จีนเปิดให้บริการท่าเรือจงซาน-หนิงโปอีกครั้ง

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างการท่าเรือหนิงโปเมื่อ 25 ส.ค.64 ว่า ในวันเดียวกัน จีนเปิดให้บริการขนส่งสินค้าที่สถานีขนส่งเหมยซาน ท่าเรือหนิงโป-จงซาน มณฑลเจ้อเจียงตามปกติ ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด หลังจากปิดพื้นที่ให้บริการเมื่อ 11 ส.ค.64 เนื่องจากพบพนักงานติดเชื้อโรค COVID-19 โดยสถานีขนส่งเหมยซานรองรับการขนส่งสินค้า 1 ใน 5 ของปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดของท่าเรือหนิงโป-จงซาน และท่าเรือดังกล่าวรองรับการขนส่งสินค้า 1,200 ล้านตันเมื่อปี 2563 ทั้งนี้ การสั่งปิดสถานีขนส่งดังกล่าวทำให้การขนส่งสินค้าท่าเรืออื่นของจีนแออัดที่สุดในรอบ 7 ปี และการขนส่งสินค้าจากจีนไปยังกลุ่มประเทศตะวันตกล่าช้า

แคนาดาจะประจำการกองกำลังในอัฟกานิสถานต่อไปภายหลัง 31 ส.ค.64

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดาแถลงเมื่อ 24 ส.ค.64  ว่า แคนาดาต้องการประจำการกองกำลังในอัฟกานิสถานต่อไปภายหลัง 31 ส.ค.64  โดยแคนาดาต้องการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวอัฟกันออกจากอัฟกานิสถาน  แม้สหรัฐฯ จะอพยพพลเรือนทั้งหมดและถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานตามกำหนดเดิม  นอกจากนี้ นายทรูโดระบุว่าการยึดครองอัฟกานิสถานของกลุ่มตอลีบันทำให้แคนาดาเตรียมทบทวนนโยบายการให้ความช่วยเหลือแก่อัฟกานิสถานใหม่

สิงคโปร์ระบุกรณีวิกฤติอัฟกานิสถานเป็นบทเรียนจากการแทรกแซงของต่างชาติ

นายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์  สำนักข่าวCNBC เมื่อ 26 ส.ค.64 ประเมินสถานการณ์ในอัฟกานิสถานหลังจากสหรัฐฯ ถอนกำลังทหารว่า สถานการณ์เข้าสู่วิกฤติด้านมนุษยธรรมและเชื้อ COVID-19  ขณะเดียวกันก็เป็นบทเรียนว่าการแทรกแซงจากต่างชาติไม่ใช่ทางออกของอัฟกานิสถาน  โดยประชาชนและผู้นำต้องตัดสินใจกำหนดชะตากรรมด้วยตัวเอง ซึ่งปัจจุบันเป็นความรับผิดชอบของกลุ่มตอลิบัน ขณะเดียวกันสิงคโปร์แสดงความเข้าใจว่าประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากในเรื่องนี้ ส่วนชัยชนะของกลุ่มตอลิบันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่น่าประหลาดใจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ นายบาลากริชนัน ห่วงกังวลว่าสถานการณ์ในอัฟกานิสถานจะเป็นภัยคุกคามต่อการก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสิงคโปร์ สิงคโปร์จึงคาดหวังว่า อัฟกานิสถานจะไม่กลับเป็นแหล่งรวมของกลุ่มก่อการร้าย และจะติดตามการดำเนินการปฏิรูปของกลุ่มตอลิบันต่อไป ซึ่งในชั้นนี้ยังไม่สามารถประเมินได้   แต่น่าสังเกตว่ามีคนรุ่นใหม่เข้าเป็นสมาชิกและมีบทบาทในกลุ่มมากขึ้น

บริษัทผู้ผลิตวัคซีนจีนทั้ง 3 แห่งระบุว่าการฉัดวัคซีนเข็มกระตุ้นช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค COVID-19

สำนักข่าวChina Daily รายงานเมื่อ 26 ส.ค.64 อ้างนายจาง หยุนเทา  รองประธานบริษัท China National Biotech Group ในเครือบริษัท Sinopharm ที่เป็นรัฐวิสาหกิจจีน ว่า จีนอาจฉีดวัคซีนโรค COVID-19 เข็มกระตุ้น ให้ประชาชนในกลุ่มเสี่ยง เช่น บุคคลในอาชีพเสี่ยง บุคคลอายุ 60 ปีขึ้นไป ฯลฯ หลังจากประชาชนที่ได้รับวัคซีนมีจำนวนมากจนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ทั้งนี้ ผลการทดลองวัคซีน Sinopharm ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบว่าการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันประมาณ 5-10 เท่า และยกระดับการป้องกันไวรัสสายพันธุ์เดลตาได้ ขณะที่นายจู เทา หัวหน้านักวิทยาศาสตร์บริษัท CanSino เปิดเผยผลการทดลองวัคซีน CanSino เข็มกระตุ้น ว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ประมาณ 8 เท่า และบริษัท Sinovac เคยระบุระหว่างการประชุมกับองค์การอนามัยโลกว่าการฉีดวัคซีน Sinovac เข็มกระตุ้น ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันอย่างมีนัยสำคัญ

