สิงคโปร์เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ COVID-19 เข็มกระตุ้นให้ผู้สูงอายุ

หนังสือพิมพ์ The Straits Times รายงานเมื่อ 15 ก.ย.64 ว่า ในวันเดียวกันสิงคโปร์เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ COVID-19 เข็มกระตุ้นให้ผู้สูงอายุ โดยกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ส่งหนังสือเชิญชวนให้ผู้สูงอายุประมาณ 140,000 คน เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นของ Pfizer-BioNTech หรือ Moderna ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนและสถานพยาบาลที่ให้บริการ รวมถึงเตรียมบริการฉีดวัคซีนตามบ้านให้กับผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์แนะนำให้ผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น หลังจากฉีดวัคซีนเข็มที่สอง 6-9 เดือน ขณะเดียวกันเตือนให้ผู้สูงอายุอาศัยอยู่แต่ในบ้านเท่าที่จะเป็นไปได้ และลดกิจกรรมรวมกลุ่มขนาดใหญ่ในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้า เพราะผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงเมื่อติดเชื้อ

กองทัพเรือมาเลเซียรับมอบเรือปฏิบัติการชายฝั่งลำที่ 3 จากจีน

หนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ ของมาเลเซีย รายงานเมื่อ 14 ก.ย.64 โดยอ้างแถลงการณ์ของกองทัพเรือมาเลเซีย ว่า กองทัพเรือมาเลเซียได้รับมอบเรือปฏิบัติการชายฝั่ง (Littoral Mission Ship-LMS) ลำที่ 3 จากจีนแล้ว โดยการจัดซื้อเรือ LMS ดังกล่าว เป็นการลงนามระหว่างกระทรวงกลาโหมมาเลเซียกับบริษัท Shipbuilding & Offshore International Co Ltd (CSOC) ของรัฐบาลจีน เมื่อ มี.ค.60 เพื่อจัดซื้อเรือ LMS จากจีนทั้งหมด 4 ลำ ทั้งนี้ มาเลเซียน่าจะได้รับมอบเรือ LMS ลำสุดท้ายจากจีนใน ธ.ค.64  

อินโดนีเซียตั้งเป้าจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติใน พ.ย.64

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 15 ก.ย.64 อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายบูดี กูนาดี ซาดิกิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย ว่า อินโดนีเซียมีแผนจะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ใน พ.ย.64 หรือในทันทีที่ร้อยละ 70 ของประชากรเป้าหมาย 208 ล้านคน ได้รับวัคซีนต้านโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม โดยอินโดนีเซียกำลังศึกษาแผนยุทธศาสตร์ที่สหราชอาณาจักรใช้ ซึ่งได้ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 เข็มแรก เพราะแสดงให้เห็นว่าสามารถลดอัตราการต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ นายซาดิกินเป็นบุคคลแรกในรัฐบาล ที่ออกมาให้คำมั่นต่อสาธารณชนสำหรับการเปิดประเทศอีกครั้ง โดยปัจจุบัน อินโดนีเซียอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่การทูตหรือผู้มีวีซ่าทำงานเท่านั้นเข้าอินโดนีเซียได้ ในชั้นนี้ คณะรัฐมนตรีอินโดนีเซียเห็นด้วยกับการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่เกาะบาหลี แต่ยังไม่ได้กำหนดเวลา

มาเลเซียจะเปิดภาคเศรษฐกิจมากขึ้น หลังประชาชนมากกว่าครึ่งได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว

หนังสือพิมพ์ The Straits Times ของมาเลเซีย รายงานเมื่อ 15 ก.ย.64 โดยอ้างถ้อยแถลงของดาโต๊ะ ซรี อิสมาอิล ซาบรี ยากบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ว่า ตั้งแต่ 16 ก.ย.64 มาเลเซีย จะเปิดภาคเศรษฐกิจมากขึ้น โดยจะอนุญาตให้ธุรกิจ 11 ประเภทเปิดทำการได้ เช่น ร้านบริการล้างรถ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ร้านเสื้อผ้า ร้านทอง ศูนย์ความงามและร้านตัดผม แม้จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายวันจะยังสูงประมาณ 15,000-20,000 ราย แต่ภาคธุรกิจดังกล่าวไม่พบการแพร่ระบาดขนาดใหญ่ ประกอบกับอัตราผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสในมาเลเซียมีมากกว่าครึ่ง อยู่ที่ร้อยละ 53.3 ขณะที่ประชาชนวัยผู้ใหญ่อยู่ที่ร้อยละ 74.7 (ณ 14 ก.ย.64) อย่างไรก็ดี ภาคธุรกิจข้างต้นจะต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด อาทิ ให้บริการโดยมีพนักงานและลูกค้าที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ มาเลเซีย คาดหวังว่าจะฉีดวัคซีนให้ประชาชนวัยผู้ใหญ่ทั้งหมดได้ภายใน ต.ค.64 ซึ่งมาเลเซียจะกำหนดให้ COVID-19 เป็นโรคประจำถิ่น เหมือนโรคอื่น…

