CSTO จะติดตามสถานการณ์ชายแดนอาร์เมเนีย-อาเซอร์ไบจานอย่างใกล้ชิด

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 10 ส.ค.64 ว่า นาย Stanislav Zas เลขาธิการองค์กรสนธิสัญญาความร่วมมือเพื่อความมั่นคงร่วม (Collective Security Treaty Organization-CSTO) พบหารือกับ นายกรัฐมนตรีนิโคล พาชินยาน ของอาร์เมเนีย เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนอาร์เมเนีย-อาเซอร์ไบจาน โดย CSTO จะติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด พร้อมแสดงความวิตกต่อเหตุปะทะกันที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเน้นย้ำว่าความตึงเครียดในปัจจุบันส่งผลเสียต่อความมั่นคงของอาร์เมเนียและสถานการณ์ความมั่นคงในเขตความรับผิดชอบของ CSTO ซึ่งขัดขวางการดำเนินงานตามข้อตกลงสันติภาพที่ผู้นำรัสเซีย อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน ลงนามไว้เมื่อ 9 พ.ย.63 และ 11 ม.ค.64 แนวทางการแก้ไขที่เกิดขึ้นโดยใช้กลไก CSTO อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือในประเด็นการเตรียมการสำหรับกิจกรรมของ CSTO ใน ก.ย.64 ซึ่งรวมถึงการประชุมคณะมนตรีความมั่นคง CSTO และการประชุมร่วม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของ CSTO ที่ทาจิกิสถาน และแผนการสำหรับปี 2565 เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีของสนธิสัญญาความร่วมมือเพื่อความมั่นคง…

รัสเซียระบุกลุ่มตอลิบันจะไม่รุกล้ำแนวพรมแดนอุซเบกิสถานและทาจิกิสถาน

สำนักข่าว Interfax ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 10 ส.ค.64 อ้างคำกล่าวของ พล.อ.เซียร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ระหว่างการประชุม All-Russian youth educational “Territory of Smyslov” ที่ระบุว่า กลุ่มตอลิบัน (องค์กรก่อการร้ายผิดกฎหมายในรัสเซีย) ที่ควบคุมพื้นที่ชายแดนติดทาจิกิสถานและอุซเบกิสถาน ให้คำมั่นว่าจะไม่ขยายการโจมตีเข้ามาในสองประเทศ ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศแผนการฝึกซ้อมทางทหารระหว่างรัสเซียกับประเทศพันธมิตรที่มีพรมแดนติดกับอัฟกานิสถานเป็นประจำ เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในอัฟกานิสถานทวีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งกลุ่มตอลิบันเริ่มเข้ายึดพื้นที่ตามแนวชายแดนเพิ่มขึ้น โดยมีการฝึกซ้อมไปแล้ว 2 ครั้งคือ การฝึกซ้อมร่วมรัสเซีย-อุซเบกิสถาน ภายใต้รหัส South-2021 ห้วง 2-8 ส.ค.64 จัดขึ้นทางตอนใต้ของอุซเบกิสถานใกล้ชายแดนติดกับอัฟกานิสถาน และการฝึกซ้อมร่วม 3 ฝ่าย รัสเซีย-อุซเบกิสถาน-ทาจิกิสถาน ห้วง 5-10 ส.ค.64 โดยมีกำลังพลเข้าร่วมประมาณ 25,000 นาย พร้อมด้วยรถถัง รถหุ้มเกราะกว่า 300 คัน เครื่องบินโจมตี Su-25 จำนวน 25 ลำ…

เศรษฐกิจสิงคโปร์ปี 2564 มีแนวโน้มเติบโตกว่าที่คาดการณ์

กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์แถลงเมื่อ 11 ส.ค.64 คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของสิงคโปร์ในปี 2564 ขยายตัวร้อยละ 6-7 จากก่อนหน้านี้ประมาณการจะขยายตัวที่ร้อยละ 4-6 โดยเป็นผลมาจากเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ GDP ในไตรมาส 2/2564 ขยายตัวจากไตรมาสเดียวกันเมื่อปี 2663  ร้อยละ 14.7  ส่วนสำคัญมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดที่คงตัว และการฉีดวัคซีนตามเป้าหมาย โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาสที่  3-4  อีกทั้งปัจจัยที่ภาคอุตสาหกรรมที่เปิดกว้าง และความคืบหน้าของการผ่อนคลายมาตรการพรมแดน จะช่วยให้อุตสาหกรรมที่อิงกับผู้บริโภคโดยตรงฟื้นตัว และลดปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างชาติ

