เกาหลีเหนือประณามสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ที่ขยายความร่วมมือด้านนิวเคลียร์

สนข. KCNA ของเกาหลีเหนือ รายงานเมื่อ 18 พ.ย.68 ประณามความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ กรณีสหรัฐฯ ยินยอมให้เกาหลีใต้ต่อเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ รวมทั้งสนับสนุนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและการสกัดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์กลับมาใช้ใหม่  เกาหลีเหนือเห็นว่าอาจทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นรัฐกึ่งครอบครองนิวเคลียร์และเสี่ยงก่อให้เกิดปรากฏการณ์โดมิโนนิวเคลียร์ที่นำไปสู่การแข่งขันสะสมอาวุธในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ยืนยันว่าจะมุ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือให้สำเร็จนั้น เกาหลีเหนือเห็นว่าเป็นนโยบายเผชิญหน้าและเป็นปฏิปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ ทำให้เกาหลีเหนือมีความชอบธรรมที่จะดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งรักษาสันติภาพของภูมิภาค

UNSC รับรองแผนสันติภาพในฉนวนกาซาของสหรัฐฯ

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) ลงมติเมื่อ 17 พ.ย.68 เห็นชอบแผนสันติภาพในฉนวนกาซาที่สหรัฐฯ เสนอ โดยได้รับการสนับสนุน 13 ประเทศจากทั้งหมด 15 ประเทศ งดออกเสียง 2 ประเทศ คือจีนและรัสเซีย และไม่มีสมาชิกถาวรประเทศใดใช้สิทธิ์ยับยั้ง (Veto) สาระสำคัญของมติดังกล่าว คือ การจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace-BoP) เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานความพยายามฟื้นฟูพื้นที่ และมีอำนาจในการจัดตั้งกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ (International Stabilization Force-ISF) ชั่วคราว ทั้งนี้ ประเทศต่าง ๆ จะส่งกำลังพลเข้าร่วมตามการปรึกษาหารือและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอียิปต์และอิสราเอล โดย สหรัฐฯ มีแผนส่งกำลัง ISF ชุดแรกภายใน ม.ค.69 จำนวนประมาณ 20,000 นาย แต่อยู่ระหว่างการเจรจากับหลายประเทศเพื่อเข้าร่วม เช่น อาเซอร์ไบจาน อียิปต์ อินโดนีเซีย กาตาร์ และตุรกี แม้บางประเทศยังมีข้อกังวลด้านกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของภารกิจดังกล่าว

สหรัฐฯ ยินดีขายเครื่องบินขับไล่ F-35 ให้ซาอุดีอาระเบีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ ยินดีขายเครื่องบินขับไล่ F-35 ให้ซาอุดีอาระเบีย แม้กังวลถึงความเป็นไปได้ที่เทคโนโลยีด้านอาวุธอาจรั่วไหล เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างซาอุดีอาระเบียกับจีน   การขายระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ดังกล่าว เป็นการเจรจาในห้วงที่เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (MฺBS) มกุฎราชกุมารและ นรม.ซาอุดีอาระเบีย เยือนสหรัฐฯ และจะพบหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ใน18 พ.ย.68 โดยมีประเด็นหารือ ได้แก่ การลงทุนของซาอุดีอาระเบียด้านปัญญาประดิษฐ์ในสหรัฐฯ  ความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์สำหรับพลเรือน รวมทั้งความคาดหวังของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลและสร้างสันติภาพในฉนวนกาซา

ญี่ปุ่นฝึกผสมทางอากาศกับสหรัฐฯ

กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (Japan Self-Defense Forces-JSDF) ฝึกผสมทางอากาศกับกองทัพสหรัฐฯ เมื่อ 17 พ.ย.68 บริเวณน่านฟ้าเหนือทะเลจีน ตอ. ทาง ตต.ของภูมิภาคคิวชู และน่านฟ้าเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ทาง ตอ.ของ จ.โอกินาวะ   การฝึกครั้งนี้เป็นการฝึกทางยุทธวิธีในห้วงที่สถานการณ์ด้านความมั่นคงรอบญี่ปุ่นรุนแรงขึ้น เพื่อย้ำว่าญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะไม่อดทนอดกลั้นต่อการกระทำการเพียงฝ่ายเดียวเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานะเดิม (Status quo) โดยใช้กำลังบีบบังคับ อีกทั้งช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถและแสดงถึงความพร้อมของ JSDF และกองทัพสหรัฐฯ ในการป้องปรามและตอบโต้ภัยคุกคาม

การชุมนุมของกลุ่มคน Gen Z ในเม็กซิโกมีความรุนแรงขึ้น

  สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคน Gen Z  ในเม็กซิโก ตั้งแต่ 15 พ.ย.68  มีความรุนแรงขึ้น หลังจากผู้ชุมนุมบุกเข้าไปรื้อรั้วรอบที่พำนักของประธานาธิบดีคลอเดีย ชายน์บอม ทำให้จนท.ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม  ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 120 คน ในจำนวนนี้  เป็นจนท.ตำรวจจำนวน 100 นาย  โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับการสนับสนุนจากประชาชนที่ไม่พอใจกรณีที่นายคาร์ลอส  แมนโซ นายกเทศมนตรีเมืองอูรัวปัน ในรัฐมิโชอากาน  ถูกลอบสังหารเมื่อ 1 พ.ย.68  ขณะที่นางชายน์บอมระบุว่ากลุ่มนักการเมืองฝ่ายขวาเป็นผู้สนับสนุนเหตุชุมนุมดังกล่าว

