เวียดนามเป็นคู่ค้าลำดับที่ 3 ของเกาหลีใต้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เมื่อปี 2566

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 5 ก.พ.67 ว่า เวียดนามกลายเป็นคู่ค้าสำคัญของเกาหลีใต้ โดยครองลำดับคู่ค้าที่ 3 ของเกาหลีใต้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เมื่อปี 2566 แทนที่ญี่ปุ่น มูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 79,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2566 แม้มูลค่าการส่งออกไปเวียดนามหดตัวร้อยละ 12.3 อยู่ที่ 53,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันเมื่อปี 2565 เป็นผลจากการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ หน้าจอสัมผัสและระบบเซนเซอร์ (Flat panels and sensors) ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม อุปกรณ์สื่อสารไร้สาย และเรซินสังเคราะห์ลดลง ส่วนมูลค่าการนำเข้าจากเวียดนามลดลงร้อยละ 2.9 อยู่ที่ 25,940 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับปี 2565 ทั้งนี้ เวียดนามเคยเป็นคู่ค้าลำดับที่ 8 ของเกาหลีใต้เมื่อปี 2557 โดยในปีเดียวกันทั้งสองประเทศลงนามข้อตกลงการค้าเสรีทวิภาคี หลังจากนั้นเวียดนามกลายเป็นคู่ค้าลำดับที่ 4 ของเกาหลีใต้เมื่อปี 2558 ขณะที่จีนและสหรัฐฯ ยังคงครองลำดับที่ 1 และ 2 ตามลำดับ…

ประธานาธิบดีรัสเซียหารือกับประธานาธิบดี UAE ทางโทรศัพท์

ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียระบุเมื่อ 5 ก.พ.67 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียหารือกับประธานาธิบดี Mohammed bin Zayed Al Nahyan ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates – UAE) ทางโทรศัพท์ โดยทั้งสองฝ่ายพูดคุยกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีเพิ่มเติม หลังผู้นำรัสเซียเยือน UAE เมื่อ 6 ธ.ค.66 และร่วมพิจารณากระบวนการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมในฉนวนกาซ่า ตามที่มีจุดยืนร่วมกัน คือ หยุดยิงและหันมาใช้กระบวนการทางการเมืองในการแก้ไขปัญหาปาเลสไตน์ในระยะยาวอย่างยุติธรรม สำหรับการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน ผู้นำรัสเซียกล่าวขอบคุณผู้นำ UAE ในบทบาทคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยเจรจาแลกเปลี่ยนเชลยสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน และพูดคุยรายละเอียดถึงเหตุการณ์เครื่องบิน Il-76 ของรัสเซียตก โดยเน้นย้ำถึงกระบวนการสอบสวนระหว่างประเทศ อีกทั้งผู้นำทั้งสองประเทศตกลงจะรักษาช่องทางประสานงานระหว่างกันในระดับต่าง ๆ ต่อไป

อินเดียเพิ่มปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นโจรสลัดในมหาสมุทรอินเดีย

          สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 1 ก.พ.67 ว่า กองทัพเรืออินเดียส่งเรือพิฆาตและเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลปฏิบัติภารกิจป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นโจรสลัดทางตะวันออกของทะเลแดง โดยมุ่งเน้นการเฝ้าตรวจพื้นที่ และเรือที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย ในห้วง 2 เดือนที่ผ่านมากองทัพเรืออินเดียตรวจสอบเรือมากกว่า 250 ลำ และตรวจค้นเรือที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย 20 ลำ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือเรือสินค้าและเรือประมงจากการโจมตีของโจรสลัดโซมาเลีย ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มโจรสลัดโซมาเลียฉวยโอกาสที่กลุ่ม Houthi โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง กระทำการปล้นเรือสินค้าและเรือประมงที่แล่นผ่านมหาสมุทรอินเดียบ่อยครั้งขึ้น ทั้งนี้กองทัพเรืออินเดียปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยทางทะเลในมหาสมุทรอินเดียเพียงลำพัง โดยไม่เข้าร่วมในกรอบความร่วมมือพหุภาคีใด ๆ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดในทะเลแดง

สหรัฐฯ ออกคำสั่งผู้บริหารเพื่อคว่ำบาตรชาวอิสราเอล 4 รายที่ก่อความรุนแรงในเขตเวสต์แบงค์

        ทำเนียบประธานาธิบดีและกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)สหรัฐฯ แถลงเมื่อ 1 ก.พ.67 ว่า ในวันเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ลงนามในคำสั่งผู้บริหารฉบับใหม่ เพื่อบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อชาวอิสราเอล 4 รายที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงต่อพลเรือนในเขตเวสต์แบงค์  ซึ่ง กต.สหรัฐฯ ย้ำว่า อิสราเอลจะต้องดำเนินการจริงจังมากกว่านี้ เพื่อยุติความรุนแรงต่อพลเรือนในเขตเวสต์แบงค์ และรับผิดชอบต่อผู้ก่อเหตุรุนแรงกับพลเรือน โดยสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินการต่อเนื่องตามวัตถุประสงค์ของนโยบายต่างประเทศที่ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาสองรัฐ และมุ่งรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง และศักดิ์ศรีของชาวอิสราเอลเช่นเดียวกับชาวปาเลสไตน์

เกาหลีใต้จะพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ 12 ประเภทเพื่อสร้างความได้เปรียบทางเทคโนโลยี

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 1 ก.พ.67 ว่า อ้างแถลงการณ์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศของเกาหลีใต้ว่า สภาที่ปรึกษาของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญเพิ่มอีก 5 ประเภท ได้แก่ 1) พลังงานนิวเคลียร์รุ่นใหม่ เช่น การพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors-SMRs) เชิงพาณิชย์ 2) วิศวกรรมการบิน-อวกาศ และสมุทรศาสตร์ (aerospace and ocean engineering) โดยตั้งเป้าหมายพัฒนายานอวกาศขนาด 1.8 ตันไปเยือนดวงจันทร์ภายในปี 2574 3) การสื่อสารรูปแบบใหม่ เช่น การพัฒนาเครือข่ายการสื่อสาร 6G ให้สำเร็จภายในปี 2569 4) หุ่นยนต์ขั้นสูง และ 5) ความมั่นคงทางไซเบอร์ ทั้งนี้ เกาหลีใต้จะพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวขึ้นเองภายในประเทศทั้งหมด 12 ประเภทภายในปี 2573 รวมกับเทคโนโลยีสำคัญที่ประกาศไว้ก่อนหน้า 7 ประเภท อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ทุติยภูมิ (secondary battery) และชีวภาพขั้นสูง…

รัสเซียและยูเครนแลกเปลี่ยนเชลยสงครามครั้งแรกหลังเกิดเหตุเครื่องบินขนส่งรัสเซียตก

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อ 31 ม.ค.67 ว่า รัสเซียและยูเครนแลกเปลี่ยนเชลยสงคราม (Prisoner of War – POW) จำนวนฝ่ายละ 195 ราย โดยมีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นคนกลาง ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุเครื่องบินขนส่งรัสเซียที่บรรทุก POWs ชาวยูเครนตก จนมีผู้เสียชีวิต 65 ราย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับอนาคตของการแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างสองฝ่าย ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวว่า POWs ชาวรัสเซียจะเดินทางไปกรุงมอสโกเพื่อรับการรักษาทางการแพทย์และจิตใจ ส่วนหน่วยงานยูเครนที่รับผิดชอบ POWs กล่าวว่าครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนครั้งที่ 50 โดย POWs ชาวยูเครนถูกฝั่งรัสเซียควบคุมตัวขณะป้องกันเมืองมารีอูปอล เมืองเคอร์ซอน และบนเกาะสเน็คในทะเลดำ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนเป็นระยะๆ ตั้งแต่เกิดการสู้รบ แม้ว่าจะไม่มีการเจรจาสันติภาพระหว่างกัน โดยการแลกเปลี่ยนครั้งล่าสุดและซึ่งเป็นครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นเมื่อ 3 ม.ค.67 มีการแลกเปลี่ยนรวมจำนวนจากทั้งสองฝ่าย 478 ราย

จีนและรัสเซียกระชับความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างกัน

สำนักข่าว China Daily รายงานเมื่อ 1 ก.พ.67 ว่า พล.ร.อ.ตง จุน รัฐมนตรีกลาโหมของจีน ได้หารือกับ พล.อ.เซียร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมของรัสเซีย ผ่านระบบการประชุมทางไกลเมื่อ 31 ม.ค.67 ซึ่งทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นที่จะยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ภายใต้สถานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านแห่งความร่วมมือในยุคใหม่ระหว่างจีน-รัสเซีย อีกทั้งยังแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นที่ห่วงกังวลร่วมกันในทั้งระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ นอกจากนี้ จีนได้เน้นย้ำให้กองทัพจีนและรัสเซียดำเนินการตามฉันทามติสำคัญที่บรรลุโดยผู้นำทั้งสองประเทศ เผชิญความท้าทายระดับโลกอย่างมั่นคง เสริมสร้างความไว้วางใจทางยุทธศาสตร์ และขยายความร่วมมือเชิงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกของ พล.ร.อ.ตง จุน หลังจากได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว เมื่อ ธ.ค.66

