ศาลสูงมาเลเซียพิพากษาอดีต นรม. มีความผิด กรณีทุจริตฟอกเงินกองทุน 1MDB

สนข.Malay Mail รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.68 ว่า ศาลสูงมาเลเซียพิพากษาให้นายนาจิบ ราซัก (อายุ 72 ปี/ปี 68) อดีต นรม.มาเลเซีย ที่ต้องโทษคดีทุจริตกองทุน 1MDB มีความผิดจริงใน 4 ข้อหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจโดยมิชอบระหว่างดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้แก่ นรม. รมว.กค. และประธานคณะที่ปรึกษากองทุน 1MDB เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินกว่า 2,300 ล้านริงกิต (ประมาณ 17,600 ล้านบาท) โดยมีนาย Jho Low นักธุรกิจชาวมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหลบหนี ทำหน้าที่เป็นตัวแทน (proxy) หรือนายหน้าดำเนินธุรกรรมแทน รวมทั้งมีความผิดจริงใน 21 ข้อหาเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินผ่านบัญชีส่วนตัวของธนาคาร AmIslamic Bank โดยนายนาจิบอาจต้องโทษจำคุกสูงสุดข้อหาละ 15-20 ปี และถูกปรับเป็นเงินสูงสุด 5 เท่าของมูลค่าความเสียหาย ทั้งนี้ นายนาจิบรับโทษจำคุกในเรือนจำตั้งแต่ 23 ส.ค.65 หลังศาลสูงพิพากษาให้มีความผิดฐานยักยอกเงินจากบริษัท SRC…

รมว.กต.สหรัฐฯ หารือกับ นรม.กัมพูชา กรณีสถานการณ์การสู้รบไทย-กัมพูชา

  กต.สหรัฐฯ เผยแพร่ข้อความเมื่อ 25 ธ.ค.68 ว่า นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ หารือทางโทรศัพท์กับสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา เกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยย้ำว่า สหรัฐฯ กังวลกับความรุนแรงจากการสู้รบ และอ้างถึงข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ไทยกับกัมพูชากลับสู่สันติภาพตามข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์ โดยสหรัฐฯ พร้อมจะอำนวยความสะดวกการจัดการหารือระหว่างไทยกับกัมพูชา เพื่อยุติการสู้รบ

ท่าเรือสิงคโปร์เตรียมรับปริมาณเรือเพิ่มขึ้น หากเส้นทางทะเลแดงเปิดปกติ

  นสพ.Straits Times รายงานเมื่อ 25 ธ.ค.68 ท่าเรือสิงคโปร์ประกาศความพร้อม ในการรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าทางเรือที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์ความขัดแย้งในทะเลแดงคลี่คลายและเส้นทางเดินเรือหลักกลับมาเปิดให้บริการตามปกติในปี 2569 โดยคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนเส้นทางกลับจากการอ้อมแหลมกู๊ดโฮปมาใช้เส้นทางคลองสุเอซจะทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือกระจุกตัว ที่เรือจำนวนมากเดินทางมาถึงด่านพร้อมกันในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อระบบจัดการท่าเรือ ทั้งนี้ การท่าเรือแห่งสิงคโปร์ (MPA) ได้เตรียมแผนรับมือเชิงรุกด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการตู้คอนเทนเนอร์ การเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานที่ท่าเรือทูอัส (Tuas Port) และการนำระบบดิจิทัลที่ทันสมัยมาใช้

ขบวนการค้ามนุษย์ชายแดนไทย-มาเลเซีย เปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหว

ดาโต๊ะ โมฮาหมัด ยูซฟ มามัต ผบ.ตร.รัฐกลันตัน มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 25 ธ.ค.68 ว่า ขบวนการค้ามนุษย์บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้านรัฐกลันตัน ปรับรูปแบบ  จากที่ลักลอบผ่านช่องทางธรรมชาติทางบกและเส้นทางทางทะเลในตอนกลางคืน เป็นการใช้เกาะร้างในพื้นที่ อ.ตุมปัต เป็นจุดขึ้นฝั่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ  ได้แก่ เกาะเติงโกรัก (Pulau Tengkorak) เกาะซูรี (Pulau Suri) และเกาะอูลาร์ (Pulau Ular) ซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล  บางเกาะมีพุ่มไม้หนาทึบ จึงยากต่อการตรวจพบ กลุ่มขบวนการยังพึ่งพาชาวบ้านในพื้นที่ทำหน้าที่ขับเรือและขนย้ายคน ควบคู่กับการจ้างสายข่าวดูต้นทาง   โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลจากกรณีกรมตำรวจรัฐกลันตันรื้อถอนท่าข้ามผิดกฎหมายตามแนวแม่น้ำโก-ลก เพิ่มการลาดตระเวนและปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยงานความมั่นคง

สหรัฐฯ เพิ่มกำลังทางทหารในพื้นที่ใกล้กับเวเนซุเอลา

สื่อรายงานเมื่อ 23 ธ.ค.68 ว่า สหรัฐฯ เพิ่มกำลังทางทหารและยุทโธปกรณ์ในพื้นที่ใกล้กับเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่อง  โดยล่าสุดส่งอากาศยานลูกผสมระหว่างเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ (Tiltrotor Aircraft) ชนิด CV – 22 Osprey ซึ่งใช้ประจำการในหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 10 ลำ และเครื่องบินลำเลียงชนิด C – 17 บรรทุกกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ ไปยังเปอร์โตริโก   ขณะที่ หน่วยกองบัญชาการภาคใต้สหรัฐฯ (U.S. Southern Command – SOUTHCOM) ชี้แจงว่าเป็นการเคลื่อนกำลังพลและเปลี่ยนถ่ายอุปกรณ์ยุทโธปกรณ์ตามปกติ