จนท.อาวุโส กต.ญี่ปุ่น เตรียมเยือนจีนเพื่อยุติความขัดแย้ง

นาย Masaaki Kanai อธิบดีกรมเอเชียและโอเชียเนีย กต.ญี่ปุ่นอาจเยือนจีน เพื่อพบหารือกับนาย Liu Jinsong อธิบดีกรมเอเชีย กต.จีน  ใน 18 พ.ย.68 เกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นกับจีนภายหลังนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น แสดงความเห็นในที่ประชุมรัฐสภาญี่ปุ่น เมื่อ 7 พ.ย.68 ว่าหากไต้หวันถูกรุกรานด้วยกำลังทหาร อาจส่งผลให้เกิดภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่น และญี่ปุ่นอาจใช้สิทธิป้องกันตนเองร่วม นาย Masaaki จะอธิบายว่าการแสดงความคิดเห็นของ นรม.ญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายความมั่นคงของญี่ปุ่น พร้อมเรียกร้องให้จีนหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย

คะแนนนิยม ครม.ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น

สนข. Kyodo News สำรวจความเห็นทางโทรศัพท์ระหว่าง 15-16 พ.ย.68 ว่า  ประชาชนที่สนับสนุน ครม.ญี่ปุ่น ภายใต้การนำของนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม. เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 69.9 จากร้อยละ 32 เมื่อ ต.ค.68   ขณะที่ ประชาชนที่ไม่สนับสนุน ครม.ญี่ปุ่น ลดลงเหลือร้อยละ 16.5 จากร้อยละ 23.2 โดยส่วนใหญ่ คาดหวังให้รัฐบาลจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น (ร้อยละ 69.6) และเห็นด้วยกับการที่ญี่ปุ่นเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านกลาโหมของประเทศ (ร้อยละ 60.4) แต่เห็นว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาหมีทำร้ายประชาชนได้ล่าช้า (ร้อยละ 65.0)

สหรัฐฯ ยกเว้นการจัดเก็บภาษีตอบโต้การนำเข้าสินค้าเกษตร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งผู้บริหารเมื่อ 14 พ.ย.68 ยกเว้นการจัดเก็บภาษีตอบโต้  (reciprocal tariffs) กับสินค้าเกษตรที่นำเข้าหลายรายการ อาทิ เนื้อสัตว์ ชาเขียว กาแฟ กล้วย มะเขือเทศ ส้ม สับปะรด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และโกโก้  จากเดิมที่จะเรียกเก็บในอัตราพื้นฐานที่ร้อยละ 10 กับทุกประเทศ โดยจะมีผลตั้งแต่ 130001 พ.ย.68  กับทั้งระบุว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ เป็นไปตามคำแนะนำจาก จนท. ประกอบกับสถานะการเจรจากับประเทศคู่ค้า รวมถึงความต้องการภายในประเทศ และขีดความสามารถทางการผลิตในประเทศ  ขณะที่สภาหอการค้าสหรัฐฯ ยินต่อการตัดสินใจดังกล่าว เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของชาวอเมริกัน จากการที่ราคาสินค้าแพงขึ้นทั้งในภาคธุรกิจและครัวเรือนเนื่องจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม

จีนแจ้งเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น

กต.จีน ประกาศแจ้งเตือนพลเมืองจีนเมื่อ 14 พ.ย.68 ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น สืบเนื่องจากนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น กล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นเมื่อ 7 พ.ย.68 ว่า ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงหากจีนโจมตีไต้หวัน เพราะเป็นสถานการณ์ที่คุกคามต่อความอยู่รอดของญี่ปุ่น โดย กต.จีนระบุว่า ความเห็นในเชิงยั่วยุดังกล่าวทำลายบรรยากาศการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชนอย่างรุนแรง  ขณะเดียวกันยังขอให้ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับกฎหมายและคำสั่งต่าง ๆ และเพิ่มความระมัดระวังเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม เนื่องจากญี่ปุ่นมีความปลอดภัยลดลงในปี 2568 ทั้งนี้ ชาวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยในห้วง ม.ค.-ก.ย.68 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปญี่ปุ่นประมาณ 31.65 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีนประมาณ 7.49 ล้านคน

นรม.มาเลเซียหารือกับ นรม.กัมพูชา และประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 14 พ.ย.68 หลังการหารือทางโทรศัพท์กับ นรม.กัมพูชา โดย นรม.อันวาร์ แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่กัมพูชาเลือกเส้นทางสันติภาพและให้ความสำคัญกับกระบวนการเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และมาเลเซียจะยังคงมีบทบาทในฐานะผู้อำนวยความสะดวกที่เป็นธรรมและมีความรับผิดชอบ เพื่อช่วยเหลือมิตรทั้งสองประเทศให้บรรลุทางออกที่ยั่งยืน และมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค นอกจากนี้ นรม.อันวาร์ ยังหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยชี้แจงว่า ไทยและกัมพูชายังคงเลือกใช้แนวทางการทูตและการเจรจาในการแก้ไขปัญหา พร้อมย้ำว่าทั้งสองประเทศได้ถอนกำลังทหารออกจากชายแดนแล้ว มาเลเซียสนับสนุนบทบาทเชิงรุกของประธานาธิบดีทรัมป์