ซาอุดีอาระเบียและคูเวตย้ำให้กลุ่ม OPEC+ ปฏิบัติตามข้อตกลงลดการผลิตน้ำมัน

  สำนักข่าว Al Arabiya รายงานเมื่อ 31 ม.ค.67 อ้างผลการเสด็จเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของ เชค มิชอัล อัลอะห์มัด อัลญาบิร อาลเศาะบาฮ์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ระหว่าง 30-31 ม.ค.67 ว่า ซาอุดีอาระเบียและคูเวตย้ำความสำคัญของทุกประเทศในกลุ่ม OPEC+ ในการปฏิบัติตามข้อตกลงลดการผลิตน้ำมัน เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันโลก ให้สามารถตอบสนองผลประโยชน์ทั้งของผู้ผลิตและผู้บริโภค และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายตกลงจะกระชับความร่วมมือในภาคน้ำมันและก๊าซ รวมถึงด้านต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีและพลังงานสะอาด การเสริมสร้างความร่วมมือในนโยบายสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ การส่งเสริมการลงทุนระหว่างนักลงทุนและภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย และเห็นพ้องการจัดการประชุมสภาความร่วมมือซาอุดี-คูเวต (Saudi-Kuwaiti Coordination Council-SKCC) ครั้งที่ 2 ในปี 2567 โดยมีคูเวตเป็นเจ้าภาพ เพื่อผลักดันข้อตกลงริเริ่มความร่วมมือทวิภาคีด้านต่าง ๆ เช่น ข้อตกลงโครงการเชื่อมต่อทางรถไฟระหว่างซาอุดีอาระเบีย-คูเวต ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการค้าและการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ คูเวตและซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นประเทศสมาชิก OPEC มีข้อพิพาทกับอิหร่าน ร่วมกันในประเด็นการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ Al-Durra ในอ่าวอาหรับ/อ่าวเปอร์เซีย ที่ปัจจุบันยังไม่ได้รับการแก้ไข

โซมาเลียปิดกั้นกลุ่มผู้ใช้งาน WhatsApp ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Al–Shabaab

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Arab News รายงานเมื่อ 30 ม.ค.67 อ้างแถลงการณ์ของสำนักข่าวกรองและความมั่นคงโซมาเลีย (NISA) ในวันเดียวกันว่า กองความมั่นคงทางไซเบอร์ของ NISA ระงับการใช้งานบัญชีแอปพลิเคชัน WhatsApp ของกลุ่มผู้ใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าวจำนวน 20 กลุ่ม (รวม 2,500 บัญชี) ฐานความผิดข่มขู่กรรโชกและคุกคามให้เกิดความหวาดกลัว เนื่องจากพบหลักฐานว่ากลุ่มเหล่านี้ใช้แอปพลิเคชันดังกล่าว เป็นช่องทางสื่อสารและทำธุรกรรมทางการเงินที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม Al–Shabaab ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายในโซมาเลียที่ประกาศสวามิภักดิ์กับกลุ่มอัลกออิดะฮ์ (AQ) ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “Total War” ของรัฐบาลโซมาเลีย เพื่อปราบปรามกลุ่ม Al-Shabaab ที่เป็นภัยคุกกคามความมั่นคงของโซมาเลียมานาน

ออท. UAE ประจำซีเรีย เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในรอบ 13 ปี

สำนักข่าว AP รายงานเมื่อ 31 ม.ค.67 อ้างหนังสือพิมพ์ Al-Watan  ซี่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซีเรียว่า นาย Hassan Ahmad al-Shihi ยื่นพระราชสาส์นตราตั้งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำซีเรีย ต่อนาย Faisal Mekdad รัฐมนตรีต่างประเทศซีเรีย เมื่อ 30 ม.ค.67 ซึ่งเป็นการเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates – UAE) ประจำซีเรีย อย่างเป็นทางการในรอบ 13 ปี นับจาก UAE เรียกตัวเอกอัครราชทูตประจำซีเรียกลับประเทศและปิดสถานทูตตั้งแต่ปี 2554 เนื่องจากเกิดการลุกฮือต่อต้านรัฐบาลซีเรียของประชาชน กระทั่งขยายตัวลุกลามไปเป็นสงครามกลางเมือง ก่อนที่ UAE จะกลับมาเปิดทำการสถานทูตเมื่อห้วงปลายปี 2561 ทั้งนี้ หลังเกิดสงครามกลางเมืองในซีเรียตั้งแต่ปี 2554 ประเทศอาหรับหลายประเทศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับซีเรีย และสนับสนุนสันนิบาตอาหรับ (Arab League – AL) ให้ระงับสมาชิกภาพของซีเรียใน AL เพื่อแสดงการต่อต้านประธานาธิบดีบะชาร อัลอัดซาด ของซีเรีย ที่ใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล…