สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการ Southern Spear ต่อเวเนซุเอลา

นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ ประกาศผ่าน X13 พ.ย.68  ว่า กห.สหรัฐฯ  เริ่มปฏิบัติการ Southern Spear ต่อเวเนซุเอลา  โดยหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจจะดำเนินการร่วมกับกองบัญชาการภาคใต้ (U.S. Southern Command – SOUTHCOM) เพื่อปกป้องสหรัฐฯ และปราบปรามผู้ก่อการร้ายค้ายาเสพติดในซีกโลกตะวันตก  ทั้งนี้ สหรัฐฯ ประกาศใช้ปฏิบัติการ Southern Spear ในพื้นที่ดังกล่าวดังกล่าวตั้งแต่ ม.ค.68 ซึ่งเป็นการทดสอบยุทโธปกรณ์ที่ใช้ระบบหุ่นยนต์ที่สามารถปฏิบัติงานได้ด้วยตนเองในสถานการณ์จริงร่วมกับยานพาหนะไร้คนขับในการลาดตะเวนชายฝั่งเพื่อตรวจจับกลุ่มค้ายาเสพติด

สนข.เบอร์นามาแก้ไขเนื้อหาข่าวว่า AOT ยืนยันทุ่นระเบิดที่ห้วยตามาเรียมาวางใหม่

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 14 พ.ย.68 เวลา 09.26 น. ตามเวลาไทย ขอแก้ไขเนื้อหาข่าวที่รายงานเมื่อ 13 พ.ย.68 อ้างถึงบทสัมภาษณ์ของ ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย กรณีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ยืนยันทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบไม่ใช่ทุ่นระเบิดที่วางใหม่ นั้น สนข.เบอร์นามา ระบุว่า เกิดจากความผิดพลาดในการแปลจากภาษามาเลเซียเป็นภาษาอังกฤษ โดยข้อความที่ถูกต้องคือ AOT ยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 14 พ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่าง 13-17 พ.ย.68 โดยประธานาธิบดีสีกล่าวถึง การเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จฯ เยือนจีนนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต สะท้อนถึงการให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน ขณะเดียวกัน ได้แสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยราชวงศ์ไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับจีนมายาวนาน และมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

เมียนมาขอใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือ ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 13 พ.ย.68 ว่า รัฐบาลเมียนมาขอให้ใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือในเส้นทาง ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างเมียนมากับไทย แทนการใช้ด่านพรมแดนเมียวดีในรัฐกะเหรี่ยงที่ปิดทำการ รวมถึงได้มีการออกใบอนุญาตนำเข้าและดำเนินการค้าชายแดนผ่านด่านท่าขี้เหล็กในรัฐฉานเข้าสู่ จ.เชียงราย ของไทย เพื่อให้การนำเข้า–ส่งออกของทั้งสองประเทศดำเนินต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เมียนมากำลังดำเนินการจัดตั้งเส้นทางการค้าใหม่เพื่อเสริมความต่อเนื่องของการค้าชายแดน โดยเฉพาะในเส้นทางเมียนมา–จีน ซึ่งยังคงเผชิญข้อจำกัดจากการปิดทำการของด่านชินชเวฮอ ลเวเจ และมูเซ ในรัฐฉาน จึงมีแผนเปิดเส้นทางใหม่เพื่อไม่ให้กิจกรรมทางการค้าหยุดชะงัก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของเส้นทางขนส่งสินค้าใหม่สำหรับการเชื่อมต่อเข้าสู่จีน

บังกลาเทศปฏิเสธว่าเป็นฐานของกลุ่มก่อการร้ายโจมตีอินเดีย

เว็บไซต์ bdnews24 ของบังกลาเทศ รายงานเมื่อ 11 พ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Touhid Hossain ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของบังกลาเทศ ปฏิเสธข้อกล่าวหาของ นสพ.The Times of India ของอินเดีย ที่ระบุว่า กลุ่มก่อการร้าย Lashkar-e-Taiba (LeT) ซึ่งมีฐานอยู่ในปากีสถาน กำลังใช้บังกลาเทศเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอินเดีย หลังเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ใกล้ป้อมแดง (Red Fort) ในกรุงนิวเดลี นครหลวงของอินเดีย เมื่อ 11 พ.ย.68  นาย Hossain ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล และเป็นความพยายามที่จะโยนความรับผิดชอบให้แก่บังกลาเทศโดยไม่เป็นธรรม

การประชุม BIMP-EAGA หารือการเชื่อมโยงเส้นทางการบินและอุตสาหกรรมฮาลาล

การประชุม รมว. ภายใต้กรอบความร่วมมือเขตพัฒนาเศรษฐกิจด้านอาเซียนตะวันออก (BIMP-EAGA Ministerial Meeting) ครั้งที่ 28 จัดขึ้นที่เมืองดาเวา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 12 พ.ย.68 มุ่งหารือความร่วมมือในกรอบ BIMP-EAGA (ประกอบด้วย 4 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์) โดยเฉพาะแนวทางฟื้นฟูเส้นทางการบินระหว่างเมืองดาเวากับเมืองมานาโดของอินโดนีเซีย ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งอาเซียน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานด้านฮาลาล (Task Force on Halal) เพื่อรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมฮาลาลและส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน

อินเดียส่งพลเมืองที่หลบหนีจาก KK Park เข้าไทย กลับประเทศ

เว็บไซต์ สอท.อินเดีย/กรุงเทพฯ เมื่อ 10 พ.ย.68 เปิดเผยว่า สอท.อินเดีย/กรุงเทพฯ และสกญ.อินเดีย/จ.เชียงใหม่ อำนวยความสะดวกให้แก่ชาวอินเดียจำนวน 197 คน ซึ่งหลบหนีเข้าไทยอย่างผิดกฎหมายและถูกควบคุมตัวได้ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก จากการปราบปรามฐานอาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยีในโครงการ KK Park จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา ในการส่งตัวกลับอินเดียเป็นชุดที่สอง ด้วยเที่ยวบินพิเศษของ ทอ.อินเดีย   โอกาสนี้ ยังย้ำคำแนะนำสำหรับการทำงานในต่างประเทศ โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลของนายจ้างต่างชาติอย่างรอบคอบ และการเดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องขอวีซ่า (visa-free entry) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางอินเดีย มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจระยะสั้นเท่านั้น ไม่ควรถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อการทำงานในไทย ทั้งนี้ อินเดียส่งตัวพลเมืองอินเดียชุดแรก จำนวน 270 คน กลับประเทศแล้วเมื่อ 6 พ.ย.68

โฆษก กต.ญี่ปุ่น ถูกรัสเซียขึ้นบัญชีต้องห้ามเดินทางเข้าประเทศ

เว็บไซต์ Nippon.com รายงานเมื่อ 12 พ.ย.68 ว่า พลเมืองญี่ปุ่น 30 คน ถูก กต.รัสเซียขึ้นบัญชีต้องห้ามเดินทางเข้าประเทศโดยไม่มีกำหนด ประกอบด้วย นายโทชิฮิโระ คิตามูระ โฆษก กต.ญี่ปุ่น กลุ่มนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยโตเกียว มหาวิทยาลัยฮอกไกโด มหาวิทยาลัยเคโอ และมหาวิทยาลัยทาคุโชกุ รวมถึงสื่อมวลชน เช่น นักข่าวอาวุโสของ นสพ.Nikkei และอดีตผู้สื่อข่าวประจำกรุงมอสโก ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวของรัสเซียเป็นการตอบโต้ญี่ปุ่นที่คว่ำบาตรรัสเซียภายหลังการรุกรานยูเครน และเป็นครั้งแรกนับแต่นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น เข้าดำรงตำแหน่ง เมื่อ ต.ค.68 โดยครั้งล่าสุดที่พลเมืองญี่ปุ่นถูกรัสเซียขึ้นบัญชีต้องห้ามเดินทางเข้าประเทศคือ เมื่อ มี.ค.ปี 68

สหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการออกวีซ่าให้กับชาวต่างชาติ

สนข.AP รายงานเมื่อ 12 พ.ย.68  ว่า กต.สหรัฐฯ สั่งการให้ สอท.และ สกญ.สหรัฐฯ ทั่วโลกเข้มงวดในการพิจารณาออกหรือต่ออายุวีซ่าให้กับชาวต่างชาติ เฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ขอยื่นเปลี่ยนสถานะเป็นผู้พำนักถาวร โดยกำหนดให้พิจารณาทักษะการใช้อังกฤษและวิชาชีพ สถานภาพการเงิน การรับความช่วยเหลือจากรัฐ ตลอดจนประวัติสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท วัณโรค พิษสุราเรื้อรัง และจิตเวช เพื่อปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน และลดความเสี่ยงที่จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดูแลหรือรักษาชาวต่างชาติ ตามนโยบายจัดการผู้อพยพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  มาตรการดังกล่าวไม่ครอบคลุมผู้ขอยื่นวีซ่าท่องเที่ยวหรือเยี่ยมเยือน

กองทัพเรือเมียนมาฝึกซ้อมรบร่วมทางทะเลกับรัสเซียเป็นครั้งที่ 3

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 11 พ.ย.68 ว่า กองทัพเรือเมียนมาฝึกซ้อมรบร่วมด้านความมั่นคงทางทะเลกับกองเรือแปซิฟิกของกองทัพเรือรัสเซีย เป็นครั้งที่ 3 ภายใต้รหัส MARUMEX ระหว่าง 10-14 พ.ย.68 บริเวณทะเลอันดามันใกล้กับชายฝั่ง จ.มะริด ภาคตะนาวศรี โดยการฝึกใช้การยิงกระสุนจริง ทั้งทางผิวน้ำ อากาศยาน และใต้น้ำ ซึ่งต่อยอดจากการซ้อมรบร่วมทางทะเลครั้งแรกเมื่อ พ.ย.66 และครั้งที่ 2 เมื่อ ต.ค.67  ทั้งนี้ รัฐบาลเมียนมาออกประกาศแจ้งเตือนทางทะเลและทางอากาศ โดยห้ามการเดินเรือทั้งเรือพาณิชย์ เรือประมง และเรือท่องเที่ยว เข้าใกล้พื้นที่ที่ทำการฝึก ส่วนเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ที่ไม่เกี่ยวข้องต้องไม่ทำการบินต่ำกว่า 15,000 ฟุต