ภาวะ government shutdown ของสหรัฐฯ กระทบต่อภารกิจของ FBI

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 30 ต..ค.68 ว่า ภาวะการหยุดปฏิบัติงานชั่วคราวของหน่วยงานรัฐบาลกลางบางส่วน (government shutdown) ของสหรัฐ ที่ยืดเยื้อถึง 30 วัน ส่งผลกระทบต่อภารกิจของ สนง.สอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) อย่างยิ่ง เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณสำหรับจ่ายค่าตอบแทนให้แหล่งข่าว รวมถึงการปฏิบัติการลับด้านยาเสพติดและการค้าอาวุธ ส่งผลให้การสืบสวนคดีดังกล่าวต้องยุติลง และสูญเสียแหล่งข่าว รวมทั้ง จนท. FBI ไม่สามารถเดินทางไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่ได้    สนง.งบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ (CBO) ประเมินว่า ภาวะ government shutdown อาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประมาณ 7,000 – 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจฉุด GDP ไตรมา 4 ปี 2568 ของสหรัฐฯ ลงถึงร้อยละ 2

รมว.กห.อาเซียนจะหารือเรื่องความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

ดาโต๊ะ ซรี โมฮาเม็ด คาเล็ด โนร์ดิน รมว.กห.มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 30 ต.ค.68 ว่า การประชุม รมว.กห.อาเซียน (ASEAN Defence Ministers’ Meeting-ADMM) ครั้งที่ 19 และการประชุม รมว.กห.อาเซียน กับ รมว.กห.ประเทศคู่เจรจา (ASEAN Defence Ministers’ Meeting Plus-ADMM-Plus) ครั้งที่ 12 จะจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ระหว่าง 30 ต.ค.-2 พ.ย.68  มุ่งหารือวาระสำคัญ อาทิ การติดตามและตรวจสอบการหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา ภายใต้กลไกคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team-AOT) รวมถึงการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedures-SOP) ในการจัดตั้งกองกำลังเตรียมพร้อมอาเซียนด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (ASEAN Militaries Ready Group-AMRG) และแผนการฝึกผสมทางทะเลกับประเทศคู่เจรจา (สหรัฐฯ จีน อินเดีย…

ญี่ปุ่นกังวลที่จีนควบคุมการส่งออกแร่หายาก

ถ้อยแถลงของนายอากาซาวะ เรียวเซ รมว.กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ของญี่ปุ่น เมื่อ 30 ต.ค.68 ระบุว่าได้พบหารือและแสดงความห่วงกังวลต่อนายหวัง เหวินเทา รมว.พณ.จีน กรณีจีนประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก (Rare earth) เข้มงวดขึ้นเมื่อต้น ต.ค.68 พร้อมเรียกร้องให้จีนทบทวนการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว เนื่องจากกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งนี้ การพบหารือระหว่างนายอากาซาวะกับนายหวังมีขึ้นที่เมืองคยองจู เกาหลีใต้ ระหว่างเยือนเกาหลีใต้เพื่อเข้าร่วมการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผู้นำเอเปค ครั้งที่ 32

การพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐ ฯ และจีน

การให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 30 ต.ค. 68 ระบุถึงการหารือนอกรอบการประชุม APEC กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเป็นเวลากว่า 90 นาที ประสบผลด้วยดี สหรัฐฯ จะลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีนเหลือร้อยละ 47 จาก ร้อยละ 57 จากการที่จีนจะเพิ่มมาตรการในการปราบปรามการค้าเฟนทานิลผิดกฎหมาย  กับทั้งจีนจะกลับมานำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ และจะเลื่อนการบังคับใช้มาตราการส่งออกสินแร่หายากออกไปอีก 1 ปี   ทั้งสองฝ่ายไม่ได้หารือกันเรื่องมาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงและประเด็นไต้หวัน   ประธานาธิบดีทรัมป์ยังจะเยือนจีนใน เม.ย.69 และประธานาธิบดีสีจะเยือนสหรัฐฯ หลังจากนั้น

รมว.เอเปค หารือประเด็นความร่วมมือด้านนวัตกรรมดิจิทัลและ AI

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการเอเปค รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายอัน ด็อก-กึน รมว.กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานเกาหลีใต้ ว่า ที่ประชุม รมว.เอเปค (APEC Ministerial Meeting-AMM) ที่เมืองคย็องจู เมื่อ 30 ต.ค.68 ยืนยันความมุ่งมั่นต่อความร่วมมือระดับภูมิภาค และสานต่อความพยายามในการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมดิจิทัลและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน พร้อมกับเรียกร้องให้สมาชิกเอเปค เสริมสร้างความเชื่อมโยงผ่านแนวทางพหุภาคีแบบเปิด (open plurilateralism) ซึ่งเป็นรูปแบบความร่วมมือที่ยืดหยุ่นและสมัครใจ เพื่อเสริมระบบการค้าพหุภาคีและตอกย้ำบทบาทของเอเปค นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำความจำเป็นในการส่งเสริมการค้าดิจิทัลและความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะข้อริเริ่ม “AI for Trade” และ “AI for Supply Chains” ที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2569

