ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเล็กน้อยรอผลการประชุม OPEC+ รอบใหม่

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 5 ก.ค.64 ว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในทะเลเหนือปรับลดตัวลงร้อยละ 0.5 เป็น 75.77 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากผู้ค้าและนักลงทุนต่างรอผลการเจรจาในวันเดียวกันขององค์การกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (Organization of the Petroleum Exporting Countries-OPEC) และประเทศนอกกลุ่ม OPEC (Non-OPEC) รวม 23 ประเทศ (OPEC+) รอบใหม่ ที่เวียนนา ออสเตรีย หลังจากเมื่อ 2 ก.ค.64 สหรัฐอารับเอมิเรตส์ คัดค้านมติของ OPEC+ ที่จะปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ห้วง ส.ค.-ธ.ค.64 และจะขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกสู่ตลาดโลก จากเดิมที่จะสิ้นสุดการลดกำลังการผลิตใน เม.ย.65 เป็น ธ.ค.65 เพื่อประคองตลาด เนื่องจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เห็นว่า เป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นธรรมกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งนี้ รมว.พลังงานของซาอุดีอาระเบียได้เรียกร้องให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประนีประนอมและใช้เหตุผลในการเจรจา เพื่อให้ OPEC+ ได้มติที่เป็นเอกฉันท์

เวเนซูเอลาเรียกร้องให้ COVAX จัดส่งวัคซีนป้องกัน COVID-19 ตามสัญญา

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 4 ก.ค. 64 ว่า นายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซูเอลาเรียกร้องให้โครงการ COVAX ปฏิบัติตามสัญญาซื้อวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดสัญญา ภายหลังโครงการ COVAX แจ้งเวเนซูเอลาว่า ธนาคารเพื่อการลงทุนข้ามชาติ (UBS) ของสวิตเซอร์แลนด์ ไม่อนุมัติให้เวเนซุเอลาโอนเงินจำนวน 120,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับโครงการ COVAX เพื่อชำระค่าวัคซีนงวดที่ 4 เนื่องจากสหรัฐฯ อยู่ระหว่างดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเวเนซูเอลา ส่งผลให้เวเนซูเอลาไม่สามารถเข้าถึงระบบโอนเงินระหว่างประเทศ และไม่สามารถชำระเงินดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลเวเนซูเอลาแสดงความต้องการวัคซีนจอห์สันแอนด์จอห์นสัน และวัคซีนโนวาแวกซ์ จากโครงการ COVAX กับทั้งโครงการ COVAX จัดส่งวัคซีนแอสตร้าเซเนกา จำนวน 2,500,000 โดสให้แก่เวเนซูเอลาแล้ว แต่รัฐบาลเวเนซูเลาสั่งห้ามใช้งานวัคซีนดังกล่าว เนื่องจากห่วงกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียง

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อแข่งขันกับจีน

สำนักข่าว The New York Times รายงานเมื่อ 28 มิ.ย.64 ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ทั้งจากพรรครีพับลิกัน และพรรคเดโมแครต เห็นชอบร่างกฎหมายสนับสนุนการพัฒนาและวิจัยวิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของสหรัฐฯ ในการแข่งขันกับจีน โดยเพิ่มงบประมาณการวิจัยแบบดั้งเดิมของมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ เพิ่มจากในปีงบประมาณ 2564 จำนวน 8,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2565 และเพิ่มงบประมาณร้อยละ 7 ทุกปีจนถึงปี 2569 นอกจากนี้ ยังเพิ่มงบประมาณให้สำนักงานวิทยาศาสตร์ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เป็น 8,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างไรก็ดี ยังมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีเนื่องจากวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและการแข่งขันกับจีน ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ต้องการเน้นที่การวิจัยแบบดั้งเดิม เช่น การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น

