นายไล่ชิงเต๋อจากพรรครัฐบาลชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อ 13 ม.ค.67

สำนักข่าว CNA ของไต้หวัน รายงานผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อ 13 ม.ค.67 ว่า นายไล่ชิงเต๋อ ตัวแทนจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party-DPP) ได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันคนใหม่ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางเปิดเผยผลการนับคะแนนไปแล้วร้อยละ 99.97 จากทั้งหมด 17,795 คูหาเลือกตั้ง ว่านายไล่ชิงเต๋อได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 5,584,920 เสียง คิดเป็นร้อยละ 40.05 จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 19.54 ล้านคน ส่วนนายโหวโหย่วอี๋ จากพรรคก๊กมินตั๋ง (Kuomintang-KMT) ได้คะแนนเสียงสนับสนุน 4,669,130 เสียง คิดเป็นร้อยละ 33.49 และนายเคอเหวินเจ๋อ จากพรรคประชาชนไต้หวัน (Taiwan People’s Party-TPP) ได้ 3,689,251 เสียง คิดเป็นร้อยละ 26.46 ชัยชนะของนายไล่ชิงเต๋อครั้งนี้ส่งผลให้พรรค DPP เป็นพรรคการเมืองแรกของไต้หวันที่ได้เป็นรัฐบาลถึง 3 สมัยติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2539 โดยนายไล่ชิงเต๋อแถลงขอบคุณชาวไต้หวันที่ให้การสนับสนุนพรรค DPP และว่าผลการเลือกตั้งแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่าไต้หวันเลือกฝั่งประชาธิปไตย

สหรัฐฯ โจมตีระบบเรดาร์ของกลุ่ม Houthi ในเยเมนอีกครั้ง

สำนักข่าวเอพี รายงานเมื่อ 13 ม.ค.67 ว่า ในวันเดียวกันนี้ เรือพิฆาต USS Carney ของสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธเพื่อทำลายระบบเรดาร์ของกลุ่ม Houthi ในเยเมนอีกครั้ง หลังจากที่สหรัฐฯ และพันธมิตรปฏิบัติการโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่ม Houthi เมื่อ 11 ม.ค.67 โดยสหรัฐฯ ได้ประกาศเมื่อ 12 ม.ค.67 เตือนให้เรือที่ติดธงสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงและอ่าวเอเดนเป็นเวลา 72 ชั่วโมง ก่อนปฏิบัติการโจมตีครั้งล่าสุด

กลุ่มต่อต้านจัดตั้งองค์กรปกครองใหม่ที่ไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลเมียนมาในรัฐชิน

เว็บไซต์ Stimson Center ซึ่งเป็นองค์กรวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ รายงานเมื่อ 12 ม.ค.67 ว่า กองกำลังกลุ่มต่อต้านในรัฐชินของเมียนมา (ติดกับชายแดนอินเดีย) นำโดยกลุ่ม Chin National Front (CNF) และ Chinland Defence Forces (CDF) ประกาศจัดตั้งสภาแห่งดินแดนชิน (Chinland Council) เป็นองค์กรปกครองใหม่ที่ไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลเมียนมา พร้อมแบ่งพื้นที่ปกครองในรัฐชินออกเป็น 9 เมือง ใน 8 ภูมิภาค โดยมีสมาชิกสภาจำนวน 235 คน มาจากชาวเมียนมาเชื้อสายชิน และจัดประชุมสภาแห่งดินแดนชินเป็นครั้งแรก ระหว่าง 4-7 ธ.ค.66 เพื่อให้สัตยาบันในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และหารือแนวทางดำเนินการของสภา รวมถึงการจัดตั้งกลไกนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ทั้งนี้ สภาแห่งดินแดนชินเป็นกลไกบริหารพื้นที่ปกครองที่จัดตั้งขึ้นใหม่แห่งที่ 2 ของกลุ่มต่อต้าน หลังจากการจัดตั้งสภาบริหารชั่วคราวในรัฐคะยา เมื่อ มิ.ย.66 โดยทั้ง 2 สภาจะทำงานร่วมกับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ…

ซาอุดีอาระเบียปฏิเสธข่าวลือที่ว่ามี กกล.ต่างชาติประจำการที่ฐานทัพอากาศ ทางภาค ตต. ใกล้ทะเลแดง

