มาเลเซียยังคงอยู่อันดับ Tier 2 ด้านการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ

เว็บไซต์ นสพ.Free Malaysia Today รายงานเมื่อ 2 ต.ค.68 ว่า กต.สหรัฐฯ ออกรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2568 ระบุ มาเลเซียยังคงได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับ Tier 2 (เท่ากับปี 2567) ซึ่งหมายถึง รัฐบาลมาเลเซียไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างครบถ้วน และมีความพยายามปราบปรามการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น เช่น การสอบสวน ดำเนินคดี และการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหาย สำหรับจุดที่ยังต้องแก้ไข เช่น การประสานงานระหว่างหน่วยงาน การเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการดำเนินคดี และให้ช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างครอบคลุม

ผู้นำเมียนมาหารือกับหน่วยงานของจีน

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดีเมียนมาและประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (State Security and Peace Commission-SSPC) เสร็จสิ้นการเยือนคาซัคสถานตามคำเชิญของประธานาธิบดีคาซัคสถาน โดยระหว่างเดินทางกลับ  ได้พบหารือกับนายหู ต้าเผิง สมาชิกคณะกรรมาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และเลขาธิการกรรมาธิการด้านกิจการการเมืองและกฎหมาย ประจำคณะกรรมาธิการมณฑลยูนนาน และนายเติ้ง ซีจวิน ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชีย ตอ.ต.ของ กต.จีน ณ ห้องรับรองในท่าอากาศยานนานาชาติคุนหมิง มณฑลยูนนาน เมื่อ 29 ก.ย.68  ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมอง  ได้แก่  ความสัมพันธ์ระหว่างกัน  การให้ความช่วยเหลือจากจีนเมื่อประสบกับภัยธรรมชาติ รวมถึงความร่วมมือในการจัดสรรความช่วยเหลือ ความร่วมมืออย่างรอบด้านระหว่างสองประเทศในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนจีน-เมียนมา ความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน การเร่งรัดการดำเนินโครงการและข้อตกลงภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา (China-Myanmar Economic Corridor-CMEC) และการส่งเสริมการค้าระหว่างเมียนมากับมณฑลยูนนาน

ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันสหรัฐฯ ให้หลักประกันด้านความมั่นคงกับกาตาร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อ 29 ก.ย.68 เพื่อให้สหรัฐฯ ค้ำประกันความมั่นคงให้กับกาตาร์ ที่เป็นพันธมิตรหลักนอกเนโต โดยสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีด้วยอาวุธใดๆ ต่อดินแดน อธิปไตย หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของกาตาร์ เป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของสหรัฐฯ  หากเกิดกรณีการโจมตีดังกล่าว สหรัฐฯจะใช้มาตรการตามกฎหมายและเหมาะสม  ซึ่งรวมถึงมาตรการทางการทูต เศรษฐกิจ และการทหาร  เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และกาตาร์  ทั้งนี้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นรม.อิสราเอล ขอโทษ นรม.กาตาร์ทางโทรศัพท์ขณะเยือนสหรัฐฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมากรณีอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีกรุงโดฮา เมื่อ ก.ย.68

อินโดนีเซียเริ่มสอบสวนการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมายจากสหรัฐฯ

สนพ.Straits Times รายงานเมื่อ 30 ก.ย.68 ว่า กระทรวงสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย ศก.และสนง.พัฒนาเมืองบาตัม ได้เริ่มสอบสวนการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์  อย่างผิดกฎหมายจากสหรัฐฯ หลังตรวจพบตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยจำนวน 19 ตู้ บรรจุชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่เสียหายแล้ว ที่ท่าเรือ Batu Ampar เมืองบาตัม จังหวัดหมู่เกาะรีเยา ซึ่งอาจเข้าข่ายวัสดุอันตรายและเป็นพิษที่ต้องได้รับการควบคุมและกำจัดเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้ องค์กรเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมในสหรัฐฯ Basel Action Network (BAN)  แจ้งเตือนทางการอินโดนีเซียถึงการลักลอบขนส่งขยะผิดกฎหมาย ซึ่งนาย Hanif Faisol Nurofiq รมว.สิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การนำเข้าดังกล่าวไม่ผ่านการแจ้งล่วงหน้าระหว่างประเทศผู้ส่งออกและประเทศผู้นำเข้า ซึ่งละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 3-10 พันล้านรูเปียห์ (180,000 – 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยบริษัทรีไซเคิลและนำเข้าส่งออก PT Esun International Utama Indonesia ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง

ญี่ปุ่นตรวจพบเรือสำรวจของจีนประกอบกิจกรรมอันน่าสงสัยในเขต EEZ

แถลงการณ์ บก.รักษาชายฝั่งภาค 10 หน่วยยามฝั่งญี่ปุ่น (Japan Coast Guard-JCG) เมื่อ 30 ก.ย.68 ระบุว่า เรือตรวจการณ์ของ JCG ตรวจพบเรือสำรวจของจีนปล่อยวัตถุซึ่งมีลักษณะคล้ายท่อลงในทะเล ห่างจากเกาะอามามิโอชิมะ จ.คาโกชิมะ ไปทาง ตต. เป็นระยะทาง 385 กม. เมื่อ 300700 ก.ย.68 จึงแจ้งให้เรือลำดังกล่าวยุติการสำรวจ ก่อนที่เรือลำดังกล่าวจะเดินเรือออกจากเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone-EEZ) ของญี่ปุ่น เมื่อ 301325 ก.ย.68 ก่อนหน้านี้ JCG ตรวจพบเรือสำรวจของจีนปล่อยวัตถุซึ่งมีลักษณะคล้ายเส้นลวดหรือสายลงในทะเลที่บริเวณเดียวกันเมื่อ 28 ก.ย.68