สมาชิก UNGA ตกลงจะสนับสนุนงบประมาณในภารกิจรักษาสันติภาพจนถึง มิ.ย.65

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 29 มิ.ย.64 ว่า คณะกรรมการด้านงบประมาณของสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) ที่มีสมาชิก 193 ประเทศ ตกลงจะสนับสนุนงบประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับปฏิบัติการรักษาสันติภาพ 12 ภารกิจ จนถึง 30 มิ.ย.65 ซึ่งภารกิจส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลาง โดย UNGA จะลงมติรับรองอย่างเป็นทางการใน 30 มิ.ย.64 อย่างไรก็ดี จนท.ระดับสูงของ UN ระบุว่า ได้รับคำแนะนำให้เตรียมการจัดทำแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีที่งบประมาณใหม่ไม่ผ่านการลงมติใน 30 มิ.ย.64 อนึ่ง สหรัฐฯ เป็นประเทศผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดในภารกิจรักษาสันติภาพ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 28 รองมาคือจีนร้อยละ 15.2 และญี่ปุ่นร้อยละ 8.5

อินเดียเพิ่มกำลังการผลิตวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในประเทศ

สำนักข่าว The Straits Times รายงานเมื่อ 26 มิ.ย. 64 ว่า ปัญหาขาดแคลนวัคซีนป้องกัน COVID-19 ในอินเดียผ่อนคลายลง ภายหลังบริษัท Serum Institute of India (SII) เพิ่มกำลังการผลิตวัคซีนเพื่อใช้ในอินเดียมากขึ้น โดยตั้งเป้าผลิตวัคซีน AstraZeneca ให้ได้มากกว่า 100 ล้านโดส ภายใน ก.ค. 64 ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลอินเดียมีวัคซีนมากเกินกว่าจำนวนผู้ลงทะเบียนขอรับวัคซีนภายในประเทศ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ยังสั่งการให้รัฐบาลกลางอินเดียควบคุมการบริหารจัดการวัคซีนเพื่อให้กระจายวัคซีนดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ อินเดียผลิตวัคซีนป้องกัน COVID-19 แล้วทั้งหมด 323.9 ล้านโดส เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและสหรัฐฯ ตามลำดับ กับทั้ง SII ยังเป็นบริษัทผู้ผลิตวัคซีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

จีนประณามการคว่ำบาตรบริษัทโซล่าเซลล์ของสหรัฐฯ

สำนักข่าว Xinhua รายงานเมื่อ 24 มิ.ย.64 ว่า ในวันเดียวกันนี้ นาย จ้าว ลี่เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนประณามสหรัฐฯ อย่างรุนแรงที่คว่ำบาตรบริษัทผลิตโพลีซิลิคอนที่ใช้ในแผงโซล่าเซลล์ของจีน ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการบังคับใช้แรงงานในเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน โดยนายจ้าว ลี่เจี้ยนกล่าวว่า การบังคับใช้มาตรการดังกล่าวมีพื้นฐานจากคำโกหกและข้อมูลเท็จ ซึ่งละเมิดกฎการค้าระหว่างประเทศและหลักระบบเศรษฐกิจแบบตลาด นอกจากนี้การกระทำของสหรัฐฯ ยังเป็นการพยายามบ่อนทำลายอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์และการพัฒนาของซินเจียง พร้อมกล่าวเตือนสหรัฐฯ ว่าผู้ที่กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการบังคับใช้แรงงานที่แท้จริงคือสหรัฐฯ และย้ำว่าจีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องสิทธิ์ตามกฎหมายและผลประโยชน์ของบริษัทจีน