มาเลเซียส่งออกทุเรียนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สนข.The Star ของมาเลเซีย รายงานเมื่อ 30 ต.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของ ดาตุ๊ก เซอรี มูฮัมมัด ซาบู รมว.กระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร มาเลเซีย ว่า มาเลเซียส่งออกทุเรียนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีมูลค่าการส่งออกรวมเพิ่มจากปี 2563 ที่ 570.8 ล้านริงกิต (4,416 ล้านบาท) เป็น 1,510 ริงกิต (11,683 ล้านบาท) เมื่อปี 2566 แต่ลดลงเล็กน้อยเมื่อปี 2567 อยู่ที่ 1,180 ล้านริงกิต (9,136 ล้านบาท) โดยส่งออกไปยังยุโรปเพิ่มขึ้นร้อยละ 162 อเมริกาเหนือและตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 และ 8.8 ตามลำดับ การส่งออกทุเรียนของมาเลเซียเติบโตขึ้นจากความพยายามขยายตลาดและการส่งเสริมการปลูกทุเรียนสายพันธุ์มูซังคิง และการสนับสนุนเกษตรกรให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสำหรับส่งออก รวมทั้งจัดสรรงบประมาณมูลค่า 45 ล้านริงกิต (347 ล้านบาท) ภายใต้แผนพัฒนามาเลเซียฉบับที่ 12 เพื่อสนับสนุนการผลิตผลไม้ในระยะยาว และเร่งเชื่อมโยงตลาดส่งออกในต่างประเทศเพิ่มเติม อาทิ…

คะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 40

ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน จำนวน 1,018 คน (ค่าความคลาดเคลื่อน +/- 3) จัดทำโดย Reuters/Ipsos ระหว่าง 24 – 26 ต.ค.68 ประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่ 2 พบว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ที่ร้อยละ 40  ซึ่งลดลงจากการสำรวจเมื่อห้วง 15 – 20 ต.ค.68 ที่อญุ่ในระดับร้อยละ 42 เนื่องจากความไม่พอใจของชาวอเมริกันต่อการจัดการปัญหาค่าครองชีพ และไม่เห็นด้วยกับมาตรการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน ถึงร้อยละ 63  ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 58 ของการสำรวจก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ชาวอเมริกันมีความกังวลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับภาวะ government shutdown  ซึ่งยาวนานเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยร้อยละ 29  ไม่สนใจหรือดีใจกับภาวะดังกล่าว ขณะที่ร้อยละ 20 รู้สึกโกรธ และประมาณร้อยละ 50 รู้สึกหงุดหงิด โดยส่วนใหญ่เห็นว่าภาวะดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย

ฟิลิปปินส์ตั้งเป้าหมายให้ประธานาธิบดีจีนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2569

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์แถลงต่อสื่อมวลชนฟิลิปปินส์หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซียเมื่อ 28 ต.ค.68 ว่า ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนปี 2569 จะทำทุกวิถีทางเพื่อเชิญประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ให้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ  เพื่อพิสูจน์ความจริงใจในการแก้ไขข้อพิพาทในทะเลจีนใต้  อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ เชื่อว่า  ประธานาธิบดีสี จะพิจารณาเยือนฟิลิปปินส์หากการเจรจาประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct-COC) มีความคืบหน้าไปมากแล้ว  นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ระบุว่า หากฟิลิปปินส์ไม่สามารถทำให้ COC สำเร็จตามเป้าหมาย ในวาระที่ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ก็จะแสวงหาหนทางอื่นในการจัดการข้อพิพาท และจำกำหนดความสัมพันธ์กับจีนใหม่ในมิติอื่น นอกเหนือจากประเด็นทะเลจีนใต้   เช่น การค้า การแลกเปลื่ยน การเกี่ยวพันในประเด็นอื่นๆ

อินโดนีเซียระบุกัมพูชายังไม่ปลอดภัยสำหรับแรงงาน

นสพ.จาการ์ตาโกลบรายงานเมื่อ 28 ต.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Abdul Muhaimin Iskandar รมว.ประสานงานด้านเสริมสร้างศักยภาพประชาชนของอินโดนีเซีย เตือนพลเมืองให้ระมัดระวังตอบรับข้อเสนอจากกัมพูชา ซึ่งยังเป็นสถานที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแรงงานข้ามชาติ   เนื่องจากไม่มีข้อตกลงทวีภาคีที่เป็นกลไกการปกป้องแรงงาน ปัจจุบัน มีแรงงานอินโดนีเซียในกัมพูชามากกว่า 100,000 คน รวมทั้งผู้อยู่ในอุตสาหกรรมด้านอาหารและบริการ ซึ่งรองรับชุมชนชาวอินโดนีเซียที่ขยายตัว ที่ผ่านมาทางการอินโดนีเซียออกคำเตือนแรงงานข้ามชาติไม่ให้เลือกกัมพูชาเป็นปลายทางในการทำงาน โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลว่ามีชาวอินโดนีเซียเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ในกัมพูชาจำนวนมาก

สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเสริมสร้างความมั่นคงและการทหารในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 29 ต.ค.68 ว่านายปีเตอร์ เฮ็กเซ็ธ รมว.กห.สหรัฐฯ พบหารือกับนายชินจิโร่ โคอิซุมิ รมว.กห.ญี่ปุ่น โดยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสภาพแวดล้อมทางความมั่นคงในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก พร้อมทั้งแนวทางในการเสริมสร้างความสามารถในการยับยั้งและตอบสนองของพันธมิตรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นผ่านการส่งเสริมกิจการทางการทหาร อาทิ การซ้อมรบ การใช้จ่ายงบประมาณการป้องกันประเทศเพื่อขยายขีดความสามารถทางความมั่นคงผ่านการลงทุน และสนับสนุนระบบการป้องกันภัยทางอากาศของญี่ปุ่นและขีดความสามารถทางความมั่นคงทางทะเลในมิติน่านฟ้าเหนือทะเล พื้นทะเลใต้น้ำ และการรบใต้น้ำ เพื่อเตรียมพร้อมและป้องปรามพฤติกรรมที่ก้าวร้าวจากจีน