SAC เร่งส่งเสริมให้เมียนมาผลิตวัคซีนไว้ใช้ภายในประเทศ

หนังสือพิมพ์ The New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 14 ก.ย.64 ว่า พล.อ.รองอาวุโส โซวิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด รองประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council-SAC) และรองนายกรัฐมนตรีเมียนมา เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในเมียนมา เมื่อ 13 ก.ย.64 โดยมีข้อสั่งการให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาการวิจัยและผลิตวัคซีนไว้ใช้ภายในประเทศ และเน้นการฉีดวัคซีนให้ประชาชนทุกกลุ่มในเมียนมา รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ให้เร็วที่สุด พร้อมกับจัดทำบัญชีสถิติรายชื่อผู้ได้รับวัคซีนในเมียนมาทั้งหมดให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อให้การแจกจ่ายวัคซีนในเมียนมา มีประสิทธิภาพและทั่วถึง ทั้งนี้ เมียนมาได้รับการสนับสนุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตวัคซีนจากรัสเซียและจีน และคาดว่า จะจัดตั้งโรงงานและผลิตได้ภายในปี 2564

CDF สนธิกำลังกับชนกลุ่มน้อยบุกยึดฐานปฏิบัติการกองทัพเมียนมาในรัฐชิน

สำนักข่าว RFA รายงานเมื่อ 15 ก.ย.64 ว่า กองกำลังป้องกันดินแดนชิน (Chinland Defence Force-CDF) สนธิกำลังกับกองกำลังชนกลุ่มน้อย Chin National Army (CNA) ซึ่งเป็นกองกำลังเครือข่ายของกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชนชาติชิน (CNF) รวมประมาณ 400 คน โจมตีและบุกยึดฐานปฏิบัติการกองทัพเมียนมาในจังหวัด Thantlang รัฐชิน ระหว่าง 11-12 ก.ย.64 เพื่อตอบโต้กรณีกองทัพเมียนมาปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อ CDF (เมื่อ 10 ก.ย.64) ส่งผลให้ทหารเมียนมาเสียชีวิตอย่างน้อย 12 นาย ส่วนฝ่าย CDF กับ CNA เสียชีวิต 8 คน ทั้งนี้ การสู่รบที่รุนแรงขึ้นในรัฐชินทำให้มีชาวเมียนมาหนีภัยการสู้รบเข้าไปในอินเดียเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปัจจุบันที่มีชาวเมียนมาอพยพไปอินเดียประมาณ 10,000 คน นับตั้งแต่กองทัพเมียนมายึดอำนาจ (เมื่อ 1 ก.พ.64)

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ปฏิบัติภารกิจที่โรงเรียนเตรียมทหาร ในภาคมัณฑะเลย์

หนังสือพิมพ์ The New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 14 ก.ย.64 ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council-SAC) และนายกรัฐมนตรีเมียนมา เป็นประธานการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกเหล่าทหารของนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 64 ของวิทยาลัยกลาโหมเมียนมา (Defense Services Academy-DSA) ที่จังหวัดปยินอูลวิน ภาคมัณฑะเลย์ เมื่อ 13 ก.ย.64 และร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนักเรียน ทั้งนี้ เมียนมาอยู่ระหว่างเปิดรับนักศึกษาโรงเรียนเตรียมทหาร 3 แห่ง (DSA, Defense Science and Technology Academy และ Defense Services Medical Academy) เพื่อสรรหากำลังพลเพิ่มเติมและทดแทนบุคลากรในกองทัพประมาณ 1,500 นาย ที่ละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่และเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาล

สหรัฐฯ ย้ำให้ความสำคัญกับการส่งเสริมประชาธิปไตย

นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 14 ก.ย.64 มีถ้อยแถลงเนื่องในโอกาสวันประชาธิปไตยสากล (International Day of Democracy) ว่า สหรัฐฯ สนับสนุนประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นกลไกส่งเสริมความเท่าเทียม สันติภาพ และเสถียรภาพในระดับโลก ดังนั้น การดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ จึงให้ความสำคัญกับทั้ง 2 ประเด็น นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดประชาธิปไตยใน ธ.ค.64 แบบออนไลน์ โดยให้ผู้แทนรัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วม เพื่อให้ประชาคมระหว่างประเทศเห็นว่าสหรัฐฯ สนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ทั้งการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม การเปิดโปงปัญหาคอร์รัปชัน และการชุมนุมอย่างสันติ  

สหรัฐฯ ลงโทษเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงที่มีส่วนช่วยเหลือรัฐบาล UAE เจาะข้อมูลคอมพิวเตอร์

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อ 14 ก.ย.64 ว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงของสหรัฐฯ จำนวน 3 ราย เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการเพื่อเจาะระบบข้อมูลทางคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) หรือ Project Raven โดยนาย Marc Baier นาย Ryan Adams และนาย Daniel Gericke ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวยอมรับว่าได้รวบรวมข้อมูลและสนับสนุนเครื่องมือเจาะระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือในสหรัฐฯ และต่างประเทศ ให้กับรัฐบาล UAE ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เพื่อให้ได้รับการลดหย่อนโทษ

CIA ประเมินว่ากลุ่มอัลกออิดะห์เริ่มเคลื่อนไหวในอัฟกานิสถาน

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 14 ก.ย.64 อ้างท่าทีนายเดวิด โคเฮน รองผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency-CIA) ประเมินว่า กลุ่มอัลกออิดะห์เริ่มเคลื่อนไหวในอัฟกานิสถาน โดยมีสิ่งบ่งชี้เพิ่มขึ้น และ CIA ยังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด อย่างไรก็ดี นายโคเฮนระบุว่า กลุ่มอัลกออิดะห์จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปีจึงจะมีศักยภาพมากพอที่จะเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ ทั้งนี้ ท่าทีของนายโคเฮนมีขึ้นในห้วงที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้แจงคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการต่างประเทศ เกี่ยวกับนโยบายของสหรัฐฯ ต่ออัฟกานิสถาน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประเมินว่า ขณะนี้กลุ่มอัลกออิดะห์ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะก่อเหตุโจมตีสหรัฐฯ