ไทยเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีน

Global Times รายงานอ้างข้อมูลจากผู้ให้บริการด้านอุตสาหกรรมการบิน พบว่า ฤดูกาลเดินทางเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ในช่วงสัปดาห์แรก มีจำนวนเที่ยวบินในเส้นทางจีน–ญี่ปุ่น ลดลงกว่าร้อยละ 49.2 เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะที่ไทยและเกาหลีใต้ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางออกนอกประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ โซล กรุงเทพฯ ฮ่องกง สิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์

ภูเก็ตเข้มงวดธุรกิจให้เช่ารถจักรยานยนต์ จากปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติ

The Straits Times รายงานกรณี จนท.ใน จ.ภูเก็ต กำลังเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกิจให้เช่ารถจักรยานยนต์ เพื่อแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต ขับขี่โดยประมาท หรือฝ่าฝืนกฎหมายจราจร มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเนื่องจาก จ.ภูเก็ต ต้องการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน พร้อมการรักษาภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ข้อมูลพบว่า ในปี 2568 มีชาวต่างชาติถูกจับกุมจากการขับขี่รถจักรยานยนต์เช่าโดยไม่มีใบอนุญาตจำนวน 20,901 คน

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไทยกังวลเรื่องหนี้และเศรษฐกิจ

CNA เผยแพร่บทความระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวไทยมีความกังวลเรื่องหนี้สินและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยเศรษฐกิจไทยประสบปัญหาในการฟื้นตัวมานาน เพราะตั้งแต่ปี 2564 เศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัวเพียงร้อยละ 1–3 ต่อปี และในปี 2569 น่าจะอยู่ที่ร้อยละ 2 เท่านั้น ซึ่งตามหลังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ขณะที่ระดับหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึงร้อยละ 90 ของ GDP ถือเป็นปริมาณที่สูงในอันดับต้นของเอเชีย ด้านพรรคการเมืองต่างใช้นโยบายด้านเศรษฐกิจเพื่อดึงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมีขึ้น ทั้งนโยบายแจกเงิน ให้เงินอุดหนุน และพักหนี้ แต่ที่ได้รับความสนใจมากคือนโยบายแบบเสี่ยงโชค ทั้งนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน ของพรรค พท. และหวยใบเสร็จ ของพรรค ปชน. ทั้งนี้ นักวิเคราะห์แสดงความเห็นว่า นโยบายเหล่านี้จับต้องได้และเข้าใจง่ายกว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ใช้เวลานาน แต่เสี่ยงสร้างภาระงบประมาณสูงและไม่ยั่งยืน

ไทยมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น แม้เผชิญมาตรการภาษี

Nikkei Asia รายงานกรณีมาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกที่สำคัญของเอเชีย ตอ.ต. มียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในปี 2568 เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นด้วย ไทยมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 51,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 35,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2567 ซึ่งได้แรงหนุนจากการเติบโตของสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 เป็น 67,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การขาดดุลการค้าของประเทศต่าง ๆ ต่อจีนที่จะขยายตัวขึ้น  อาจทำให้จีนส่งสินค้าผ่านประเทศในเอเชีย ตอ.ต. ไปยังสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่สูงกว่า ขณะที่การส่งออกของประเทศในเอเชีย ตอ.ต. ในปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวเนื่องจากผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และเมื่อข้อตกลงการค้าของสหรัฐฯ กับหลายประเทศเริ่มมีผล จะทำให้มีการนำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และยอดเกินดุลการค้าจะลดลง ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคในปี 2569

ไทย ลาว และเมียนมา ร่วมมือต่อสู้ปัญหา PM2.5

Laotian Times รายงานกรณีไทย ลาว และเมียนมาเห็นพ้องแผนความร่วมมือใหม่เพื่อรับมือกับปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและการเฝ้าระวังร่วมกัน เพื่อควบคุมไฟป่าและการเผาในภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนและการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ข้อตกลงดังกล่าวต่อยอดจากความร่วมมือระดับภูมิภาค รวมถึงยุทธศาสตร์ฟ้าใส ซึ่งสะท้อนได้ว่าปัญหา PM2.5 เป็นปัญหาข้ามพรมแดนที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยประเทศเดียว

การท่องเที่ยวไทยกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้เวียดนาม

Tempo ของอินโดนีเซียรายงานว่า ไทยซึ่งเป็นปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเอเชียมานาน กำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับเวียดนาม โดยเมื่อปี 2568 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศลดลงร้อยละ 7.2 ขณะที่เวียดนามเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.4 เปรียบเทียบกับเมื่อปี 2567  การท่องเที่ยวเวียดนามยังเติบโตอย่างรวดเร็วจากการพัฒนาด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ด้านผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมองว่า การท่องเที่ยวไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ ไม่สามารถพึ่งพาความสำเร็จในอดีตได้ แต่ยังเป็นปลายทางที่ดึงดูดทั้งในฐานะแหล่งท่องเที่ยวและอยู่อาศัย แต่ต้องมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีพลังในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ไทยเริ่มคัดกรองผู้โดยสารจากอินเดียหลังพบรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์

Global Times รายงานกรณี สธ.เริ่มดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบินมาจากอินเดียที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ และออกบัตรเตือนสุขภาพสำหรับผู้เดินทางที่มาจากพื้นที่เสี่ยง หลังจากมีรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ 5 ราย และมีผู้ถูกกักตัวกว่า 100 ราย ในรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย โดยนอกจากไทยที่เริ่มคัดกรองผู้โดยสารจากอินเดียแล้ว พบว่าเนปาลได้ยกระดับการเฝ้าระวังทั่วประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์เข้าสู่ประเทศเช่นกัน

วัดไทยออกคำเตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่งกายและแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม

SCMP และ The Independent รายงานกรณีวัดผาลาด จ.เชียงใหม่ ออกคำเตือน หลังพบมีนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่งกายและแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น เล่นโยคะ ปีนป่ายสถานที่ และนำไปเผยแพร่ภาพทางออนไลน์ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ซึ่งวัดอาจปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอย่างถาวร หากยังคงพบพฤติกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ ไทยมีข้อกำหนดว่า หากแต่งกายและแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการเยี่ยมชมวัด มีโทษตามกฎหมาย โดยยกกรณีนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ 2 คน ถูกปรับคนละ 150 ดอลลาร์สหรัฐ จากการแชร์ภาพโชว์บั้นท้ายในวัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2560 พร้อมระบุถึงสถานที่ท่องเที่ยวอื่นที่กำหนดแนวทางปฏิบัติในการท่องเที่ยว เช่น เกาะบาหลี อินโดนีเซีย ศาลเจ้าวาตาสึมิ ญี่ปุ่น

ศรีลังกากำลังเป็นคู่แข่งของไทยและเวียดนามด้านตลาดนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย

Financial Express ของอินเดีย รายงานว่า ศรีลังกากำลังเป็นคู่แข่งของไทยและเวียดนาม ที่เป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอินเดีย โดยข้อมูลของหน่วยงานการท่องเที่ยวศรีลังกาเมื่อปี 2568 ศรีลังกามีนักท่องเที่ยวต่างชาติ กว่า 2.3 ล้านคน ซึ่งนักท่องเที่ยวอินเดียเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด มีจำนวนกว่า 531,000 คน โดยช่วง ธ.ค.68 มีชาวอินเดียเดินทางมามากที่สุดกว่า 56,000 คน และแม้แต่ในช่วง ก.พ.68 ที่เป็นช่วงโลว์ซีซันของตลาดอินเดีย ก็ยังมีนักท่องเที่ยวจากอินเดียกว่า 35,000 คน  สำหรับชาวอินเดีย ศรีลังกามีความสะดวกในการเดินทาง และวัฒนธรรมก็คุ้นเคยเมื่อเทียบกับไทยหรือเวียดนาม ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น และขั้นตอนการขอวีซ่าที่ง่ายขึ้น ทำให้ศรีลังกากลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนระยะสั้น

ไทยต้องพัฒนาบุคลากรเพื่อบรรลุเป้าหมายเป็นศูนย์กลางผลิตเซมิคอนดักเตอร์

Nikkei Asia เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเป้าหมายของไทยในการเป็นศูนย์กลางผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยระบุว่า แม้ไทยจะเป็นฐานการผลิตระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ แต่ด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ยังตามหลังมาเลเซียและสิงคโปร์ที่เริ่มพัฒนาไปก่อน ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีเพียงนโยบายกว้าง ๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง แต่ปัจจุบันไทยมีแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 25 ปี เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นว่าไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว แต่จำเป็นต้องสร้างผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรรุ่นใหม่ให้เพียงพอกับความต้องการของอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวประสบความสำเร็จ