ผู้นำเกาหลีเหนือยกเลิกแนวคิดรวมชาติกับเกาหลีใต้

สำนักข่าว Yonhap รายงานเมื่อ 31 ธ.ค.66 ว่า ในวันสุดท้ายของการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคนงานเกาหลีชุดที่ 8 ครั้งที่ 9 เมื่อ 30 ธ.ค.66 (ประชุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 5) นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กำหนดแผนดำเนินนโยบายทางทหารในปี 2567 โดยผู้นำเกาหลีเหนือให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารที่เข้มแข็ง ระดมสารพัดกำลังและยุทโธปกรณ์ทางทหารที่สำคัญ เช่น การประจำการดาวเทียมลาดตระเวน (Reconnaissance Satellite) เพิ่มอีก 3 ดวง และอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และส่งเสริมพลังอำนาจด้านนิวเคลียร์และขีดความสามารถของกองทัพเรือและไซเบอร์ เพื่อป้องปรามกรณีเกิดวิกฤติการณ์นิวเคลียร์ในพื้นที่ นอกจากนี้ เกาหลีเหนือจะเปลี่ยนการดำเนินความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ และยกเลิกแนวคิดการรวมชาติและการประนีประนอม เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอยู่ในสถานะศัตรู (Hostile) ที่กำลังสู้รบ ซึ่งที่ประชุมพิจารณาว่า การรวมชาติระหว่างสองเกาหลีเป็นไปไม่ได้ ส่วนการดำเนินนโยบายต่อสหรัฐฯ ในปี 2567 คือ การป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์อย่างเต็มกำลังต่อกิจกรรมทางทหารของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้

กบฏฮูษีในเยเมนส่งเรือเล็กพร้อมกำลังติดอาวุธโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในทะเลแดง

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 31 ธ.ค.66 อ้างกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command-CENTCOM) แถลงในวันเดียวกันนี้ว่า กลุ่มกบฏชาวชีอะฮ์เผ่าฮูษีในเยเมนส่งเรือเล็ก 4 ลำ พร้อมกำลังติดอาวุธขนาดเล็ก ยิงอาวุธโจมตีและพยายามบุกขึ้นเรือบรรทุกสินค้า Maersk Hangzhou ติดธงสิงคโปร์ มีบริษัทเดินเรือในเดนมาร์กเป็นเจ้าของ เมื่อเวลา 06.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะเดินเรือในทะเลแดงมุ่งหน้าไปท่าเรือในคลองสุเอซในอียิปต์ หน่วยรักษาความปลอดภัยประจำเรือสินค้ายิงปืนต่อสู้และขอความช่วยเหลือจากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS EISENHOWER และเรือพิฆาต USS Gravely (DDG 107) ติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีของสหรัฐฯ ที่ประจำการในทะเลแดง โดยเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธจากเรือ USS EISENHOWER เข้าช่วยเหลือ และถูกกำลังติดอาวุธกบฏฮูษียิงอาวุธจากเรือเล็กโจมตี จึงยิงอาวุธตอบโต้กลับ ส่งผลให้เรือเล็กของกบฏฮูษี 3 ลำ จมลงทะเล กำลังติดอาวุธบนเรือเสียชีวิตทั้งหมด เรือเล็กและกำลังติดอาวุธที่เหลืออีก 1 ลำ หลบหนีไปได้ ทั้งนี้ กบฏฮูษีโจมตีเรือ Maersk Hangzhou เป็นครั้งที่ 2…

รมว.กต.อาเซียน ออกแถลงการณ์ย้ำการรักษาเสถียรภาพในทะเลจีนใต้

รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ออกแถลงการณ์เมื่อ 30 ธ.ค.66 ว่า อาเซียนยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาและส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ โดยย้ำการระงับข้อพิพาทตามแนวทางสันติและการทูต หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงและการเผชิญหน้า รวมทั้งปฎิบัติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea-UNCLOS) นอกจากนี้ ได้ย้ำเสรีภาพในการเดินเรือและบินผ่าน การเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ การยับยั้งชั่งใจ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ในทะเลจีนใต้บานปลายจนกระทบต่อสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค รวมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Declaration of the Conduct of the Parties in South China Sea – DOC) และเร่งสรุปการเจรจาเกี่ยวกับประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct – CoC) พร้อมกันนี้ ได้ย้ำการเร่งหารือกับสหรัฐฯ และจีน เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและความร่วมมือทางทะเลในภูมิภาค

สถาบันคลังสมองของสหรัฐฯ เตือนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการสร้างเกาะเทียมทะเลจีนใต้

สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่น รายงานเมื่อ 24 ธ.ค.66 อ้างรายงาน “Deep Blue Scars Environmental Threats to the South China Sea” ของศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษานานาชาติ (Center for Strategic and International Studies-CSIS) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมอง (think tank) ของสหรัฐฯ ว่า CSIS เตือนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการสร้างเกาะเทียมในห้วง 10 ปีของจีน (19 แห่ง) เวียดนาม (20 แห่ง) มาเลเซีย (5 แห่ง) ฟิลิปปินส์ (1 แห่ง)  และไต้หวัน (1 แห่ง) ในทะเลจีนใต้ นอกจากนี้ ยังระบุถึงผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร พร้อมเรียกร้องให้ยุติข้อพิพาทและแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

สมาชิกสหภาพยุโรป 6 ประเทศ ยังไม่รับรองหลักประกันความมั่นคงแก่ยูเครน

สำนักข่าว RT รายงานอ้างการสัมภาษณ์ของนาย Andrey Sibiga รองหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดียูเครนกับสื่อยูเครนเมื่อ 25 ธ.ค.66 ระบุว่า ออสเตรีย โครเอเชีย โปแลนด์ ฮังการี สโลวาเกีย และมอลตา ยังไม่รับรองหลักประกันความมั่นคง (security guarantees) แก่ยูเครน ตามที่กลุ่ม G7 มีข้อมติให้การรับรองหลักประกันความมั่นคงแก่ยูเครนเมื่อ ก.ค.66 ในการให้ความช่วยเหลือทางทหารระยะยาวแก่ยูเครน อาทิ การสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ การแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง และมาตรการอื่น ๆ ที่มุ่งเน้นสนับสนุนชาติตะวันตก ทั้งนี้ โปแลนด์และยูเครนมีประเด็นขัดแย้งเกี่ยวกับการข้ามแดนและการส่งออก/นำเข้าธัญพืช ส่วนออสเตรียเห็นว่ายุโรปมีสถานะเป็นกลางจึงยังไม่ควรสนับสนุนหลักประกันดังกล่าว และฮังการีไม่เห็นด้วยกับการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง ขณะที่สโลวาเกียประกาศยุติการให้ความช่วยทางทหารเหลือเพียงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเมื่อ ต.ค.66

ทร.อิหร่าน รับมอบยุทโธปกรณ์ทางทหารใหม่ที่ผลิตในประเทศ

สำนักข่าว Reuters และ Press TV รายงานเมื่อ 24 ธ.ค.66 ว่า ในวันเดียวกันนี้ กองทัพเรืออิหร่านรับมอบยุทโธปกรณ์ทางทหารใหม่ที่ผลิตในประเทศ ที่เมืองท่า Konarak ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน ประกอบด้วยขีปนาวุธร่อนทางยุทธศาสตร์ Talayieh พิสัยทำการกว่า 1,000 กิโลเมตร สามารถเปลี่ยนเป้าหมายโจมตีใหม่ได้ระหว่างบิน ขีปนาวุธร่อนนำวิถี Nasir พิสัยทำการกว่า 100 กิโลเมตร สามารถยิงจากฐานยิงที่ติดตั้งบนเรือทุกประเภท เฮลิคอปเตอร์ติดตั้งระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดตั้งระบบระบุตัวตน สามารถปฏิบัติภารกิจต่อสู้ทางเรือและภารกิจพลเรือนได้ ระบบขีปนาวุธแบบพื้นสู่พื้นพร้อมเครื่องยิง อากาศยานไร้คนขับ (Drone) แบบ suicide รุ่น Sanjar เพื่อประจำการบนเรือพิฆาต Jamaran ระบบ Drone อเนกประสงค์สำหรับปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์และการเฝ้าระวัง ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวใต้น้ำ และเรือลากจูง ชั้น Sirvan การรับมอบยุทโธปกรณ์ดังกล่าว มีขึ้นในห้วงที่ความตึงเครียดทางทะเลในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นสูง หลังจากกลุ่มกบฎชาวชีอะฮ์เผ่าฮูษีในเยเมนก่อเหตุโจมตีและก่อกวนเรือที่แล่นผ่านน่านน้ำในทะเลแดง ขณะที่สหรัฐฯ อ้างว่าอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางแผนโจมตีเรือของกลุ่มกบฎฮูษี และเป็นผู้ส่ง Drone ไปโจมตีเรือบรรทุกสารเคมี Chem Pluto…

มาตรการวีซ่าฟรีส่งผลให้ชาวอินเดียท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น

เว็บไซต์ Mint รายงานเมื่อ 15 ธ.ค.66 อ้างบริษัท MakeMyTrip ซึ่งให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ของอินเดีย ว่า อัตราการจองที่พักและตั๋วโดยสารเครื่องบินในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ของชาวอินเดียเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 หลังจากที่ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และศรีลังกา ออกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว ให้แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางสัญชาติอินเดียเป็นการชั่วคราว (วีซ่าฟรี) นาย Rajesh Magow ประธานกรรมการบริหารบริษัท MakeMyTrip ระบุว่า ไทยเป็นประเทศจุดหมายปลายทางที่ชาวอินเดียนิยมมาท่องเที่ยวอย่างมาก ซึ่งมาตรการยกเว้นวีซ่าชั่วคราวทำให้ยอดจองตั๋วโดยสารเครื่องบินมาไทยเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2567 ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวอินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งอิหร่านและอินโดนีเซีย อยู่ระหว่างการพิจารณายกเว้นวีซ่าชั่วคราวแก่นักท่องเที่ยวอินเดียด้วยเช่นกัน

ออท.รัสเซีย/ไทยกังวลกรณีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเสียชีวิตในไทยมากกว่า 120 คน ในปี 2566

สำนักข่าว RIA Novosti ของรัฐบาลรัสเซีย รายงานเมื่อ 13 ธ.ค.66 ว่า นายเยฟเกนี โตมีฮิน เอกอัครราชทูตรัสเซีย/ไทย กังวลยอดผู้เสียชีวิตของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียในไทยมีจำนวนมากกว่า 120 คน ในปี 2566 ซึ่งสูงกว่าช่วงสถานการณ์ COVID-19 โดยส่วนใหญ่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากทางท้องถนน ทางทะเล และจากการใช้ชีวิตประจำวัน ตามลำดับ สาเหตุจากการละเมิดกฎจราจร ไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับรถจักรยานยนต์ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ความประมาทในการใช้ชีวิต อาทิ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลงว่ายน้ำในทะเล นอกจากนี้ นายเยฟเกนีขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียให้ปฏิบัติตามกฎหมายของไทยอย่างเคร่งครัด และระมัดระวังภัยจากคลื่นลมทะเลเพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยว

รัสเซียจะจัดตั้งเขตทหารแห่งใหม่เพื่อตอบโต้กรณีฟินแลนด์เข้าร่วมเนโต

สำนักข่าว RT รายงานเมื่อ 17 ธ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ว่ารัสเซียเตรียมจะจัดตั้งเขตทหารเลนินกราดแห่งใหม่ในภูมิภาคเลนินกราด นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งอยู่ใกล้พรมแดนฟินแลนด์ เพื่อตอบโต้กรณีฟินแลนด์เข้าเป็นสมาชิกเนโตอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ เม.ย.66 อีกทั้งฟินแลนด์ยังมีแผนจะลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกลาโหม (Defense Cooperation Agreement-DCA) กับสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ สามารถส่งทหารเข้ามาประจำการและจัดเก็บอาวุธในพื้นที่ที่ฟินแลนด์อนุญาต 15 แห่ง อย่างไม่มีข้อจำกัด ทั้งนี้ รัสเซียกับฟินแลนด์ไม่มีข้อพิพาทที่รุนแรงระหว่างกันมานานหลายสิบปี มีเพียงปัญหาเล็กน้อยในด้านธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแปรรูไม้ จนกระทั่งการขยายอิทธิพลของเนโตมายังโปแลนด์ที่ผลักดันให้รัสเซียต้องมีปัญหาและจัดตั้งเขตทหารแห่งใหม่ดังกล่าว

ฮ่องกงระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกจากโปแลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ ที่มีการระบาดของโรคไข้หวัดนก

เว็บไซต์ทางการฮ่องกง เปิดเผยเมื่อ 11 ธ.ค.66 ว่า ศูนย์ความปลอดภัยทางอาหาร (Centre for Food Safety-CFS) สั่งระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกรวมถึงไข่จากเขต Goleniowski ของโปแลนด์ เขตเดวอนตะวันออกของสหราชอาณาจักร และรัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐวิสคอนซิน รัฐอาร์คันซอ รัฐโอไฮโอ และรัฐโคโรลาโดของสหรัฐฯ โดยมีผลทันทีเพื่อปกป้องสาธารณสุขในฮ่องกง การระงับดังกล่าวเป็นไปตามการแจ้งเตือนขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (World Organization for Animal Health-WOAH) เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในประเทศดังกล่าว โดย CFS ได้ติดต่อกับหน่วยงานของทั้งสามประเทศเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว และจะติดตามข้อมูลการระบาดของโรคไข้หวัดนกอย่างใกล้ชิด กับทั้งจะดำเนินการตามความเหมาะสมเพื่อตอบสนองต่อพัฒนาการของสถานการณ์ ทั้งนี้ ระหว่าง ม.ค.-ก.ย.66 ฮ่องกงนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง 2,140 ตันจากโปแลนด์ เนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งและแช่เย็น 540 ตันและไข่ 400,000 ฟองจากสหราชอาณาจักร และเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็งและแช่เย็น 21,470 ตันและไข่ 57.11 ล้านฟองจากสหรัฐฯ