ญี่ปุ่นลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมา

The Irrawaddy รายงานเมื่อ 24 ก.ย.67 ว่า ญี่ปุ่นปรับลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมาโดยจะไม่ส่งเอกอัครราชทูต เข้าไปประจำการในเมียนมา หลังจากที่นาย Ichiro Maruyama เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ณ กรุงย่างกุ้ง หมดวาระ โดยจะมอบหมายให้อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูตเป็นผู้แทนทางการทูตระดับสูงที่สุดของญี่ปุ่นในเมียนมา ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุรัฐประหารเมื่อปี 2564 หลายประเทศ โดยเฉพาะชาติตะวันตก ปรับลดระดับผู้แทนทางการทูตในเมียนมาเหลือเพียงอุปทูต เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือเพื่อหลีกเลี่ยงการรับรองสถานะรัฐบาลเมียนมา เนื่องจากเอกอัครราชทูตต้องยื่นสาส์นตราตั้งแต่ พล.อ.อาสุโส มินอองไลง์

รัสเซียยังไม่ยอมรับแผนชัยชนะของผู้นำยูเครน

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงเมื่อ 23 ก.ย.67 ว่า รัสเซียไม่ยอมรับแผนชัยชนะ (Victory Plan) ของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เว้นหากมีที่มาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากข้อมูลจากสื่อไม่น่าเชื่อถือและขัดแย้งกันในหลายประเด็น ทั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครนประกาศการจัดทำแผนชัยชนะที่อาจยุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนได้ภายในสิ้นปี 2567 และจะเสนอต่อประธานาธิบดี สมาชิกรัฐสภา และผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในห้วง 24-26 ก.ย.67 หนังสือพิมพ์ The Times รายงานเมื่อ 22 ก.ย.67 ว่าแผนชัยชนะของยูเครนมีสาระสำคัญ 4 ประเด็น คือ 1) การรับประกันความมั่นคงของยูเครนที่คล้ายกับหลักการป้องกันร่วมของเนโต 2) การใช้การยึดครองแคว้นคุสค์ของรัสเซียเป็นข้อต่อรองแลกเปลี่ยนดินแดนคืนจากรัสเซีย 3) การส่งมอบอาวุธขั้นสูงแก่ยูเครน และ 4) การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ยูเครน

บราซิลต้องการผลักดันกฎระเบียบด้าน AI ให้เป็นวาระการประชุมกลุ่ม G20

นางลูเซียน่า ซานโตส รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของบราซิลกล่าวให้สัมภาษณ์เมื่อ 23 ก.ย.67 ว่าบราซิลต้องการผลักดันกฎระเบียบด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ให้เป็นวาระการประชุมกลุ่ม G20 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพในพ.ย.67 ซึ่งบราซิลต้องการให้ที่ประชุมหาแนวทางลดความเหลื่อมล้ำด้านการพัฒนา AI ระหว่างประเทศมหาอำนาจกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะการกำหนดกฎระเบียบด้าน AI หรือการระงับการใช้ AI ในบางกรณี

รัสเซียจะใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ กรณีติดตั้งขีปนาวุธในเอเชีย-แปซิฟิก

นายเซอร์เกย์ รียาคอฟ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซีย แถลงเมื่อ 23 ก.ย.67 ว่า รัสเซียอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการที่จำเป็นเพื่อตอบโต้อย่างสมดุลต่อกรณีสหรัฐฯ มีแผนจะติดตั้งขีปนาวุธพิสัยใกล้และกลางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยรัสเซียจะประเมินจากฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด เนื่องจากรัสเซียไม่สามารถคาดการณ์สถานการณ์เชิงบวกจากพฤติกรรมของสหรัฐฯ อีกทั้งนักการเมืองและผู้นำของสหรัฐฯ มุ่งมั่นดำเนินนโยบายที่จะยกระดับความรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับรัสเซีย รวมถึงจีน ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สื่อรายงานถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะติดตั้งระบบยิงขีปนาวุธพิสัยกลางไทฟอน (Typhon systems) บนเกาะลูซอน ทางเหนือของฟิลิปปินส์ อย่างถาวร หลังติดตั้งชั่วคราวตั้งแต่ เม.ย.64 ในห้วงฝึกร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐ-ฟิลิปปินส์ และนายเอดูอาร์โด อาโน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติฟิลิปปินส์ ระบุเมื่อ 20 ก.ย.67 ว่า สหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ยังไม่มีแผนจะถอนการติดตั้งขีปนาวุธดังกล่าวออกจากดินแดนฟิลิปปินส์ เนื่องจากยังจำเป็นต่อการฝึกร่วมทางทหาร สำหรับขีปนาวุธดังกล่าวมีพิสัยการโจมตีถึงชายฝั่งของจีน และสิ่งอำนวยความสะดวกในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้

