จีนเพิ่มบริษัทต่างชาติ 23 แห่งในบัญชีหน่วยงานที่ไม่น่าไว้วางใจ

พณ.จีน เพิ่มบริษัทต่างชาติ 23 แห่ง อาทิ บริษัท Dedrone by Axon ผู้พัฒนาเทคโนโลยีต่อต้านโดรน บริษัท DZYNE Technologies ผู้ผลิตอากาศยานไร้คนขับที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ และบริษัท TechInsights Inc. ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์เทคโนโลยี รวมถึงบริษัทสาขาอีก 9 แห่ง ในบัญชีหน่วยงานที่ไม่น่าไว้วางใจ   มีผลตั้งแต่ 9 ต.ค.68 เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหารกับไต้หวัน เผยแพร่ข้อความมุ่งร้ายเกี่ยวข้องกับจีน และช่วยเหลือรัฐบาลต่างชาติกดขี่ผู้ประกอบการจีน  โดยห้ามบริษัทข้างต้นประกอบกิจกรรมนำเข้าและส่งออกที่เกี่ยวข้องกับจีน ห้ามการลงทุนใหม่ในจีน และห้ามองค์กรหรือบุคคลในจีนดำเนินธุรกรรม ความร่วมมือ และกิจกรรมอื่น ๆ เฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายโอนข้อมูลหรือให้ข้อมูลละเอียดอ่อนให้แก่บริษัทที่อยู่ในบัญชีดังกล่าว

สหรัฐฯ เตรียมสั่งห้ามสายการบินจีนที่ให้บริการในสหรัฐฯ บินผ่านน่านฟ้ารัสเซีย

กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ มีคำสั่งเมื่อ 9 ต.ค.68 สั่งห้ามสายการบินพาณิชย์จีนที่ให้บริการในสหรัฐฯ  บินผ่านน่านฟ้ารัสเซีย หลังได้รับการร้องเรียนจากสายการบินพาณิชย์สหรัฐฯ ว่า การอนุญาตให้สายการบินจีนที่มีเที่ยวบินไป-กลับสหรัฐฯ บินผ่านน่านฟ้ารัสเซีย ทำให้สายการบินจีนได้เปรียบเรื่องระยะเวลาบินที่สั้นลงและใช้น้ำมันเชื้อพลิงลดลง ขณะที่เที่ยวบินไปจีนของสายการบินสหรัฐฯ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพราะต้องบินอ้อมน่านฟ้ารัสเซีย ทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบทางการแข่งขัน  โดยสำนักงานการบินพลเรือนของสหรัฐฯ (USDOT) ระบุจะให้เวลาสายการบินจีน 2 วันในการโต้แย้งหรือตอบรับคำสั่งดังกล่าว ก่อนที่คำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเร็วที่สุดใน พ.ย.68

กองทัพเมียนมาใช้เครื่องบินร่อนติดเครื่องยนต์ทิ้งระเบิดในงานเทศกาลออกพรรษา

สนข. BBC และ RFA รายงานเมื่อ 8 ต.ค.68 ว่า กองทัพเมียนมาใช้เครื่องบินร่อนติดเครื่องยนต์ (paramotor) ทิ้งระเบิด จำนวน 2 ลูก ลงที่เมืองชวงอู ภาคสะไกง์ เมื่อ 6 ต.ค.68 ขณะที่มีประชาชนประมาณ 100 คน รวมตัวชุมนุมกันเพื่อฉลองงานเทศกาลออกพรรษา หรือเทศกาลทาดิงยุต (Thadingyut) ของเมียนมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 คน และบาดเจ็บ 47 คน โดยกองทัพเมียนมาเชื่อว่าการรวมตัวดังกล่าวมีจุดประสงค์แอบแฝงเพื่อประท้วงต่อต้านการเกณฑ์ทหารและการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา ซึ่งภาคสะไกง์ถือเป็นฐานที่มั่นที่สำคัญของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ด้านองค์กร Amnesty International (AI) รายงานเมื่อ 7 ต.ค.68 ว่า กองทัพเมียนมาใช้เครื่องบินร่อนโจมตีมากขึ้นอย่างน่ากังวล เนื่องจากปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานและลดการสูญเสียกำลังพล โดย AI เรียกร้องให้อาเซียนเพิ่มแรงกดดันต่อเมียนมาในการประชุมสุดยอดอาเซียนปลาย ต.ค.68 โดยเฉพาะการยับยั้งการโจมตีทางอากาศต่อพลเรือน

อาเซียนหารือการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ของยุทธศาสตร์ด้านความเชื่อมโยง

การประชุมผู้ประสานงานหน่วยงานกำกับควบคุมการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน (Lead Implement Body for Sustainable Infrastructure-LIB – SI) ครั้งที่ 16 ที่สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย เมื่อ 7 ต.ค.68  ได้ทบทวนความคืบหน้าการดำเนินการของปีสุดท้ายภายใต้ยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นส่วนของแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงกันในอาเซียน ค.ศ. 2025 (Master Plan on ASEAN Connectivity – MPAC 2025) โดยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านจาก MPAC 2025 ไปสู่แผนยุทธศาสตร์ด้านความเชื่อมโยงอาเซียน (ASEAN Connectivity Strategic Plan-ACSP) ตั้งแต่ปี 2569 พร้อมทั้งหารือถึงการจัดทำร่างแผนปฏิบัติการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนของอาเซียน ปี 2569-2573 (ASEAN Sustainable Infrastructure Action Plan 2026–2030) และกำหนดแนวทางการดำเนินงานและพิจารณาการปรับปรุงขอบเขตการดำเนินงาน (Terms of Reference) ของ LIB-SI เพื่อให้สอดคล้องกับ…

จีนเรียกร้องให้ Group of Friends of Neutrality ร่วมปฏิรูปธรรมาภิบาลโลก

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 9 ต.ค.68 ว่า นายจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน กล่าวสุนทรพจน์ผ่านระบบวิดีโอต่อที่ประชุมผู้นำรัฐสภากลุ่มประเทศ Group of Friends of Neutrality ครั้งที่ 2 ตามคำเชิญของประธานรัฐสภาเติร์กเมนิสถาน เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกทำงานร่วมกันเพื่อฟื้นฟูระบอบพหุภาคีให้แข็งแกร่ง ปฏิรูปและปรับปรุงธรรมาภิบาลโลก โดยนายจ้าวระบุว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่ม Group of Friends of Neutrality เมื่อ ส.ค.63 ก็ได้กลายเป็นกรอบความร่วมมือที่ช่วยส่งเสริมความเข้าใจ ความไว้วางใจกัน การแลกเปลี่ยนความร่วมมือ และการปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่ระบอบพหุภาคี

WTO ประเมินการค้าโลกครึ่งปีแรก 2568 โตกว่าที่คาดการณ์และมีแนวโน้มชะลอตัวในปี 2569

องค์การการค้าโลก (WTO) เผยแพร่รายงานเมื่อ 7 ต.ค.68 ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตการค้าโลกในปี 2568 เป็นร้อยละ 2.4 เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ร้อยละ 0.9 เมื่อ ส.ค.68  โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัย ได้แก่ การนำเข้าสินค้าล่วงหน้าในสหรัฐฯ ก่อนการบังคับใช้ภาษีศุลกากรที่สูงขึ้น นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อลดลง การเติบโตที่มั่นคงในตลาดเกิดใหม่ และการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของความต้องการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เช่น เซมิคอนดักเตอร์ คอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์โทรคมนาคม อย่างไรก็ตาม การเติบโตมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงในปี 2569 เหลือร้อยละ 0.5 จากเดิมที่คาดไว้ร้อยละ 1.8 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ