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Arab news รายงานเมื่อ 12 ม.ค.67 อ้างพลจัตวา Turki Al-Maliki โฆษกกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย แถลงเมื่อห้วงเช้าวันเดียวกันนี้ ปฏิเสธข่าวลือที่ว่า มีกำลังทหารต่างชาติประจำการที่ฐานทัพอากาศ King Fahd ของซาอุดีอาระเบีย ในเมือง Taif จังหวัด Makkah ทางภาคตะวันตก ใกล้ทะเลแดง ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ในวันเดียวกันว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังติดตามปฏิบัติการทางทหารในทะเลแดงและการโจมตีทางอากาศในเยเมนของสหรัฐฯ และพันธมิตรด้วยความกังวลอย่างยิ่ง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่ทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย และย้ำความสำคัญของการรักษาความมั่นคงและเสรีภาพในการเดินเรือในทะเลแดง ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และพันธมิตร ปฏิบัติการทางอากาศ เมื่อห้วงค่ำของ 11 ม.ค.67 โจมตีเป้าหมายทางทหาร คลังอาวุธ และฐานยิงขีปนาวุธ ของกบฏ Houthi ในพื้นที่ทางตะวันตกของเยเมน ได้แก่ กรุงซานา เมืองท่า Hodeidah เมือง Saada เมือง Dhamar เมือง Taiz เมือง Zabid และฐานทัพอากาศ al-Dailami เพื่อป้องปรามภัยคุกคามจากการโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดงของกบฏ…

รัฐบาลโซมาเลียเร่งค้นหาและช่วยเหลือตัวประกัน จากเหตุกลุ่ม Al–Shabaab ยึดเฮลิคอปเตอร์ UN

สำนักข่าว Reuters และ Al Jazeera รายงานเมื่อ 11 ม.ค.67 อ้างนาย Daud Aweis รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศโซมาเลีย แถลงในวันเดียวกันว่า รัฐบาลโซมาเลียอยู่ระหว่างการประสานการปฏิบัติในพื้นที่และรวบรวมข่าวสาร เพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้โดยสาร จากเหตุกลุ่ม Al–Shabaab ยึดเฮลิคอปเตอร์ของสหประชาชาติ ที่ลงจอดฉุกเฉินจากเหตุเครื่องยนต์ขัดข้อง ที่เมือง Hindhere ในภูมิภาค Galgaduud ทางตอนกลางของโซมาเลีย เมื่อ 10 ม.ค.67 และจับผู้โดยสาร 6 คน จากทั้งหมด 9 คน (ชาวโซมาเลีย 2 คน และต่างชาติ 7 คน ซึ่งยังไม่มีรายงานยืนยันสัญชาติ) เป็นตัวประกัน รายงานยังอ้างแหล่งข่าวทางทหารว่า กองทัพโซมาเลียยังไม่ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนไหว ขณะที่พื้นที่ที่เกิดเหตุเข้าถึงยาก เนื่องจากอยู่ในการควบคุมของกลุ่ม Al–Shabaab มานานกว่า 10 ปี

สหรัฐฯ ร่วมกับสหราชอาณาจักร และพันธมิตรโจมตีกลุ่ม Houthi ในเยเมน

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 11 ม.ค.67 ว่า สหรัฐฯ ร่วมมือกับสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย บาห์เรน แคนาดา และเนเธอร์แลนด์ จนประสบความสำเร็จในการโจมตีเป้าหมายของกลุ่ม Houthi ในเยเมน โดยย้ำว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการป้องปรามภัยคุกคามจากการโจมตีเรือพาณิชย์ของกลุ่ม Houthi ที่รุนแรงขึ้น เพิ่มเติมจากการดำเนินนโยบายทางการทูตของสหรัฐฯ อาทิ การจัดตั้งกองกำลัง Operation Prosperity Guardian การเผยแพร่แถลงการณ์ประณาม และเรียกร้องกลุ่ม Houthi ให้ยุติการกระทำที่เป็นภัยคุกคาม เพื่อปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือ เส้นทางการค้าระหว่างประเทศ และความปลอดภัยของผู้ส่งสินค้าทางทะเล ตลอดจนนายทหารสหรัฐฯ และพันธมิตร