เหตุระเบิดที่กรุงมอสโกส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

สนข.TASS รายงานเมื่อ 24 ธ.ค.68 ว่า เกิดเหตุระเบิดที่ถนน Yeletskaya  ทางตอนใต้ของกรุงมอสโก ช่วงเช้ามืดของ 24 ธ.ค.68 ส่งผลให้ จนท.ตร.จราจรรัสเซีย 2 นาย และผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดดังกล่าว 1 ราย เสียชีวิต  ผลการสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นขณะที่ จนท.ตร.จราจรทั้ง 2 นายลาดตระเวนตรวจตราความเรียบร้อย และพบผู้ต้องสงสัยอยู่ใกล้กับรถตำรวจของตน จึงพยายามเข้าควบคุมตัว ปัจจุบัน ยังไม่ทราบเป้าหมายและแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ อีกทั้งยังไม่มีกลุ่มใดอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดดังกล่าว อย่างไรก็ดี เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานที่เกิดเหตุลอบสังหาร พล.ท. Fanil Sarvarov ผอ.สำนักงานการฝึกซ้อมระดับยุทธการของกองทัพรัสเซีย เมื่อ 22 ธ.ค.68 โดยทางการรัสเซียเชื่อว่าหน่วยข่าวกรองยูเครนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบสังหารดังกล่าว

การเลือกตั้งในเมียนมาได้รับความสนใจจากไทย

สนข. NHK รายงานเมื่อ 21 ธ.ค.68 อ้างคำสัมภาษณ์ของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต.ไทย เมื่อ 19 ธ.ค.68 ว่า ไทยมีแผนส่งผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาที่กำหนดจัดขึ้นห้วง ธ.ค.68-ม.ค.69 ซึ่งกระบวนการเลือกตั้งในครั้งนี้อาจเป็นแนวทางนำไปสู่พัฒนาการทางการเมืองเชิงบวกและเปิดพื้นที่สำหรับกระบวนการสันติภาพในอนาคต อย่างไรก็ตาม ไทยย้ำว่าการส่งผู้สังเกตการณ์ดังกล่าวมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหรือรับรองความชอบธรรมของการเลือกตั้ง และไทยจะยังคงดำเนินปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาต่อไปตามแนวทางที่สร้างสรรค์ ขณะที่อาเซียนตัดสินใจไม่ส่งผู้สังเกตการณ์ เนื่องจากมีความกังวลว่าอาจถูกตีความเป็นการรับรองการเลือกตั้งซึ่งยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุมในกระบวนการดังกล่าว

สหภาพยุโรปแสดงจุดยืนสนับสนุนเดนมาร์กและกรีนแลนด์

สนข.Politico และ สนข.Anadolu รายงานเมื่อ 22 ธ.ค.68 ว่าสหภาพยุโรป (EU) แสดงจุดยืนสนับสนุนเดนมาร์กและกรีนแลนด์อย่างชัดเจน ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แต่งตั้งนายเจฟฟ์ แลนดรี ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา ให้ดำรงตำแหน่งทูตพิเศษประจำกรีนแลนด์ ซึ่งจุดชนวนความตึงเครียดทางการทูตอีกครั้งในประเด็นสถานะของดินแดนดังกล่าว นางคายา คัลลาส ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของ EU และนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ย้ำว่ากรีนแลนด์เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้เดนมาร์ก และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต้องเป็นการตัดสินใจของชาวกรีนแลนด์และเดนมาร์กเท่านั้น พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่เดนมาร์กแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อท่าทีของสหรัฐฯ และเตรียมเรียก ออท.สหรัฐฯ เข้าชี้แจง  

ฟิลิปปินส์พร้อมเป็นผู้ไกล่เกลี่ย กัมพูชา-ไทย

กต.ฟิลิปปินส์แถลงเมื่อ 22 ธ.ค.68 หลังการประชุม รมว.กต.อาเซียนสมัยพิเศษ วาระสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ว่า ฟิลิปปินส์พร้อมเป็นผู้ประสานงานหรือผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างกัมพูชากับไทย หากทั้งสองฝ่ายประสงค์ที่จะใช้ประโยชน์จากบทบาทของประธานอาเซียนในวาระที่ฟิลิปปินส์จะขึ้นดำรงตำแหน่งใน ม.ค.69 นอกจากนี้ นาง Maria Theresa Lazaro รมว.กต.ฟิลิปปินส์   แถลงผ่านเอ็กซ์ในวันเดียวกันว่า ยินดีกับการเปิดกว้างและจริงใจของกัมพูชาและไทยในการเจรจาเพื่อยุติการสู้รบ รวมถึงสนับสนุนข้อตกลงใด ๆ อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืนภายใต้การอำนวยความสะดวกของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ย้ำท่าทีต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชาว่าจะไม่แสดงจุดยืนเชิงเลือกฝ่ายเกี่ยวกับข้อพิพาทดังกล่าว แต่เรียกร้องให้ทั้งสองประเทศรักษาช่องทางการสื่อสารและลดความตึงเครียดของสถานการณ์

ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศแผนการต่อเรือประจัญบานรุ่นใหม่

สนข.รอยเตอร์ รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.68 ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศโครงการต่อเรือประจัญบานใหม่ เป็นเรือประจัญบานติดขีปนาวุธนำวิธี ชั้น Trump (Trump class Guided-Missile Battleship) ซึ่งลำแรกจะใช้ชื่อ USS Defiant (BBG – 1) และดำเนินการจัดจ้างต่อเรือระยะแรก 2 ลำโดยแผนจะเพิ่มจำนวนถึง 20 – 25 ลำ โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแนวคิดริเริ่มเชิงยุทธศาสตร์ “The Golden Fleet” เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางทะเลของสหรัฐฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น