เวียดนามได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 จากโครงการ COVAX เพิ่มอีก 1.18 ล้านโดส

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์.VGP News ของรัฐบาลเวียดนาม รายงานเมื่อ 2 ส.ค.64 ว่า เวียดนามได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ผ่านโครงการ COVAX อีก 1.18 ล้านโดส รวมเป็น 8,681,300 โดส วันเดียวกัน นายงเหวียน ทัญ ล็อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม เปิดเผยว่า เวียดนามจะได้รับวัคซีนจากบริษัท Pfizer อีกประมาณ 50 ล้านโดสในไตรมาส 4/2564 หลังจากได้วัคซีนดังกล่าวมาแล้วกว่า 420,000 โดส ทั้งนี้ สธ.เวียดนามอนุมัติการฉีดวัคซีน Pfizer เป็นเข็ม 2 ให้แก่บุคคลที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มแรก บนเงื่อนไขการยินยอมจากผู้เข้ารับการฉีด อย่างไรก็ดี เวียดนามซึ่งได้รับวัคซีนจากผู้ผลิตหลากหลายบริษัทมาแล้วทั้งสิ้น 17.6 ล้านโดส ฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนเข็มแรกได้เพียง 6.41 ล้านคน และเข็มที่ 2 ประมาณ 600,000 คน ขณะที่เวียดนามตั้งเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ร้อยละ…

วัคซีน Covaxin ของอินเดียสามารถป้องกันเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตา

สภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (Indian Council of Medical Research-ICMR) ทวีตข้อความ เมื่อ 2 ส.ค.64 อ้างรายงานผลการทดสอบทางคลินิก ระยะที่ 3 ของวัคซีน Covaxin ต่อการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สายพันธุ์เดลตา ผ่านเว็บไซต์ www.biorxiv.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์เผยแพร่งานวิจัยทางชีววิทยาก่อนตีพิมพ์ โดยผลการทดลองระบุว่า วัคซีน Covaxin ของบริษัท Bharat Biotech ของอินเดีย มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตา ร้อยละ 65.2 ซึ่งเป็นเชื้อสายพันธุ์ที่มีการตรวจพบครั้งแรกในอินเดีย และมีการกลายพันธุ์เป็น 3 สายพันธุ์ย่อย ได้แก่ เดลตา AY.1 เดลตา AY.2 และเดลตา AY.3

AI เรียกร้องไทยยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที

Amnesty International (AI) ประเทศไทย เผยแพร่บทความทางเว็บไซต์เมื่อ 3 ส.ค.64 เรียกร้องไทยให้ยกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ทันที เนื่องจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องของไทย ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ AI ยังวิจารณ์การสลายการชุมนุมและการจับกุมผู้ชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงของ จนท. บริเวณโรงพยาบาลทหารผ่านศึกเมื่อ 1 ส.ค.64 ว่าเป็นความพยายามของรัฐในการสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ชุมนุมและผู้เห็นต่างในสังคม

เยอรมนีจะเริ่มฉีดวัคซีนต้าน COVID-19 เข็มสามใน ก.ย.64

นาย Jens Spahn รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของเยอรมนี แถลงเมื่อ 2 ส.ค.64 ว่า เยอรมนีจะเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของ บริษัท Pfizer หรือ บริษัท Moderna เป็นเข็มที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่เคยได้รับวัคซีนของ บริษัท AstraZeneca หรือ บริษัท Johnson & Johnson เนื่องจากกังวลว่าภูมิคุ้มกันในร่างกายของประชากรกลุ่มเสี่ยงอาจลดลงและไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันเชื้อสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) คาดการณ์ว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนเข็มสามได้ใน ก.ย.64 นอกจากนี้ เยอรมนีจะเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับผู้ที่อายุระหว่าง 12-17 ปี เบื้องต้นจะฉีดวัคซีนให้กลุ่มดังกล่าวเฉพาะผู้ที่เคยอยู่ในภาวะเสี่ยงติดเชื้อหรืออาศัยอยู่กับผู้ป่วยติดเชื้อก่อน โดยสามารถเข้ารับวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลและคลินิกใกล้ที่พัก ทั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในเยอรมนีเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น อัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตรายวันอยู่ในระดับต่ำกว่า 2,000 ราย และ 20 คน ตามลำดับ มีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วร้อยละ 61.7 ครบสองเข็มร้อยละ 52.1 จากประชากรทั้งหมด 83.02 ล้านคน