เป้าหมายทางการทูตของจีนในปี 2567

สำนักข่าวซินหัว รายงานเมื่อ 9 ม.ค.67 ว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน แถลงเป้าหมายทางการทูตของจีนในปี 2567 โดยจีนจะดำเนินนโยบายการต่างประเทศด้วยความมั่นใจ พึ่งพาตนเอง ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ และแสดงบทบาทนำเชิงยุทธศาสตร์ทางการทูตระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ ปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติ  สร้างสภาพแวดล้อมภายนอกและบรรลุเป้าหมายรูปแบบการพัฒนาแบบใหม่ที่มีคุณภาพสูง รวมทั้งเสริมสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก เฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินตามฉันทามติระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐฯ เสริมสร้างความไว้วางใจและผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนกับรัสเซีย ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระดับสูงและการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์กับสหภาพยุโรป เพิ่มพูนความเป็นมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำงานร่วมกับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ และกลุ่ม BRICS นอกจากนี้ จีนจะผลักดันแนวคิดต่าง ๆ ที่จีนริเริ่ม ทั้งข้อริเริ่มการพัฒนาโลก (Global Development Initiative-GDI) ข้อริเริ่มด้านความมั่นคงโลก (Global Security Initiative-GSI) และข้อริเริ่มอารยธรรมโลก (Global Civilization Initiative-GCI) พร้อมกับยกระดับคุณภาพและขยายขอบเขตของสาขาความร่วมมือภายใต้ข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative – BRI) กับประเทศต่าง ๆ

อินโดนีเซียยังให้ความสำคัญประเด็นเมียนมาแม้หมดวาระประธานอาเซียน

นางเร็ตโน มัรซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวในการแถลงข่าวประจำปีของกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียที่บันดุง เมื่อ 8 ม.ค.67 ว่า ถึงแม้จะหมดวาระประธานอาเซียนเมื่อปี 2566  แต่อินโดนีเซียยังคงให้ความสำคัญกับการคลี่คลายวิกฤติเมียนมา ผ่านการผลักดันให้มีการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ  และการขยายช่องทางติดต่อทางการทูตกับผู้เกี่ยวข้อง ต่อจากในห้วงที่รับตำแหน่งประธานอาเซียน ซึ่งอินโดนีเซียได้พบปะกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในประเด็นเมียนมามากถึง 265 ครั้ง นอกจากนี้ นางเร็ตโน มัรซูดี ยังเห็นว่าความขัดแย้งในเมียนมามีความเกี่ยวพันกับการหลั่งไหลของผู้อพยพชาวโรฮีนจา ขณะที่เสถียรภาพและความเป็นประชาธิปไตยของเมียนมา เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สถานการณ์ผู้อพยพคลี่คลาย

สิงคโปร์ยังได้รับผลกระทบอย่างจำกัดจากความขัดแย้งในทะเลแดง

เว็บไซต์ The Business Times รายงานเมื่อ 9 ม.ค.67 กรณีที่นายอึง เอ็น เฮ็น รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ ตอบข้อซักถามในที่ประชุมรัฐสภาสิงคโปร์เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในทะเลแดง ในวันเดียวกันนี้ว่า ปัจจุบันสิงคโปร์ได้รับผลกระทบอย่างจำกัดจากกรณีดังกล่าว เนื่องจากสิ่งของจำเป็นส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะอาหารและยาไม่ได้ขนส่งผ่านเส้นทางการเดินเรือดังกล่าว ขณะที่ผู้ผลิตสินค้าในสิงคโปร์ยังมีสินค้าคงคลังสำรองเพียงพอเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน แม้ว่าส่วนใหญ่จะกังวลเกี่ยวกับต้นทุนทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ นายอึง ยังระบุด้วยว่า สิงคโปร์จะเข้าร่วมกองกำลัง Operation Prosperity Guardian ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรอบความร่วมมือกองเรือเฉพาะกิจผสมที่ 153 ภายใต้กองกำลังผสมทางทะเล (Combined Maritime Forces-CMF)  ที่มีสมาชิกรวม 39 ประเทศ เป้าหมายเพื่อรักษาเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงให้เสรีและเปิดกว้าง

รมช.กต.จีน เยือนเมียนมาเพื่อหารือด้านความมั่นคงและเร่งรัดโครงการตามกรอบ BRI

หนังสือพิมพ์ The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 7 ม.ค.67 ว่า นายซุน เว่ยตง รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศจีน พร้อมคณะประกอบด้วย นายเติ้ง สีจุน ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชียและนายเฉิน ไห่ เอกอัครราชทูตจีน/ย่างกุ้ง เยือนกรุงเนปยีดอ เมียนมา เมื่อ 5 ม.ค.67 และได้พบหารือกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ และนายอูลวินอู รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศเมียนมา เพื่อกระชับสัมพันธ์และหารือเกี่ยวกับการดำเนินความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยในประเด็นด้านความมั่นคงมี อาทิ การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดน การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนด้านเศรษฐกิจ อาทิ การเร่งรัดดำเนินโครงการภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา  ภายใต้ยุทธศาสตร์ความริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative – BRI) การกระชับความร่วมมือในกรอบอาเซียนและกลไกระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง-ล้านช้าง