สหรัฐฯ ร่างกรอบการเจรจาเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน

สนข.Axios รายงานเมื่อ 22 มี.ค.69 ว่า สหรัฐฯ พิจารณากรอบการเจรจาเบื้องต้นเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน หลังอียิปต์ และกาตาร์ แจ้งข่าวต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล ว่าอิหร่านต้องการจัดการเจรจาพร้อมกับข้อเรียกร้องต่าง ๆ โดยเงื่อนไขที่สหรัฐฯ จะใช้ต่อรองกับอิหร่าน ได้แก่ ยุติโครงการพัฒนาขีปนาวุธเป็นเวลา 5 ปี 2.ห้ามเสริมสมรรถนะยูเรเนียมโดยสิ้นเชิง ปลดระวางเครื่องปฏิกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเมือง Natanz Isfahan และ Fordow เปิดให้หน่วยงานภายนอกตรวจสอบการพัฒนาและการใช้งานเครื่องหมุนเหวี่ยง และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์  จัดทำข้อตกลงควบคุมอาวุธกับประเทศในภูมิภาค โดยจำกัดขีปนาวุธไม่เกินระยะ 1,000 กม. และยุติการสนับสนุนเงินทุนให้กับกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค เช่น กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน กลุ่ม Houthis ในเยเมน และกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซา  

นรม.อิสราเอลเรียกร้องให้ผู้นำประเทศทั่วโลกเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารเพื่อต่อต้านอิหร่าน

นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงเมื่อ 22 มี.ค.69 ระหว่างการเยือนเมือง Arad ทางตอนใต้ของอิสราเอล ซึ่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน โดยเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารกับอิสราเอลและสหรัฐฯ เพื่อต่อต้านอิหร่าน พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามของอิหร่านที่มีต่อโลก  นรม.เนทันยาฮูย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำประเทศต่าง ๆ จะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อขจัดภัยคุกคามจากอิหร่าน  แต่เห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องดำเนินการให้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน นรม.เนทันยาฮู ชี้แจงว่า ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลไม่ได้มุ่งเป้าโจมตีพลเรือน แต่กำหนดเป้าหมายไปที่ กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ผู้นำระดับสูง ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินทางเศรษฐกิจของระบอบอิหร่าน

อิหร่านขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสมบูรณ์ หากสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน

กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองทัพอิหร่าน แถลงเมื่อ 22 มี.ค.69 ตอบโต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ขู่จะโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้เรือที่ไม่เป็นภัยคุกคามสัญจรผ่านไปได้ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน แต่หากสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านจริง อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์  พร้อมทั้งจะขยายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเทคโนโลยีของอิสราเอล รวมถึงผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค  ขณะเดียวกัน  สมาชิกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางจากเรือบางลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในอัตราประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเที่ยวแล้ว

เกิดเหตุโจมตีทัพสหรัฐฯ-สหราชอาณาจักร ด้วยขีปนาวุธ บนเกาะ Diego Garcia ในมหาสมุทรอินเดีย

  นสพ. Wall Street Journal รายงานเมื่อ 21 มี.ค.69 โดยอ้างแหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง จำนวน 2 ลูก พุ่งเป้าโจมตีฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-สหราชอาณาจักร บนเกาะ Diego Garcia กลางมหาสมุทรอินเดีย แต่ไม่มีขีปนาวุธลูกใดเข้าเป้า เนื่องจากขีปนาวุธลูกหนึ่งเกิดขัดข้องระหว่างบิน ส่วนอีกลูกถูกเรือรบสหรัฐฯ ยิงสกัด อย่างไรก็ดี ฐานทัพบนเกาะ Diego Garcia ตั้งอยู่ห่างจากอิหร่านราว 4,000 กิโลเมตร จึงอาจเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่า อิหร่านยังมีขีปนาวุธที่มีศักยภาพยิงได้ไกลกว่าที่คาดการณ์ไว้

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่โจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชม.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่าน truth social ขู่ให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชม. (24 มี.ค.69) หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตาม สหรัฐฯ พร้อมจะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านหลายแห่ง เป้าหมายแรกคือ โรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุด พร้อมทั้งระบุว่า อิหร่านต้องการเจรจาเพื่อยุติสงคราม แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธ ขณะที่ผู้แทนอิหร่านประจำองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization-IMO) ระบุเมื่อ 22 มี.ค.69 ว่า อิหร่านพร้อมที่จะประสานงานกับ IMO เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางทะเลและคุ้มครองลูกเรือในอ่าวเปอร์เซีย ตลอดจนย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้เรือทุกลำสามารถแล่นผ่านได้ ยกเว้นเรือที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับศัตรูของอิหร่าน