สหรัฐฯ มอบเงินช่วยเหลือไทยและเมียนมามูลค่ารวม 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 10 ส.ค.64 เกี่ยวกับถ้อยแถลงของนางลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ/สหประชาชาติระหว่างการเยือนไทยว่า สหรัฐฯ มอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวเมียนมามูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนองค์กรระหว่างประเทศและ NGOs ที่ดำเนินภารกิจช่วยชาวเมียนมา รวมทั้งผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นจากเมียนมาที่อยู่ในไทย นอกจากนี้ สหรัฐฯ มอบเงินช่วยเหลือไทยมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตโทมัส-กรีนฟิลด์ย้ำว่า เงินช่วยเหลือดังกล่าวมาจากชาวอเมริกันเพื่อช่วยเหลือเมียนมาและไทย พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศอื่น ๆ เพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมา และช่วยเหลือไทยเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

เศรษฐกิจ OECD ชะลอตัวลงเนื่องจาก COVID-19 กลับมาระบาดอีกครั้ง

หนังสือพิมพ์ The Guardian รายงานเมื่อ 10 ส.ค.64 อ้างการประเมินขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Cooperation and Development-OECD) ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศพัฒนาแล้ว 38 ประเทศทั่วโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็วช่วงต้นปี 2564 จากการผ่อนปรนมาตรการ Lockdown และการเร่งฉีดวัคซีนเริ่มชะลอลง ทำให้ประเทศข้างต้นผ่านจุดสูงสุดของการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2564 มาแล้ว เนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง ทำให้การใช้จ่ายของประชาชนลดลง นอกจากนี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ญี่ปุ่น บางประเทศในยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี รวมถึงจีน เริ่มมีการชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรมและการค้า อีกทั้งประชาชนลังเลที่จะออกจากเคหสถานเพื่อรับประทานอาหารในร้านอาหาร ซื้อของ และเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ เหมือนกับก่อนการแพร่ระบาด ทั้งนี้ การชะลอลงของเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วทำให้ความต้องการน้ำมันดิบลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ในทะเลเหนือปรับตัวลงเหลือประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จากระดับ 77 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล  

สหรัฐฯ เริ่มการฝึกร่วมรหัส SEACAT กับประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

เว็บไซต์ของกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกรายงานเมื่อ 10 ส.ค.64 ว่า สหรัฐฯ เริ่มการฝึกร่วมรหัส SEACAT (Southeast Asia Cooperation and Training) กับประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และองค์การระหว่างประเทศ รวม 21 ประเทศ รวมทั้งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และติมอร์-เลสเต  ทั้งนี้ การฝึกดังกล่าวแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การฝึกร่วมที่สถาบัน International Fusion Center สิงคโปร์ และการฝึกร่วมแบบออนไลน์ เน้นความมั่นคงทางทะเลและการทำงานร่วมกัน สหรัฐฯ ส่งเรือพิฆาต DESRON 7 และ เครื่องบินรุ่น P-8A Poseidon เข้าร่วมการฝึกด้วย นอกจากนี้ การฝึก SEACAT ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ให้องค์การระหว่างประเทศและองค์กรพัฒนาเอกชนเข้าร่วมในการฝึกวิเคราะห์ฉากทัศน์ด้านความมั่นคง ซึ่งองค์การระหว่างประเทศที่เข้าร่วม…

วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติเห็นชอบร่างงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 10 ส.ค.64 ว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 69 ต่อ 30 เสียงเห็นชอบร่างงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่เป็นนโยบายสำคัญของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน อย่างไรก็ดี ร่างงบประมาณดังกล่าวจะต้องผ่านการเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบัน สมาชิกผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตพยายามกดดันและต่อรองให้วุฒิสภาเห็นชอบร่างงบประมาณอีก 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อพัฒนาสังคมและแก้ไขวิกฤตโลกร้อนด้วย