ประเทศยุโรปเริ่มทยอยถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน

นาย Clement Beaune รัฐมนตรีฝ่ายกิจการยุโรปของฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์ต่อสถานีโทรทัศน์ CNews เมื่อ 25 ส.ค.64 ว่า ฝรั่งเศสจะถอนกองกำลังทางทหารออกจากอัฟกานิสถานภายใน 26 ส.ค.64 โดยฝรั่งเศสอพยพพลเมืองและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นออกมาแล้วกว่า 2,100 คน สอดคล้องกับท่าทีของสหราชอาณาจักรที่เตรียมถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถานให้เสร็จสิ้นภายใน 27-28 ส.ค.64 ก่อนที่สหรัฐฯ จะถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานโดยสมบูรณ์ใน 31 ส.ค.64 พร้อมแจ้งเตือนพลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปสนามบินนานาชาติ Hamid Karzai ในกรุงคาบูล หลังได้รับรายงานแนวโน้มการก่อการร้ายโดยกลุ่ม Islamic State (IS) ด้านกระทรวงกลาโหมตุรกีเปิดเผยว่าเริ่มทยอยถอนกำลังทหารออกเช่นกัน หลังบรรลุภารกิจคุ้มครองความปลอดภัยให้สนามบินนานาชาติ Hamid Karzai ตามภารกิจขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organization-NATO)

เวียดนาม-สหรัฐฯ ย้ำบทบาทสำคัญของอาเซียนกรณีทะเลจีนใต้ ลุ่มแม่น้ำโขง และเมียนมา

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์VGP News ของรัฐบาลเวียดนาม รายงานเมื่อ 25 ส.ค.64 ถึงผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรี ฝั่ม มิญ จิ๊ญ ของเวียดนาม กับรองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ของสหรัฐฯ ว่า ทั้งสองฝ่ายย้ำบทบาทสำคัญของอาเซียนกรณีทะเลจีนใต้ ลุ่มแม่น้ำโขง และเมียนมา ตลอดจนหลักการต่าง ๆ ในการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล พ.ศ. 2525 (United Nations Convention on the Law Of the Sea-UNCLOS) ในการแก้ปัญหาระดับภูมิภาค เพื่อความมั่นคง ปลอดภัย และเสรีภาพในการเดินเรือและการบิน นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังให้หลักประกันด้านความมั่นคงแก่เวียดนามว่า จะสนับสนุนเอกราช และอธิปไตย โดยเฉพาะความมั่นคงทางทะเลและขีดความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายให้ดีขึ้น โอกาสนี้ นายงเหวียน ฟู้ จ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ และประธานาธิบ ดีงเหวียน ซวน ฟุก ยังได้เชิญประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน…

ญี่ปุ่นจะระงับการฉีดวัคซีนของ Moderna ไว้ก่อน เนื่องจากตรวจพบสารปนเปื้อนในขวดวัคซีนจำนวนหนึ่ง

สำนักข่าวKyodo รายงานเมื่อ 26 ส.ค.64 ว่ากระทรวงสาธารณสุขฯ ญี่ปุ่น จะระงับการใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของ Moderna จำนวน 1.63 ล้านโดส หลังได้รับรายงานจากศูนย์ฉีดวัคซีนหลายแห่งเกี่ยวกับการปนเปื้อนภายในขวดวัคซีนที่ยังไม่เปิดใช้ ซึ่งระบุว่า มีการตรวจพบสารปนเปื้อนหรือสารบางอย่างที่ไม่ใช่ส่วนประกอบของวัคซีนในปริมาณเล็กน้อย ในวัคซีนของ Moderna จำนวน 39 ขวด ขณะที่ บริษัท Takeda Pharmaceutical ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการจัดจำหน่ายวัคซีนดังกล่าวในประเทศระบุว่า อาจเกิดจากสายการผลิตที่สเปนในบางล็อต อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานข้อกังวลด้านความไม่ปลอดภัยใด ๆ และได้เรียกร้องให้ผู้ผลิตวัคซีนเร่งดำเนินการตรวจสอบแล้ว พร้อมขอให้หน่วยงานทางการแพทย์ระงับการใช้วัคซีนหากพบว่ามีความผิดปกติ

สหรัฐฯ ฝึกปฏิบัติการทางอากาศร่วมกับสหราชอาณาจักรในทะเลฟิลิปปินส์

เว็บไซต์กองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกรายงานเมื่อ 25 ส.ค.64 ว่า สหรัฐฯ ส่งกองเรือรบ United States Ship America ฝึกปฏิบัติการทางอากาศร่วมกับเรือบรรทุกเครื่องบิน His Majesty’s Ship Queen Elizabeth ของสหราชอาณาจักรในทะเลฟิลิปปินส์ระหว่าง 22-24 ส.ค.64 ซึ่งเป็นการฝึกปฏิบัติการทางอากาศต่อเนื่อง 48 ชั่วโมง โดยมีเครื่องบินรุ่น F-35 เครื่องบินรุ่น VMFA-211 และ เฮลิคอปเตอร์รุ่น MH-60S เข้าร่วม ทั้งนี้ การฝึกดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเสริมศักยภาพการปฏิบัติการร่วม ซึ่งสะท้อนว่าสหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักรสามารถปฏิบัติการทางอากาศได้อย่างสอดคล้องและส่งเสริมกันในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

ตุรกีเริ่มทดลองวัคซีนต้าน COVID-19 TURKOVAC ระยะที่ 3

สำนักข่าวAnadolu Agency รายงานเมื่อ 25 ส.ค.64 ว่า ตุรกีเริ่มทดลองวัคซีนป้องกันโรค COVID-19  TURKOVAC ระยะที่ 3 ในคน หลังจากผลการทดลองระยะที่ 2 พบว่า วัคซีน TURKOVAC มีประสิทธิในการป้องกันเชื้อสายพันธุ์แอลฟาร้อยละ 100 และอยู่ระหว่างการพัฒนาวัคซีนให้มีประสิทธิในการป้องกันเชื้อสายพันธุ์เดลตา ทั้งนี้ วัคซีน TURKOVAC พัฒนาโดยกระทรวงสาธารรสุขตุรกี สถาบันสุขภาพแห่งตุรกี และมหาวิทยาลัย Erciyes (ERU) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ไม่มีรายงานผลข้างเคียงรุนแรง และคาดว่าจะสามารถใช้ฉีดให้ประชาชนได้ภายในห้วงปลายปี 2564 ปัจจุบัน ตุรกีฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับประชาชนแล้วอย่างน้อยร้อยละ 56.9 ครบสองเข็มร้อยละ 43.5 จากประชากรทั้งหมด 82 ล้านคน

ฟิลิปปินส์เฝ้าระวังการเดินทางกลับของผู้มีแนวคิดหัวรุนแรงจากอัฟกานิสถาน

สำนักข่าวInquirer รายงานเมื่อ 26 ส.ค.64 อ้างการเปิดเผยของนายเดลฟิน ลอเรนซานา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ ว่า ฟิลิปปินส์ทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามผู้มีแนวคิดสนับสนุนกลุ่มตอลิบันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อาจได้รับการฝึกอบรมมาจากอัฟกานิสถานและวางแผนจะเดินทางกลับประเทศ โดยได้หารือกับพลเรือเอก John Aquilino ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ เมื่อ 23 ส.ค.64 เพื่อสอบถามการประเมินสถานการณ์อัฟกานิสถาน ในเบื้องต้นยังไม่พบชาวฟิลิปปินส์ไปฝึกอาวุธแต่อาจมีชาวมาเลเซียและอินโดนีเซีย  ซึ่งฟิลิปปินส์ขอให้สหรัฐฯ แจ้งฟิลิปปินส์หากพบการเคลื่อนไหวของนักรบกลุ่มดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ร่วมมือกับมาเลเซียและอินโดนีเซียในการป้องกันการเดินทางกลับประเทศของผู้ก่อการร้าย หรือพยายามหยุดการเคลื่อนย้ายไปประเทศอื่น ขณะที่กรณีประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ ประกาศเปิดรับผู้ลี้ภัยจากอัฟกานิสถานนั้น นายลอเรนซานาระบุว่าเป็นการเปิดรับอย่างจำกัด โดยไม่ใช่ชาวอัฟกัน  และควรจะรับผู้ลี้ภัยเป็นครอบครัว เนื่องจากไม่ควรให้สมาชิกในครอบครัวอยู่คนละประเทศ ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์เคยตรวจพบผู้ก่อตั้งกลุ่มอาบู ไซยาฟ 2 คน เข้าร่วมฝึกสู้รบกับกลุ่มตอลิบันระหว่างปี 2523-2532 ในอัฟกานิสถาน และได้รับเงินทุนสนับสนุนจากนายโอซามะ บินลาเดน เมื่อเดินทางกลับมาฟิลิปปินส์