ที่ประชุมสุดยอดประชาคมลาตินอเมริกา-EU ออกปฏิญญาสำคัญร่วมกัน

ที่ประชุมสุดยอดระหว่างประชาคมลาตินอเมริกาและแคริบเบียน (Community of Latin American and Caribbean States-CELAC) กับสหภาพยุโรป (EU) ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นที่โคลอมเบีย เมื่อ 10 พ.ย.68 ออกปฏิญญาร่วม (Joint Declaration) และแผนงาน (Roadmap) เพื่อการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในด้านการค้า ภูมิอากาศ พลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ความมั่นคงทางอาหาร สาธารณสุข การศึกษา การวิจัย และวัฒนธรรม โดยเสนอให้ CELAC กับ EU เพิ่มความร่วมมือในด้านดังกล่าว อีกทั้งยังตกลงจะทำงานร่วมกันเพื่อฟื้นฟูระบบพหุภาคีและปกป้องหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ (UN) และผลักดันการดำเนินการตามข้อตกลงพหุภาคีที่สำคัญ ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ตกลงที่จะจัดการประชุมสุดยอด CELAC-EU ครั้งที่ 5 ในปี 2570 ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม

นรม.มาเลเซียระบุว่าเป็นเพียงคนกลางในการเจรจาไทย-กัมพูชา

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 11 พ.ย.68 ว่า บทบาทของมาเลเซียในกระบวนการเจรจาระหว่างไทย-กัมพูชา จำกัดเฉพาะการประสานงานและอำนวยความสะดวกเท่านั้น เงื่อนไขของการเจรจาขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของไทยและกัมพูชา มาเลเซียไม่มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ และไม่เคยบังคับให้ไทยและกัมพูชาเข้าสู่กระบวนการพูดคุย แต่เพียงทำหน้าที่คนกลางเพื่อให้มั่นใจว่าการเจรจาจะดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์  ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบข้อซักถามของ สส.กลุ่มพรรคฝ่ายค้าน ถึงแนวทางของรัฐบาลมาเลเซียต่อกระแสวิจารณ์บทบาทมาเลเซียในกระบวนการเจรจาระหว่างไทย-กัมพูชา

จีนส่งออกชิป Nexperia สำหรับการใช้งานทางพลเรือนอีกครั้ง

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 9 พ.ย.68 ว่า พณ.จีนจะยกเว้นมาตรการควบคุมการส่งออกชิปของบริษัท Nexperia สำหรับการใช้งานทางพลเรือน เพื่อผ่อนคลายผลกระทบที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกได้รับจากการควบคุมการส่งออกของจีน หลังจากรัฐบาลเนเธอร์แลนด์เข้าควบคุมกิจการของบริษัท Nexperia ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติเนเธอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ในเครือบริษัท Wingtech ของจีน (จีนเข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2561) เมื่อ 30 ก.ย.68 อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเนเธอร์แลนด์ รวมถึงสหภาพยุโรป (EU) จะยังคงตึงเครียดจนกว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของและการดำเนินงานของบริษัท Nexperia จะได้รับการแก้ไข

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะนำรายได้จากการจัดเก็บภาษีปันผลให้ชาวอเมริกัน 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่าน Truth Social เมื่อ 9 พ.ย.68 ว่า จะนำรายได้จากการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้า ปันผลให้ชาวอเมริกันอย่างน้อยคนละ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี แนวคิดการแจกเงินดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากรับสภาสหรัฐฯ ก่อน ขณะที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.กค.สหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษี 195,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2568 และจะเพิ่มขึ้นอีกหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยย้ำว่าเป้าหมายของมาตรการภาษี คือการสร้างสมดุลทางการค้าใหม่ที่เป็นธรรมมากขึ้น

ผู้ประกอบการสวนทุเรียนมาเลเซียขอให้รัฐบาลตั้งทุเรียนเป็นผลไม้ประจำชาติ

นสพ.New Straits Times รายงานเมื่อ 10 พ.ย.68 ว่า นายอีริค ชาน ประธานสมาคมผู้ประกอบการสวนทุเรียน (Durian Manufacturer Association-DMA) ของมาเลเซีย เรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย กำหนดทุเรียนเป็นผลไม้ประจำชาติ รวมทั้งเรียกร้องให้ 7 ก.ค. ของทุกปี เป็นวันทุเรียนแห่งชาติ เนื่องจากเป็นห้วงที่ทุเรียนมีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดของฤดูกาล   ขณะที่อธิบดีกรมการเกษตร ยืนยันว่า กรมได้รับคำร้องจาก DMA เมื่อ 8 ก.ย.68 และอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับทุเรียนสายพันธุ์คุณภาพสูงของมาเลเซียมีหลายสายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์หนามดำ (D200) สายพันธุ์ D24 และเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์มูซังคิง (D197) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications-GI) และได้รับการขยายสถานะ GI เพิ่มเติมจนถึง มี.ค.77