อิหร่านขู่ว่าจะโจมตีเป้าหมายบุคคลรวมถึงสถานที่พักผ่อนของฝ่ายตรงข้ามทั่วโล

โฆษกกองทัพอิหร่าน ระบุเมื่อ 20 มี.ค.69 ว่า การลอบสังหารเจ้าหน้าที่และผู้บัญชาการระดับสูงของอิหร่านเป็นภาพสะท้อนของความไร้ทางออกและสิ้นหวังของศัตรู ขณะเดียวกันก็ระบุว่าอิหร่านกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรงข้ามทุกระดับ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงไปจนถึงนักบินและพลทหาร เพื่อดำเนินมาตรการตอบโต้ที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ สถานที่พักผ่อนและแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลกจะไม่ปลอดภัยสำหรับกลุ่มที่เป็นศัตรูของอิหร่าน

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ผู้นำเมียนมา พบหารือกับ ผบ.ทสส.ไทย ห้วงเยือนกรุุงเนปยีดอ

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดี และ ผบ.ทสส.เมียนมา ให้การต้อนรับ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผบ.ทสส.ไทย ที่นำคณะผู้แทนระดับสูงเยือนกรุุงเนปยีดอ เมื่อ 18 มี.ค.69 พร้อมหารือในประเด็นความร่วมมือระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การรักษาเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค ตลอดจนความมั่นคงและความสงบในพื้นที่ชายแดน การต่อต้านการค้าผิดกฎหมายผ่านพื้นที่ชายแดน แผนการจัดประชุมคณะกรรมการระดับสูงไทย–เมียนมา ความร่วมมือด้านการฝึกอบรมระหว่างกองทัพ การปราบปรามยาเสพติด การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหามลพิษและหมอกควันข้ามพรมแดน และความร่วมมือในการป้องกันการฉ้อโกงทางเทคโนโลยี

สหรัฐฯ ส่งนาวิกโยธินไปประจำการในพื้นที่ตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น

สนข.Newsmax รายงานเมื่อ 19 มี.ค.69 ว่า กลุ่มเรือลำเลียงพลและยกพลขึ้นบก บ็อกเซอร์ (Boxer Amphibious Ready Group) ของสหรัฐฯ ประกอบไปด้วย (1) USS Boxer (LHD-4) (2) USS Portland (LPD-27) และ (3) USS Comstock (LSD-45) พร้อมกับหน่วยกำลังรบผสมนอกประเทศของนาวิกโยธิน ที่ 11 (11st Marine Expeditionary Unit) จำนวนประมาณ 2,200 – 2,500 นาย กำลังเคลื่อนพลออกจากเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อไปประจำการในพื้นที่ตะวันออกกลาง

ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ กระชับความร่วมมือส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น พบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 19 มี.ค.69  ที่วอชิงตัน ดี.ซี. นรม.ญี่ปุ่น แสดงความพร้อมในการสนับสนุนความพยายามของสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของประชาคมโลก ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะประสานงานและสื่อสารอย่างใกล้ชิด เพื่อรับรองความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังการหารือ ทั้งสองฝ่ายยังเปิดตัวโครงการลงทุนของญี่ปุ่นในสหรัฐฯ ชุดที่สอง จำนวน 3 โครงการ รวมมูลค่า 73,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท) โดยหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ การก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ในรัฐเทนเนสซี และแอละแบมา นอกจากนี้ ประกาศข้อตกลงเพิ่มเติมอีก 3 ฉบับ เกี่ยวกับแร่หายาก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

มาเลเซียเฝ้าระวังผลกระทบจากความขัดแย้งใน ตอ.กลาง

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 20 มี.ค.69 ว่า มาเลเซียเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังผลกระทบด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ หลังสถานการณ์สู้รบในภูมิภาค ตอ.กลางทวีความตึงเครียด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อมาเลเซียมากขึ้น จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สตช. กองทัพ เตรียมความพร้อมรับมือระดับสูงสุด และจัดการประชุมระดับสูงบ่อยครั้งเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมา นรม.อันวาร์ ได้ติดต่อกับผู้นำหลายประเทศ เช่น อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ ตุรกี และอินเดีย เพื่อหารือถึงพัฒนาการในภูมิภาค ตอ.กลาง ซึ่งผู้นำหลายประเทศ เช่น อินเดีย แสดงความประสงค์ให้มาเลเซียทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย