 โดส

สำนักข่าวAKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 ว่า นายอุจ โบฤทธิ์ รัฐมนตรีติดตามนายกรัฐมนตรีฮุน เซน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา และนายบุนแฝง พูมมะไลสิด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาว เข้าร่วมพิธีส่งมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท Sinovac จากกัมพูชาให้ลาว จำนวน 200,000 โดส ณ จุดผ่านแดนถาวรตรอเปียงเกรียล จังหวัดสตึงเตรง กัมพูชา-ด่านสากลหนองนกเขียน แขวงจำปาสัก ลาว โดยนายบุนแฝง พูมมะไลสิด กล่าวขอบคุณรัฐบาลและประชาชนกัมพูชาที่ส่งมอบวัคซีนครั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อ 27 ก.ย.64 นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ส่งจดหมายถึงนายพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรีลาว เกี่ยวกับการส่งมอบวัคซีนจำนวนดังกล่าวว่า กัมพูชาต้องการส่งมอบความช่วยเหลือแก่ลาวเพื่อรับมือกับโรค COVID-19 ในฐานะมิตรประเทศใกล้ชิด

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เริ่มโครงการ Enterprise Data Strategy เพื่อรวบรวมและใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 27ก.ย.64 ประกาศโครงการ Enterprise Data Strategy (EDS) เป้าหมายเพื่อให้มั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และเป็นแหล่งรวบรวม บริหารจัดการ และวิเคราะห์ข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อใช้ประกอบการกำหนดนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันเวลา ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เริ่มดำเนินโครงการ EDS เป็นครั้งแรก เนื่องจากตระหนักว่าปัจจุบันข้อมูลเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการทูต โดย EDS จะมีระยะเวลาโครงการ 3 ปี มี Enterprise Data Council เป็นผู้ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งจะมีกิจกรรมครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) และการทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (Machine Learning-ML)

FBI เปิดเผยว่าการฆาตกรรมในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเมื่อปี 2563

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อ 28 ก.ย.64 อ้างสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (Federal Bureau of Investigation-FBI) ว่า อัตราการฆาตกรรมในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.4 เมื่อปี 2563 ส่วนใหญ่เป็นการใช้อาวุธปืน ทั้งนี้ FBI ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้การฆาตกรรมเพิ่มขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม หลังกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังหารนายจอร์จ ฟรอยด์เมื่อปี 2563 ที่ทำให้ชาวอเมริกันไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น และการครอบครองอาวุธปืนที่เพิ่มขึ้นในห้วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั้งนี้ สื่อคาดว่าข้อมูลของ FBI จะทำให้เกิดกระแสวิจารณ์กฎหมายครอบครองอาวุธปืนในสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็เป็นประเด็นน่าห่วงกังวลเพราะสหรัฐฯ เผชิญความท้าทายในการรับเจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่ เนื่องจากการปรับกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งทำให้สหรัฐฯ มี แนวโน้มจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจน้อยลง ขณะที่อาชญากรรมจากความรุนแรงมีแนวโน้มสูงขึ้น