สหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งขีปนาวุธ Tomahawk ให้ยูเครน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 7 ต.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาอนุมัติการส่งขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลความเร็วต่ำกว่าเสียง Tomahawk ให้กับยูเครน ตามการร้องขอของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แต่ยูเครนต้องชี้แจงต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า จะนำระบบอาวุธดังกล่าวไปโจมตีเป้าหมายใด เนื่องจากไม่ต้องการยกระดับความรุนแรงของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ดังกล่าว ตลอดจนการสนับสนุนข่าวกรอง เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถของยูเครนในการโจมตีเป้าหมายที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางพลังงานของรัสเซีย  สอดคล้องกับท่าทีของนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ยืนยันข้อพิจารณาในการส่งมอบระบบอาวุธดังกล่าว ผ่านการขายให้กับชาติพันธมิตรในยุโรป เพื่อส่งมอบให้ยูเครนต่อไป ขณะที่รัสเซียตอบโต้ว่าจะเป็นการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย ทั้งนี้ ขีปนาวุธดังกล่าวมีพิสัยทำการถึง 2,500 กม. ซึ่งสามารถโจมตีถึงกรุงมอสโกของรัสเซีย

ประธานประเทศลาวเตรียมเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการ

สนข.Yonhap รายงานอ้าง สนข. KCNA ของเกาหลีเหนือว่า ดร.ทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศลาว เตรียมเดินทางเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมวันครบรอบ 80 ปีการก่อตั้งพรรคแรงงานเกาหลีเหนือใน 10 ต.ค.68 ตามคำเชิญของนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ ลาวและเกาหลีเหนือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทวิภาคีเมื่อปี 2517

อินเดียกำลังสอบสวนการทุ่มตลาดของแผ่นฉนวนป้องกันโซล่าร์เซลล์จากเกาหลีใต้ เวียดนาม และไทย

พณ.อินเดียกำลังสอบสวนการทุ่มตลาดของสินค้าประเภท แผ่นฉนวนป้องกันโซล่าร์เซลล์ที่มีต้นกำเนิดหรือส่งออกจากเกาหลีใต้ เวียดนามและไทย ตามประกาศของสำนักงาน Directorate General of Trade Remedies (DGTR) ซึ่งดูแลการทุ่มตลาด หลังได้คำร้องจาก บ. RenewSys ผู้ผลิตสารห่อหุ้มและแผ่นฉนวนป้องกันโซล่าร์เซลล์  บ. Vishakha Renewables และ บ. Navitas Alpha Renewables ที่แจ้งว่าสินค้าดังกล่าวไม่มีข้อแตกต่างจากสินค้าที่ผลิตโดยอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยการสอบสวนจะครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกจากเกาหลีใต้ เวียดนาม และไทยในห้วง 1 เม.ย.67 – 31 มี.ค.68 และมีระยะเวลาสำหรับการยื่นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเป็นระยะเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันประกาศเมื่อ 29 ก.ย.68

เยอรมนีจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าเป็นกลุ่มฮะมาสและมีแผนปฏิบัติการในเยอรมนี

เจ้าหน้าที่เยอรมนีจับกุมชาย 3 คนที่กรุงเบอร์ลินเมื่อ 1 ต.ค.68  ฐานต้องสงสัยว่าเป็นกลุ่มฮะมาสและมีแผนโจมตีเป้าหมายชาวยิวและอิสราเอลในเยอรมนี  ผู้ต้องสงสัย ได้แก่ นาย Abed Al G. และ Ahmad ซึ่งเป็นชาวเยอรมัน และนาย Wael F. M. ชาวเลบานอน ได้จัดหาอาวุธปืนรวมถึงปืน AK-47 ปืนพก และกระสุน ซึ่งถูกยึดได้ระหว่างการจับกุม พร้อมกับการตรวจค้นในเมือง Leipzig และ Oberhausen ทั้งสามเผชิญข้อหาเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายต่างชาติและเตรียมก่อเหตุร้ายแรงที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ด้านนาย Alexander Dobrindt รมว.มท. ยกย่องการทำงานของตำรวจที่สามารถป้องกันภัยคุกคามสำคัญได้ พร้อมย้ำว่าเยอรมนียังคงเป็นเป้าหมายของการก่อการร้าย ขณะที่กลุ่มฮะมาสออกแถลงการณ์ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัย โดยระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวปราศจากมูลความจริงอย่างสิ้นเชิง ศาลจะมีคำสั่งใน 2 ต.ค.68 ว่าจะคุมขังผู้ต้องสงสัยทั้งสามระหว่างการพิจารณาคดีหรือไม่