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนระหว่าง 13-17 พ.ย.68

โฆษก กต.จีน แถลงเมื่อ 6 พ.ย.68 ว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 13-17 พ.ย.68 ตามคำทูลเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยเป็นการเสด็จฯ เยือนจีนครั้งแรกของพระมหากษัตริย์ไทยนับตั้งแต่ทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และ นรม.หลี่ เฉียง จะเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ กต.จีน ระบุว่า ไทยและจีนเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรและใกล้ชิด ความสัมพันธ์พัฒนาไปอย่างสูงภายใต้การชี้นำทางยุทธศาสตร์ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ

เวียดนามเฝ้าระวังอุทกภัยจากพายุไต้ฝุ่นคาลมาเอกิ

นข.VGP ของทางการเวียดนาม และเว็บไซต์ นสพ.Vietnam News รายงานเมื่อ 7 พ.ย.68 ว่าศูนย์พยากรณ์อุทกภัยแห่งชาติเวียดนาม ประกาศเตือนประชาชนเวียดนามในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งและจังหวัดที่ราบลุ่ม ให้เฝ้าระวังความเสี่ยงเกิดอุทกภัยน้ำทะเลหนุนและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งเป็นผลจากพายุไต้ฝุ่นคาลมาเอกิ (Kalmaegi) ทั้งนี้ เวียดนามอพยพประชาชนในพื้นที่จังหวัดตอนกลางของประเทศประมาณ 129,000 ครัวเรือน หรือมากกว่า 537,000 คน ไปอยู่ในที่ปลอดภัย ก่อนพายุไต้ฝุ่นคาลมาเอกิขึ้นฝั่งที่ จ.ดั๊กลั๊ก และ จ.ซาลาย เมื่อประมาณ 060700 พ.ย.68 และอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน เมื่อ 070500 พ.ย.68

สหรัฐฯ ซ้อมยิงขีปนาวุธข้ามทวีป

กองทัพอากาศสหรัฐฯ ทำการซ้อมยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (Intercontinental Ballistic Missile – ICBM) รุ่น Minuteman III แบบไม่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์เมื่อ 5 พ.ย.68  ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมตามวงรอบปกติ จากฐานทัพกองทัพอวกาศ Vandenberg รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อทดสอบความพร้อมของระบบทั้งหมด  และไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ระบุจะรื้อฟื้นการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีแผนปลดประจำการระบบ ICBM ปัจจุบัน ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี เป็นระบบรุ่นใหม่ Sentinel ICBM

จีนขยายความร่วมมือกับกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก

นายหวัง เหวินเทา รมว.พณ.จีน พบหารือกับผู้แทนประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก 5 ประเทศ ประกอบด้วย ไมโครนีเซีย คิริบาส นาอูรู วานูอาตู และฟีจี เมื่อ 4 พ.ย.68 และได้ลงนามในข้อตกลงขยายความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์จากการมอบความช่วยเหลือไปสู่ความร่วมมือกันที่จริงจังและยืนยาว ผ่านความเป็นหุ้นส่วนทางสถาบันการเมืองและองค์กรต่าง ๆ มากขึ้น โดยจะเริ่มหารือเพื่อขยายความร่วมมือในประเด็นเฉพาะ เช่น การค้าสินค้าและบริการ การลงทุน กฎระเบียบ และความร่วมมือในทางปฏิบัติ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุน เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมและการเกษตรให้ทันสมัย รวมถึงเพิ่มการมีส่วนร่วมของกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และบรรลุแผนพัฒนาเพื่อสร้างประชาคมที่จีนกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกจะมีอนาคตร่วมกันในอนาคต

จีนเปิดตัวโครงการส่งเสริมการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

สนข.Reuters และ สนข.CNA รายงานเมื่อ 4 พ.ย.68 ว่า นายหลี่ เฉียง นรม.จีน และนายหวัง เหวินเทา รมว.พณ.จีน ประกาศเปิดตัวโครงการ Big Market for All: Export to China ในงานมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติของจีน (China International Import Expo-CIIE) ครั้งที่ 8 ที่นครเซี่ยงไฮ้  จีนจะเลือก 5-6 ประเทศเป็นพันธมิตรพิเศษเพื่อส่งเสริมการนำเข้าในแต่ละปี พร้อมกับจะจับคู่ผู้ผลิตต่างชาติกับผู้ซื้อภายในประเทศ และจัดงานแสดงสินค้านำเข้ามากขึ้น CIIE เริ่มขึ้นเมื่อปี 2561 เพื่อส่งเสริมความน่าเชื่อถือด้านการค้าเสรีของจีนและลดทอนข้อวิจารณ์เกี่ยวกับการเกินดุลการค้ากับหลายประเทศ