ยูเครนเริ่มกระบวนการฝึกซ้อมทางทหารเพื่อตอบโต้รัสเซีย

สำนักข่าว 112.international ของยูเครน รายงานเมื่อ 10 ส.ค.64 ว่า กระทรวงกลาโหมยูเครนประกาศเริ่มการฝึกซ้อมทางทหารขนาดใหญ่ทั้งทางบก ทะเล และอากาศ ประกอบด้วย หน่วยกำลังทางทหาร 14 หน่วย กองทัพยูเครน กองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (National Guard) หน่วยรักษาความปลอดภัยยูเครน (Security Service of Ukraine-SSU/SBU) หน่วยบริการสถานการณ์ฉุกเฉิน และหน่วยขนส่งพิเศษ ซึ่งจะสิ้นสุดใน 13 ส.ค.64 เพื่อตอบโต้การฝึกซ้อมทางทหารของรัสเซียบริเวณตอนใต้ของประเทศ บริเวณทะเลดำในคาบสมุทรไครเมีย เมื่อ 3 ก.ค.64 ที่มีการฝึกให้ เครื่องบินรบรัสเซียทิ้งระเบิดใส่เรือข้าศึกด้วย ทั้งนี้ ยูเครนจะเป็นเจ้าภาพและร่วมฝึกซ้อมทางทหารกับสหรัฐฯ ภายใต้รหัส Rapid Trident-2021 ห้วง 20 ก.ย.-1 ต.ค.64 โดยมี 15 ประเทศเข้าร่วม และกำลังพลเกือบ 6,000 นาย โดยเมื่อปี 2563 จัดขึ้นห้วง ก.ย.63 มีกำลังพลเข้าร่วม…

รัสเซียปฏิเสธการเข้าประเทศของชาวอังกฤษหลายรายเพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของสหราชอาณาจักร

สำนักข่าว Tass รายงานอ้างคำกล่าวของนาย Nikolai Lakhonin รองผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลและสื่อมวลชน กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เมื่อ 9 ส.ค.64 ว่า รัสเซียระงับการเข้าประเทศของชาวอังกฤษหลายราย เพื่อตอบโต้การกระทำที่ไม่เป็นมิตรต่อรัสเซีย ซึ่งอยู่บนพื้นฐานหลักการตอบโต้ซึ่งกันและกัน รวมทั้งเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรยุตินโยบายเผชิญหน้าโดยเฉพาะแนวทางอันนำไปสู่การทำลายความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งนี้ เมื่อ 10 ธ.ค.63 สหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรต่อนักการเมืองรัสเซีย 3 ราย จากข้อกล่าวหาละเมิดสิทธิชุมชน LGBT ในสาธารณรัฐเชชเนีย และเมื่อ 26 เม.ย.64 สหราชอาณาจักรคว่ำบาตรพลเรือนรัสเซีย 14 ราย ภายใต้เงื่อนไขกฎหมายใหม่ Magnitsky Act เป็นครั้งแรก ในการต่อสู้กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการทุจริตในต่างประเทศ

นิวซีแลนด์กำหนดให้อินโดนีเซียและฟิจิเป็นประเทศความเสี่ยงสูงจากโรค COVID-19

สำนักข่าว Stuff ของนิวซีแลนด์ รายงานเมื่อ 11 ส.ค.64 ว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์ประกาศให้อินโดนีเซียและฟิจิเป็นประเทศความเสี่ยงสูงจากโรค COVID-19 เพิ่มเติมจากบราซิล อินเดีย ปากีสถาน และปาปัวนิวกินี เนื่องจากผู้เดินทางจากประเทศดังกล่าวมีอัตราจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 มากกว่า 50 คน ต่อผู้เดินทาง 1,000 คน และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในประเทศดังกล่าวมีความรุนแรง พร้อมทั้งจำกัดการเดินทางจากอินโดนีเซียและฟิจิเข้านิวซีแลนด์ให้เฉพาะพลเมืองนิวซีแลนด์และครอบครัวใกล้ชิด ตั้งแต่ 15 ส.ค.64 เป็นต้นไป ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ไม่พบผู้ติดเชื้อในชุมชนตั้งแต่ ก.พ.64 และชาวนิวซีแลนด์ได้รับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบแล้วร้อยละ 16 ของประชากร 4.8 ล้านคน