กัมพูชารับมอบเรือฟริเกตจากการสนับสนุนด้านการทหารของจีน

สนข.Fresh News รายงานเมื่อ 4 ต.ค.68 อ้างโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของ พล.อ.เตีย บัญ อดีตรอง นรม.และ รมว.กห.กัมพูชา เมื่อ 3 ต.ค.68 ว่า ตนได้ตรวจเยี่ยมกระบวนการติดตั้งและรับมอบเรือฟริเกต ภายใต้โครงการสนับสนุนด้านการทหารจากจีน เมื่อ 20 ก.ย.68 โดยการติดตั้งและการทดสอบทางเทคนิคลุล่วงไปด้วยดี ทั้งนี้ เรือลำดังกล่าวเป็นลำแรกในโครงการฯ ที่กัมพูชาได้รับความช่วยเหลือจากจีน ส่วนเรือลำที่ 2 อยู่ระหว่างการติดตั้ง ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 50

พรรครัฐบาลญี่ปุ่นมีหัวหน้าพรรคเป็นสตรีคนแรก

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ (อายุ 64 ปี/2568) สมาชิกและ ส.ส. พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) ที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยม ได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่เมื่อ 4 ต.ค.68 หลังนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น และหัวหน้าพรรค LDP คนเก่า ประกาศเมื่อ ก.ย.68 ว่าจะลาออกจากตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น และต่อมาได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP ทำให้นางทาคาอิจิเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP และคาดว่าจะเป็นสตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะมีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติเลือก นรม.คนใหม่ใน 15 ต.ค.68

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้อิสราเอลหยุดยิงทันทีหลังกลุ่มฮะมาสตอบรับแผนสันติภาพ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุผ่านบัญชี Truth Social เมื่อ 4 ต.ค.68 เรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีทิ้งระเบิดในกาซาโดยทันที เพื่อนำตัวประกันออกมาอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว  สหรัฐฯกำลังหารือกับทุกฝ่ายถึงรายละเอียด  เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสรุปที่จะนำไปสู่สันติภาพในตะวันออกกลาง ไม่ใช่เฉพาะกาซา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้น หลังจากกลุ่มฮะมาสออกแถลงการณ์ในวันเดียวกัน ยอมรับข้อเสนอบางประการตามแผน 20 ประการของประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อยุติสงคราม

จีนกำหนดข้อเรียกร้อง กสญ.สหรัฐฯ /ฮ่องกง ในการดำเนินกิจการในฮ่องกง

สนข.AP รายงานเมื่อ 3 ต.ค.68 ว่า นาย Cui Jianchun ข้าหลวงใหญ่ กต.จีน ประจำฮ่องกง พบกับนาง Julie Eadeh กสญ.สหรัฐฯ ประจำฮ่องกงคนใหม่ ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อ ส.ค.68 เพื่อแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของนาง Eaden ที่เชิญผู้สนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองการเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยนาย Cui กำหนดข้อเรียกร้อง 4 ประการที่ไม่ควรกระทำ (Four Nos) ได้แก่ ไม่พบปะบุคคลที่ไม่ควรพบ ไม่สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มต่อต้านจีน ไม่ให้ความช่วยเหลือหรือทุนสนับสนุนกิจกรรมที่อาจบ่อนทำลายเสถียรภาพของฮ่องกง และไม่แทรกแซงคดีความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง   ด้าน กต.สหรัฐฯ ระบุว่า นักการทูตสหรัฐฯ เป็นผู้แทนประเทศและมีหน้าที่ส่งเสริมผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั่วโลก ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานสำหรับนักการทูตทั่วโลก รวมถึงฮ่องกง

ญี่ปุ่นเตรียมต้อนรับการเดินทางเยือนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

สนข.Japan News รายงานเมื่อ 3 ต.ค.68 อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวรัฐบาลญี่ปุ่น ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเดินทางเยือนญี่ปุ่นของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นในห้วง 27-29 ต.ค.68 โดยคาดว่าการประชุมสุดยอดระหว่าง นรม.ญี่ปุ่น คนใหม่ กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะย้ำถึงความสำคัญของความเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ รวมถึงการหารือประเด็นความมั่นคงและเศรษฐกิจ

สหรัฐฯ แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองแก่ยูเครนเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีรัสเซีย

สนข.วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อ 1 ต.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งอนุมัติการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้กับยูเครน เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อาทิ โรงกลั่นน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน และโรงผลิตไฟฟ้า ที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนของรัสเซียด้วยขีปนาวุธพิสัยไกล ซึ่งจะเป็นการทำลายแหล่งรายได้สำคัญของรัสเซียจากการขายน้ำมันเพื่อใช้สนับสนุนการสู้รบในยูเครน กับทั้งเรียกร้องให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) สนับสนุนด้านข่าวกรองแก่ยูเครนเช่นกัน ทั้งนี้ สหรัฐฯ กำลังพิจารณาขั้นตอนสุดท้ายเกี่ยวกับการส่งระบบขีปนาวุธพิสัยไกลที่ทันสมัยให้กับยูเครน อาทิ ขีปนาวุธร่อน Tomahawk ซึ่งมีพิสัยการยิงไกลถึง 2,500 กม. ครอบคลุมการโจมตีเป้าหมายในกรุงมอสโก