แคนาดาขึ้นบัญชีกลุ่ม Bishnoi ของอินเดียว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

นายแกรี อานันดาซังกาเร รมว.ความมั่นคงสาธารณะแคนาดาแถลงเมื่อ 30 ก.ย.68 ว่าแคนาดาขึ้นบัญชีกลุ่ม Bishnoi ของอินเดียและ เครือข่ายที่เกี่ยวข้องเป็นกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งจะทำให้รัฐบาลแคนาดาอายัดเงิน ยานพาหนะและทรัพย์สินของสมาชิกกลุ่มที่อาศัยอยู่ในแคนาดาได้ โดยรัฐบาลแคนาดาระบุว่าสมาชิกกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุฆาตกรรม ขู่กรรโชก ค้าอาวุธและยาเสพติดทั้งในอินเดียและต่างประเทศ ซึ่งสร้างบรรยากาศของความหวาดกลัวและการข่มขู่แก่ชาวแคนาดา นอกจากนี้ สมาชิกกลุ่มยังมีความเคลื่อนไหวในชุมชนที่มีชาวต่างชาติจำนวนมากในแคนาดา

ปากีสถานอาจใช้กำลังตอบโต้ อัฟกานิสถาน หากการก่อร้ายพรมแดนไม่สงบ

เว็บไซต์ สนข.The Khaama Press ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 28 ก.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Talal Chaudhry รมว.มท.ปากีสถาน เตือนรัฐบาลตอลิบันของอัฟกานิสถาน ว่า ปากีสถานอาจเลือกใช้กำลังทหารในการตอบโต้กลุ่มก่อการร้าย หากการเจรจาด้านความมั่นคงระหว่างปากีสถานกับอัฟกานิสถานยังไม่สามารถยับยั้งกิจกรรมก่อการร้ายข้ามพรมแดนได้ โดยนาย Chaudhry อ้างว่า ผู้ก่อการร้ายร้อยละ 80 ที่ก่อเหตุในปากีสถานมีต้นทางจากอัฟกานิสถาน พร้อมกล่าวหารัฐบาลตอลิบัน ว่า ให้ที่พักพิงแก่กลุ่ม Tehreek e Taliban Pakistan (TTP) ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของปากีสถาน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอัฟกานิสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมวิจารณ์นโยบายของปากีสถาน เฉพาะอย่างยิ่งการเนรเทศผู้อพยพและการปิดชายแดน ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศได้กระตุ้นให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้ปากีสถานและอัฟกานิสถานเปิดการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงและรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค

MRC หารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการจัดการแม่น้ำโขงกับประเทศคู่เจรจา

การประชุมระหว่างคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission – MRC)  กับประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 29 (Dialogue Partners Meeting) ที่สำนักเลขาธิการ MRC นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว มื่อ 29 ก.ย.68 ได้หารือถึงแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการและการพัฒนาแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูล และสำรวจโอกาสในการทำงานร่วมกันในด้านน้ำและทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดย สมาชิก MRC 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว ไทย เวียดนาม และประเทศคู่เจรจา 2 ประเทศ คือ จีน และเมียนมา เข้าร่วมการประชุม นอกจากนี้ MRC จะจัดการประชุมคณะกรรมการร่วม (MRC Joint Committee) ครั้งที่ 60 ใน 30 ก.ย.68 เพื่อหารือความคืบหน้าของความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่างประเทศสมาชิก รวมทั้งกระบวนการแจ้งการปรึกษาหารือล่วงหน้าและข้อตกลงของโครงการเขื่อนสานะคามและพูงอยในลาว…

เมียนมาขยายความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์กับรัสเซีย

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา และประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (State Security and Peace Commission-SSPC) เดินทางเยือนกรุงมอสโก รัสเซีย เพื่อเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 25 – 28 ก.ย.68 โดยผู้นำเมียนมาย้ำบทบาทของพลังงานนิวเคลียร์ในฐานะพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งสามารถตอบสนองต่อปัญหาการขาดแคลนพลังงานและเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจเมียนมา พร้อมกล่าวถึงการประยุกต์ใช้นิวเคลียร์ในภาคเกษตรและการแพทย์ ระหว่างการเยือนรัสเซียครั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมียนมา และกระทรวงการไฟฟ้าเมียนมา ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท ROSATOM รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย ครอบคลุมการฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพ และได้พบหารือกับผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ROSATOM เกี่ยวกับแผนการสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor-SMR) ในเมียนมา

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะร่วมประชุมฉุกเฉินกับ กห.สหรัฐฯ ที่รัฐเวอร์จิเนีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้าร่วมการประชุม จนท.ระดับสูง กห.สหรัฐฯ วาระฉุกเฉิน ที่ฐานทัพนาวิกโยธินควอนติโก เมืองควอนติโก รัฐเวอร์จิเนีย ใน 30 ก.ย.68 หลังนายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ มีคำสั่งเรียกตัว จนท.ระดับสูง กห.สหรัฐฯ จากทั่วโลก เพื่อเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว การประชุมคาดว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางและแนวดำเนินนโยบายด้านความมั่นคงของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งจะมุ่งเน้นการเตรียมพร้อมรับมือกับจีนและใช้กำลังทหารรักษาความมั่นคงในประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ดี การเรียกประชุมดังกล่าวก่อให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ จนท.ที่มารวมตัวกัน ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อระดมพลกลับสหรัฐฯ ตลอดจนความเป็นไปได้ที่อาจเกิดการสั่งปลด จนท.ระดับสูง กห.สหรัฐฯ ครั้งใหญ่ ซึ่ง รมว.กห.สหรัฐฯ เคยให้คำมั่นว่าจะลดจำนวนนายทหารชั้นนายพลลงกว่าร้อยละ 20