ไต้หวันประกาศกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศเพิ่มเติม

สำนักข่าว South China Moring Post รายงานเมื่อ 25 มิ.ย.64 อ้างแถลงของ นาย Chen Shih-chung รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไต้หวันในวันเดียวกันนี้ว่า ตั้งแต่ 27 มิ.ย.64 ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศบังกลาเทศ สหราชอาณาจักร อินโดนีเซีย อิสราเอล และเปรู จะต้องกักตัวในสถานที่กักที่ทางการกำหนดเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งเพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้บังคับใช้กับผู้ที่เดินทางมาจากบราซิลและอินเดีย เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์เดลต้า หลังพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์เดลต้า 7 รายระหว่างการกักตัวในไต้หวัน ปัจจุบันไต้หวันมีผู้ติดเชื้อสะสม 14,465 ราย และมีผู้เสียชีวิต 610 ราย

สหรัฐฯ กระชับความสัมพันธ์กับไต้หวัน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 24 มิ.ย.64 ว่า นาย Raymond Greene รองผู้อำนวยการสถาบันอเมริกันในไต้หวัน หรือสถานทูตสหรัฐฯ ประจำไต้หวันในทางพฤตินัย กล่าวสุนทรพจน์ที่ไทเปว่า สหรัฐฯ มองไต้หวันเป็นโอกาสในการส่งเสริมยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง (Free and Open Indo-Pacific strategy–FOIP) ของสหรัฐฯ และไม่ได้มองไต้หวันเป็นปัญหาในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับจีนอีกต่อไป ซึ่งในห้วง 3 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ มุ่งกระชับความร่วมมือกับไต้หวันด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ท่าทีดังกล่าวถือเป็นการสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน ในห้วงที่จีนกำลังดำเนินนโยบายแข็งกร้าวและกดดันไต้หวันให้ยอมรับอธิปไตยของจีน

ชาวเมียนมาจำนวนมากหลบหนีออกจากประเทศเนื่องจากปัญหาความรุนแรงทางการเมือง

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อ 24 มิ.ย. 64 ว่า กรณีกองทัพเมียนมายึดอำนาจการปกครอง เมื่อ 1 ก.พ.64 และเกิดเหตุรุนแรงตามมาในวงกว้าง ทำให้ชาวเมียนมากว่า 230,000 คนเดินทางหลบหนีไปยังต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังรายงานถ้อยแถลงของสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (UN Office for the Coordination of Humanitarian Affairs-OCHA) ในวันเดียวกันระบุว่า ชาวเมียนมาที่หลบหนีออกจากประเทศต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งด้าน อาหาร ที่พัก และสุขภาพ กับทั้งยังไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือของสหประชาชาติ เนื่องจากความรุนแรงในหลายพื้นที่ ขณะที่สหรัฐฯ แสดงท่าทีในการประชุมระหว่างผู้แทนสหรัฐฯ และผู้แทนประเทศเอเชียตะวันออก ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ใน 24 มิ.ย.64 ยังคงห่วงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวและเรียกร้องให้ ASEAN แสดงบทบาทให้กองทัพเมียนมาร์ยุติความรุนแรง

สื่อต่างประเทศติตดามสถานการณ์ทางการเมืองของไทย

สำนักข่าว Al Jazeera ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองของไทยโดยรายงานเมื่อ 24 มิ.ย. 64 ว่า ผู้ชุมนุมประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ ได้แก่ 1) เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 2) ปลดสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 250 คน และ 3) ให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมแห่หมุดจำลองของคณะราษฎรเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ปฏิวัติการปกครองไทยของคณะราษฎร ในปี 2475 ขณะเดียวกันยังรายงานคำกล่าวของนายสิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ เกี่ยวกับการชุมนุมครั้งนี้ ระบุว่า รัฐบาลยินดีรับฟังข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ประท้วง นอกจากนี้ยังรายงานข้อวิเคราะห์ของนักวิชาการระบุว่า ผู้ชุมนุมประท้วงพยายามสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาล และรัฐบาลต้องตอบสนองต่อแรงกกดดันเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอาจไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม เฉพาะอย่างยิ่งที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากกองทัพและสถาบันอื่น ๆ ที่มีบทบาทในการเมืองไทยยังสนับสนุนรัฐบาล