จีนสร้างคลังสำรองน้ำมันเชิงพาณิชย์ใหม่ 11 แห่ง

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 7 ต.ค.68 ว่า จีนกำลังสร้างคลังสำรองน้ำมันเชิงพาณิชย์ใหม่ 11 แห่งห้วงปี 2568-2569 ตั้งอยู่ในมณฑลส่านซี ยูนนาน ซานตง เจ้อเจียง ไห่หนาน เหลียวหนิง และนครเทียนจิน มีความจุรวมประมาณ 169 ล้านบาร์เรล หรือเทียบเท่าปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดย S&P Global Commodity Insights ประเมินเมื่อ ก.ย.68 ว่า จีนกักตุนน้ำมันดิบเฉลี่ย 530,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2568 ทั้งนี้ จีนมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในภาวะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น เนื่องจากจีนพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันมากเป็นอันดับ 1 ของโลก อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมให้ความเห็นว่า แม้จีนจะระบุว่าเป็นคลังสำรองเชิงพาณิชย์ แต่เนื่องจากสร้างโดยรัฐวิสาหกิจจีนจึงถือเป็นคลังสำรองน้ำมันฉุกเฉินของรัฐบาล

ประธานาธิบดีรัสเซียขอบคุณพันธมิตรอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 73 ปี

สนข.Tass รายงานเมื่อ 7 ต.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้รับสารแสดงความยินดีจากผู้นำประเทศพันธมิตร รวมถึงได้พูดคุยทางโทรศัพท์ เกี่ยวกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยประธานาธิบดีปูติน ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับผู้นำหลายประเทศ เช่น อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส และ อินเดีย เป็นต้น ขณะที่ผู้นำจีนและเกาหลีเหนือส่งสารแสดงความยินดีผ่านระบบออนไลน์ของแอปพลิเคชัน Telegrams ซึ่งประธานาธิบดีปูตินชื่นชมว่าการอวยพรของผู้นำทุกคน ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้โทรศัพท์หรือส่งสารใดแก่ประธานาธิบดีปูติน แม้ประธานาธิบดีปูตินจะโทรศัพท์แสดงความยินดีแก่ประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อ 14 มิ.ย.68 เนื่องในวันคล้ายวันเกิดและหารือประเด็นความมั่นคง

อาเซียนมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

ที่ประชุม ASEAN Fourth Industrial Revolution Task Force Group (A4IR-TFG) ครั้งที่ 3 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 6 ต.ค.68 ได้หารือแนวทางการผลักดันความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจเข้าสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (Fourth Industrial Revolution-4IR) ตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ.2045 โดยเฉพาะการปรับปรุงยุทธศาสตร์อาเซียนว่าด้วยการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (ASEAN Consolidated Strategy on the Fourth Industrial Revolution-CS4IR) ให้สอดคล้องกับแนวโน้มโลก เทคโนโลยีเกิดใหม่ และลำดับสำคัญของแต่ละประเทศ นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนความคืบหน้าของความร่วมมือ 4IR ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การยกระดับทักษะบุคลากร และการส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรม รวมถึงความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (Digital Economy Framework Agreement-DEFA) เพื่อสร้างรากฐานกฎเกณฑ์ด้านการค้าดิจิทัลและนวัตกรรมระดับภูมิภาค

ไต้หวันระบุหากจีนยึดไต้หวันสำเร็จจะเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ

สนข.The Straits Times รายงานเมื่อ 7 ต.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ The Clay Travis and Buck Sexton Show ของสหรัฐฯ ระบุว่า หากจีนผนวกไต้หวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจีนได้ ก็จะเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เพราะจีนจะแข็งแกร่งมากขึ้นและสามารถท้าทายสหรัฐฯ ในเวทีระหว่างประเทศ ลดทอนระเบียบโลกที่ยึดกฎระเบียบเป็นพื้นฐาน พร้อมทั้งตอบคำถามถึงสิ่งที่จะพูดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ หากมีโอกาสได้พบว่า จะเสนอให้ผู้นำสหรัฐฯ ให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อสิ่งที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กำลังดำเนินการอยู่  ไม่ใช่เพียงการเพิ่มระดับการฝึกซ้อมทางทหารขนาดใหญ่ในช่องแคบไต้หวัน แต่ยังขยายกองกำลังทางทหารในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ด้วย