ประธานาธิบดีสีแสดงความยินดีและหวังกระชับความร่วมมือใน BRI กับประธานาธิบดีศรีลังกาคนใหม่

สำนักข่าว AFP รายงานอ้างสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีน เมื่อ 23 ก.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน แสดงความยินดีต่อนาย Anura Kumara Dissanayake ที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีศรีลังกาคนใหม่เมื่อ 22 ก.ย.67 โดยแสดงความพร้อมที่จะทำงานร่วมกันเพื่อสานต่อมิตรภาพดั้งเดิม เสริมสร้างความไว้วางใจกันในทางการเมือง รวมถึงคาดหวังที่จะขยายความร่วมมือในข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) กับศรีลังกาให้ประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นต่อไป อนึ่ง จีนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของศรีลังกาด้วยเงินกู้จำนวน 4,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากมูลค่าหนี้ทั้งหมด 10,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สหรัฐฯ เตรียมคว่ำบาตรการนำเข้าชิ้นส่วนและระบบซอฟต์แวร์ยานยนต์จากจีนและรัสเซีย

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 23 ก.ย.67 ว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เตรียมประกาศห้ามบริษัทผู้ผลิตหรือนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ของสหรัฐฯ ใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของจีนและรัสเซีย เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ โดยจะเริ่มบังคับใช้มาตรการดังกล่าวสำหรับยานยนต์ทุกประเภทที่เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ของจีนและรัสเซียรุ่นปี 2570 และฮาร์ดแวร์รุ่นปี 2573 โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้ระบบคำสั่งการผ่านระบบบลูทูธ อินเทอร์เน็ต ดาวเทียม และไวไฟ รถยนต์ไร้คนขับ รถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีจีนหรือรัสเซีย แม้จะผลิตในสหรัฐฯ แต่จะยกเว้นยานยนต์ที่ไม่ได้ใช้ในถนนสาธารณะ เช่น ยานยนต์สำหรับการทำเกษตรกรรม และทำเหมือง การจะประกาศดังกล่าวเนื่องจากสหรัฐฯ เชื่อว่า จีนและรัสเซียอาจใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ในรถ อาทิ ไมโครโฟน กล้อง ระบบติดตาม GPS ระบบดาวเทียม และบลูทูธ เพื่อแทรกแซงสหรัฐฯ และรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของชาวอเมริกัน อีกทั้งยังอาจปิดระบบหรือควบคุมรถยนต์ไฟฟ้า ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือการก่อวินาศกรรมในสหรัฐฯ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นแนวทางเพิ่มเติมจากการขึ้นภาษีนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าตอบโต้กรณีจีนผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าราคาถูกจำนวนมาก โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพาชิ้นส่วนจากจีน และสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ภายในสหรัฐฯ

ERIA จัดการประชุม East Asia Energy Forum ครั้งที่ 7 ที่ลาว

เว็บไซต์สถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจเพื่ออาเซียนและเอเชียตะวันออก (Economic Research Institute for ASEAN and East Asia-ERIA) รายงานว่า ERIA เป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ของลาวจัดการประชุม East Asia Energy Forum ครั้งที่ 7 เมื่อ 23 ก.ย.67 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ภายใต้แนวคิด “Energy Policy Directions for Inclusive and Sustainable Development for ASEAN” เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน เกี่ยวกับนโยบายความมั่นคงด้านพลังงาน สำหรับสนับสนุนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค

อิสราเอลโจมตีทางอากาศในเลบานอน มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบ 50 ปี

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอน แถลงเมื่อ 23 ก.ย.67 ว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในพื้นที่ทางใต้ เหนือและตะวันออกของเลบานอนในวันเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 492 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 35 ราย สตรี 58 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1,645 ราย นับเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดและเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตรายวันมากที่สุดตั้งแต่เกิดสงครามกลางเมืองในเลบานอน ห้วงปี 2518-2533 ด้านกระทรวงกลาโหมอิสราเอลแถลงว่า กองทัพอากาศอิสราเอลประสบความสำเร็จในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ รวมถึงฐานยิงจรวดและศูนย์บัญชาการกว่า 1,600 แห่ง และทำลายขีปนาวุธหรือจรวดหลายหมื่นลูก ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แถลงผ่านวิดีทัศน์ถึงชาวเลบานอนว่า อิสราเอลกำลังทำสงครามกับกลุ่มฮซบุลลอฮ์ไม่ใช่กับพลเรือนที่ถูกกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ใช้เป็นโล่มนุษย์

กลุ่ม QUAD ยกระดับความร่วมมือทางทะเลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

Japan Times รายงานเมื่อ 22 ก.ย.67 ว่า ผู้นำสหรัฐฯ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย เห็นพ้องกันในการประชุม QUAD เมื่อ 21 ก.ย.67 ที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลร่วมกันในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพื่อยกระดับศักยภาพในการรับมือภัยคุกคามทางทะเล และป้องปรามจีน ด้วยการจัดตั้ง Quad-at-Sea Ship Observer Mission ที่มีภารกิจให้หน่วยยามฝั่ง 4 ประเทศลาดตระเวนร่วมในอินโด-แปซิฟิก เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางทะเลระหว่างกัน โดยเฉพาะการติดตามการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การลักลอบประมง และอาจพิจารณาจัดตั้งภารกิจอื่น ๆ เพิ่มเติมร่วมกันในอนาคต นอกจากนี้ กลุ่ม QUAD ยังริเริ่มการฝึกอบรมผ่านโครงการ Maritime Initiative Training in the Indo-Pacific (MAITRI) ทั้งการแบ่งปันเทคโนโลยีและข้อมูลสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเล ระหว่างสมาชิกและกับประเทศพันธมิตรในภูมิภาค รวมถึงการหารือเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ โดยคาดว่าอินเดียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม MAITRI ครั้งแรกในปี 2568

ไต้หวันปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าไต้หวันสนับสนุนกลุ่มแฮกเกอร์ในการโจมตีทางไซเบอร์ต่อจีน

สำนักข่าว Focus Taiwan รายงานเมื่อ 23 ก.ย.67 ว่า ไต้หวันปฏิเสธรายงานของสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (China Central Television-CCTV) ที่อ้างว่ารัฐบาลไต้หวันจัดสรรเงินทุนให้กับกลุ่มแฮกเกอร์ Anonymous 64 ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2567 ได้ปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อเข้าควบคุมเว็บท่า (Portal Websites) ป้ายโฆษณาอิเล็กทรอนิกส์ และแพลตฟอร์มรับชมสื่อวิดีโอ (Video-on-Demand) ในจีน ฮ่องกง และมาเก๊า โดยเผยแพร่ข้อมูลเท็จ สร้างความแตกแยกในสาธารณะ และทำให้การบริหารจัดการของพรรคคอมมิวนิสต์อ่อนแอ โดยจีนระบุความเชื่อมโยงของกลุ่มแฮกเกอร์ดังกล่าวกับหน่วยบัญชาการสารสนเทศ การสื่อสาร และกำลังรบอิเล็กทรอกนิกส์ (Information, Communications, and Electronic Force Command-ICEFCOM) ภายใต้กระทรวงกลาโหมไต้หวัน และว่าทางการจีนกำลังสอบสวนบุคคล 3 ราย ที่เป็นสมาชิกของกองทัพไต้หวัน ทั้งนี้ ICEFCOM ปฏิเสธรายงานดังกล่าว และว่างานของ ICEFCOM เกี่ยวข้องกับข้อมูลการป้องกันประเทศและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ขณะที่กองทัพจีนกำลังคุกคามความมั่นคงทางไซเบอร์ของไต้หวันและบั่นทอนสันติภาพของภูมิภาค