สหรัฐฯ ขยายความช่วยเหลือชาวอัฟกานิสถานที่ต้องการสถานะผู้ลี้ภัย

หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อ 2 ส.ค.64 อ้างกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯว่า สหรัฐฯ จะขยายความช่วยเหลือชาวอัฟกานิสถานที่ต้องการสถานะผู้ลี้ภัยเพื่อเดินทางเข้าสหรัฐฯ ด้วยการอนุญาตให้ชาวอัฟกานิสถานที่ทำงานให้รัฐบาลสหรัฐฯ สื่อมวลชนสหรัฐฯ หรือองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) รวมทั้งครอบครัวสมัครโครงการ Special Immigrant Visa (SIV) เพื่อเป็นผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ จากที่ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ กำหนดให้ชาวอัฟกานิสถานที่เคยทำงานให้รัฐบาลสหรัฐฯ เท่านั้น จึงจะสมัครโครงการ SIV ได้ ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสถานการณ์ในอัฟกานิสถานไม่ปลอดภัย จากการที่กลุ่มตอลิบันก่อความรุนแรงมากขึ้น และรัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากฝ่ายนิติบัญญัติให้เพิ่มความช่วยเหลือแก่ชาวอัฟกานิสถาน ปัจจุบัน สหรัฐฯ ช่วยเหลือชาวอัฟกานิสถานที่เคยเป็นล่ามให้รัฐบาลสหรัฐฯ อย่างน้อย ๒๐๐ คน ตามโครงการ SIV

สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศต่อกลุ่มตอลิบันในอัฟกานิสถานอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อ 2 ส.ค.64 ว่า สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกองกำลังกลุ่มตอลิบันในอัฟกานิสถานอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งในเมืองสำคัญ ได้แก่ จังหวัดHerat จังหวัดKandahar และ จังหวัดLashkar Gah เป้าหมายเพื่อยับยั้งปฏิบัติการยึดเมืองที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ของอัฟกานิสถาน ทั้งนี้ สื่ออ้าง เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ที่เปิดเผยว่าปัจจุบันสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศในอัฟกานิสถานอย่างน้อยวันละ 1-5 ครั้ง ขณะที่สหรัฐฯ ถอนกำลังทหารไปแล้วประมาณร้อยละ 95 ส่งผลให้สถานการณ์ความมั่นคงและการสู้รบระหว่างกองกำลังกลุ่มตอลิบันและกองทัพอัฟกานิสถานตึงเครียด ตลอดจนทำให้จำนวนชาวอัฟกานิสถานพลัดถิ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ญี่ปุ่นเริ่มการทดลองวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ทางคลินิกระยะสุดท้าย

สำนักข่าว JIJI Press รายงานเมื่อ 3 ส.ค.64 ว่า บริษัท Shionogi & Co. ของญี่ปุ่น ประกาศเมื่อ 2 ส.ค.64 เริ่มการทดลองทางคลินิกระยะสุดท้ายสำหรับวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ซึ่งเป็นวัคซีนโปรตีนดัดแปลงสารพันธุกรรม (viral vector vaccine) ของบริษัทที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเริ่มดำเนินยุทธศาสตร์พัฒนาและผลิตวัคซีนภายในประเทศหลังรัฐสภาอนุมัติ เมื่อ 1 มิ.ย.64 โดยมีเป้าหมายผลิตวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของประเทศให้สำเร็จและพร้อมผลิตแจกจ่ายได้ภายในปีงบประมาณ 2564 (สิ้นสุดในเดือนมี.ค.65)

กัมพูชาฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้ประชาชนอายุต่ำกว่า 18 ปี แล้วเกือบ 80,000 ราย

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 3 ส.ค.64 ว่า กัมพูชาเริ่มโครงการฉีดวัคซีนให้ประชาชนอายุระหว่าง 12-17 ปี ตั้งแต่ 1 ส.ค.64 และปัจจุบันสามารถฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้วจำนวน 79,676 ราย คิดเป็นร้อยละ 4.05 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 2 ล้านราย ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนให้กลุ่มดังกล่าวดำเนินการด้วยความสมัครใจ โดยเริ่มต้นในพื้นที่ราชธานีพนมเปญ จังหวัดกันดาล จังหวัดพระสีหนุ และ จังหวัดเกาะกง อนึ่ง การฉีดวัคซีนให้ประชาชนกัมพูชาจนถึงเมื่อ 2 ส.ค.64 ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว 7,418,453 คน คิดเป็นร้อยละ 74.18 ของกลุ่มเป้าหมาย 10 ล้านคน และมีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วจำนวน 4,927,876 คน

กัมพูชาประสบความสำเร็จในการฝึกสุนัขดมกลิ่นเชื้อ COVID-19 ในขั้นแรก

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชาและ หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ ฉบับ 2 ส.ค.64 รายงานอ้างเฟซบุ๊กของนายเฮง รัตนา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติกัมพูชา (The Cambodian Mine Action Centre – CMAC) ว่า กัมพูชาประสบความสำเร็จในการฝึกสุนัขดมกลิ่นหาเชื้อ COVID-19 ขั้นต้น ซึ่งการฝึกเบื้องต้นในสถานที่พลุกพล่าน อาทิ ท่าอากาศยานนานาชาติ จุดผ่านแดนถาวร และสนามกีฬา สุนัขกลุ่มแรก 3 ตัว สามารถดมกลิ่นเชื้อ COVID-19 ได้เป็นเวลา 10-15 นาที ส่วนสุนัขอีก 7 ตัวที่เหลือ มีผลการฝึกเป็นที่น่าพอใจ แต่สุนัขทั้งหมดยังไม่พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ และจำเป็นต้องฝึกรับมือกับสถานการณ์ที่แตกต่างเพื่อให้มีประสบการณ์พร้อมปฏิบัติงานจริง ซึ่งนายเฮง รัตนา คาดหวังว่าสุนัขดังกล่าวจะสามารถตรวจจับเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์เดลตาได้ด้วย ทั้งนี้ ผลวิจัยร่วมระหว่าง CMAC กับมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพของกัมพูชา ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเชื้อ COVID-19 สามารถติดต่อจากคนสู่สัตว์

ญี่ปุ่นจะจำกัดการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของผู้ติดเชื้อโรค COVID-19

สำนักข่าว Nikkei รายงานเมื่อ 3 ส.ค.64 ว่า ญี่ปุ่นจะจำกัดการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของผู้ติดเชื้อโรค COVID-19 โดยจะรับเฉพาะผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักหรือมีความเสี่ยงที่จะมีอาการหนัก เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทำให้ระบบสาธารณสุขเริ่มตึงเครียด ทั้งนี้ นายสึกะ โยชิฮิเดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงเมื่อ 2 ส.ค.64 ถึงแนวทางการรับมือการแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้น โดยจะให้ผู้ติดเชื้อรักษาตัวที่บ้านเป็นหลักเพื่อให้โรงพยาบาลมีเตียงรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักหรือมีความเสี่ยงที่จะอาการหนักได้ทันที นอกจากนี้ จะจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมแก่โรงพยาบาลในท้องถิ่น เพื่อให้สามารถแจกจ่ายเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว และให้บริการรักษาผู้ป่วยตามบ้านเพื่อรับทราบภาวะของผู้ป่วยได้โดยละเอียด รวมถึงมีแนวทางจะให้ใช้โรงแรมเป็นสถานที่กักตัวผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจากในครัวเรือน