รัสเซียใช้ขีปนาวุธโจมตีท่าเรือเมือง Odesa ใกล้พื้นที่ซึ่งผู้นำยูเครนและผู้นำกรีซอยู่ระหว่างเยือน

สำนักข่าว Al Jazeera และ Kyiv Post รายงานเมื่อ 6 มี.ค.67 ว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือในเมือง Odesa เมืองท่าที่สำคัญของยูเครนในทะเลดำ ซึ่งเกิดขึ้นใกล้กับพื้นที่ที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน อยู่ระหว่างเชิญนายกรัฐมนตรี Kyriakos Mitsotakis ของกรีซ เยี่ยมสำรวจพื้นที่ท่าเรือและบางส่วนของเมืองที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของรัสเซียระลอกก่อนเมื่อ 2 มี.ค.67 ทั้งนี้ในการโจมตีเมื่อ 6 มี.ค.67 คณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ในพื้นที่ที่ถูกโจมตีพบผู้เสียชีวิต 5 ราย และผู้บาดเจ็บหลายราย ผู้นำกรีซบรรยายถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ปรากฏเสียงแจ้งเตือน ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นใกล้พื้นที่ ไม่มีเวลาที่จะเข้าไปยังที่หลบภัย ด้านผู้นำยูเครนทวีตผ่าน X ว่า ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้สนทนาในประเด็นขยายพื้นที่ปลอดภัยในทะเลดำ ตลอดจนปกป้องเมืองทั้งหมดของยูเครน ซึ่งยูเครนต้องการระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติม

กองทัพอาระกัน (AA) เสนอความช่วยเหลือแก่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่เพื่อหนีการเกณฑ์ทหาร

สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 6 มี.ค.67 ว่า กองทัพอาระกัน (Arakan Army – AA) เสนอความช่วยเหลือแก่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ หลังจากปรากฏข่าวสารว่า กองทัพเมียนมาบังคับเกณฑ์ชาวโรฮีนจาเข้าเป็นทหาร เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนกำลังพล เนื่องจากไม่สามารถสรรหาชาวเมียนมาเข้าร่วมในกองทัพได้ โดย AA จะช่วยจัดหาพื้นที่ปลอดภัยในเขตอิทธิพลของ AA และกองกำลังชนกลุ่มน้อยอื่น แก่ชาวโรฮีนจาเพศชายอายุน้อย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของกองทัพเมียนมา อูไข่ตูคะ โฆษก AA มองว่า กองทัพเมียนมาใกล้จะพ่ายแพ้ต่อ AA ในสมรภูมิรัฐยะไข่ จึงวางแผนฝึกทหารและมอบอาวุธแก่ชาวโรฮีนจา โดยใช้วิธีบังคับควบคุมตัวหรือลักพาตัวชาวโรฮีนจาออกไปจากค่ายผู้อพยพในเมืองซิตตเว บูทิด่อง และเจ้าผิว แล้วกว่า 550 คน ห้วง 23-29 ก.พ.67 ซึ่งการประทำดังกล่าวจะเพิ่มความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และทำลายเสถียรภาพในรัฐยะไข่ ขณะที่ พล.จ.ซอมินทุน โฆษกกองทัพเมียนมา ยืนยันว่า กองทัพไม่มีการเกณฑ์ชาวโรฮีนจาเข้าเป็นทหาร

จีนเป็นคนกลางให้รัฐบาลเมียนมาและพันธมิตรสามภราดรภาพลงนามข้อตกลงกันได้

        เว็บไซต์ The Diplomat รายงานเมื่อ 4 มี.ค.67 ว่า รัฐบาลเมียนมากับพันธมิตรสามภราดรภาพ (Three Brotherhood Alliance-3BHA) ประกอบด้วย กลุ่มโกกั้งเมืองเลาไกง์ (MNDAA) กองทัพปลดปล่อยแห่งชนชาติตะอาง (TNLA) และกองทัพอาระกัน ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกัน หลังจากการพูดคุยที่จีนเป็นคนกลางจัดขึ้นที่เมืองคุนหมิง โดยสองฝ่ายจะถอนกำลังออกจากแนวหน้า กองทัพเมียนมาจะให้การยอมรับ MNDAA เป็นรัฐบาลของเขตพิเศษโกกั้ง ให้การรับรองว่าผลประโยชน์ของจีนในเมียนมาจะไม่ได้รับผลกระทบ และการเปิดการค้าผ่านแดนระหว่างจีนกับเมียนมาอีกครั้งหลังจากชะงักไปเนื่องจากเกิดการสู้รบในปฏิบัติการ 1027 แต่ยังมีรายละเอียดและเงื่อนไขอื่น ๆ ที่จะต้องหารือถึงแนวปฏิบัติระหว่างกันอีกในการเจรจารอบที่ 5 ใน เม.ย.67

ที่ประชุม รมว.กห.อาเซียน ให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมา

        เว็บไซต์  Nikkei Asia รายงานเมื่อ 5 มี.ค.67 ว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีกลาโหม (รมว.กห.)อาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (ADMM Retreat) ระหว่าง 4-6 มี.ค.67 ที่เมืองหลวงพระบาง ลาว ในวันแรกเมื่อ 4 มี.ค.67 ให้ความสำคัญต่อการหารือในประเด็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมา หลังจากที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เมื่อ ม.ค.67 เห็นพ้องที่จะสนับสนุนข้อริเริ่มของไทยในการส่งความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่ชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา  ทั้งนี้ Nikkei Asia อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมไทยว่า กองทัพไทยจะมีบทบาทสำคัญในการจัดส่งสิ่งของช่วยเหลือทางการแพทย์และความต้องการพื้นฐานอื่น ๆ ข้ามพรมแดนเข้าไปในเมียนมา โดยอยู่ระหว่างการพัฒนากลไกคณะทำงานในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการนี้เมียนมาส่งผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมการประชุม รมว.กห.อาเซียน ได้แก่ นายซอไนง์วิน อธิบดีกรมกิจการระหว่างประเทศ กระทรวงกลาโหมเมียนมา ส่วนวาระสำคัญที่จะหารือใน 5 มี.ค.67 คือประเด็นทะเลจีนใต้

ไต้หวันจะเพิ่มการฝึกซ้อมขีปนาวุธในปี 2567 เพื่อตอบสนองต่อท่าทีคุกคามของจีน

        นาย Chiu Kuo-cheng รัฐมนตรีกลาโหมไต้หวัน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวหลังการประชุมรัฐสภาเมื่อ 5 มี.ค.67 ว่า กองทัพไต้หวันจะเพิ่มการฝึกซ้อมยิงขีปนาวุธมากขึ้นในปี 2567 เพื่อเตรียมพร้อมรับภัยคุกคามจากจีนที่เพิ่มการกดดันทางทหารต่อไต้หวัน แต่ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม โดยระบุเพียงว่า ที่ผ่านมาการซ้อมยิงขีปนาวุธจัดขึ้นในบางห้วงเวลาเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบินและการใช้ชีวิตประจําวันของประชาชน ขณะที่รัฐบาลจีนซึ่งกำลังจัดการประชุมสองสภาประกาศจะเพิ่มงบประมาณทางทหารร้อยละ 7.2 ในปี 2567 ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับเมื่อปี 2566 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 5  

นาย Shehbaz Sharif ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง นรม.ปากีสถานครั้งที่ 2

        เว็บไซต์สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อ 3 มี.ค.67 ว่า สมาชิกสภาแห่งชาติปากีสถานลงมติ 201 เสียง เลือกนาย Shehbaz Sharif ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 2 ชนะนาย Omar Ayub Khan ผู้แทนจากพรรค Sunni Ittehad Council (SIC) ซึ่งได้ 92 เสียง แม้จะได้รับการสนับสนุนจากพรรค Pakistan Tehreek-e-Insaf (PTI) อย่างไรก็ตามมี  ปัญหาเผชิญหน้าสำคัญของรัฐบาล คือ การเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) ในการปฏิบัติตามข้อตกลงการจัดเก็บภาษีโดยไม่ขึ้นราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อสูง ทั้งนี้ ปากีสถานต้องขอรับการสนับสนุนจาก IMF เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ สำหรับการเลือกตั้งมุขมนตรี 4 แคว้นของปากีสถาน ซึ่งมีขึ้นในวันเดียวกับการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 ก.พ.67 ปรากฏว่า…

สหรัฐฯ จะผ่านร่างงบประมาณที่มีข้อกำหนดกีดกันจีนไม่ให้ซื้อน้ำมันจากคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 4 มี.ค.67 ว่า ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ได้เปิดเผยร่างงบประมาณประจำปี 2567 รวมทั้งสิ้น 6 ฉบับ อาทิ กระทรวงกิจการทหารผ่านศึก กระทรวงเกษตร กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงยุติธรรม เมื่อ 3 มี.ค.67 มูลค่าประมาณ 460,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงกว่าร้อยละ 30 จากที่ตกลงกันตามข้อตกลงขยายเพดานหนี้ เมื่อ มิ.ย.66 แต่คาดว่าจะช่วยควบคุมวงเงินค่าใช้จ่ายตามดุลยพินิจ (discretionary spending) ทั้งหมดของรัฐบาลที่ระดับ 1.66 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเตรียมจะนำเข้าสู่กระบวนการลงมติเห็นชอบใน 6 มี.ค.67 ทั้งนี้ร่างงบประมาณดังกล่าวได้กำหนดข้อบัญญัติเกี่ยวกับการกีดกันจีนไม่ให้ซื้อน้ำมันจากคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (Strategic Petroleum Reserve-SPR) ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สหรัฐฯ ขายน้ำมัน จำนวน 1 ล้านบาร์เรลจาก SPR ให้กับจีน เมื่อปี 2565 ในห้วงที่สหรัฐฯ พยายามรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันดิบจากผลกระทบของปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน โดยฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ เห็นว่าเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ให้กับจีน

กห.เกาหลีใต้เตรียมทดสอบประสิทธิภาพของดาวเทียมลาดตระเวนดวงแรกที่ประจำการเมื่อ ธ.ค.66

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 4 มี.ค.67 ว่า กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กำหนดทดสอบและประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติการของดาวเทียมลาดตระเวน (Reconnaissance Satellite) ในกลาง มี.ค.67 ซึ่งเป็นดาวเทียมลาดตระเวนดวงแรกของเกาหลีใต้ และถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรโลกจากฐานทัพอวกาศของสหรัฐฯ ในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อ ธ.ค.66 ในเบื้องต้นดาวเทียมส่งกลับข้อมูลภาพได้ปกติ อีกทั้งภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่กรุงเปียงยางในเกาหลีเหนือมีความละเอียดสูง นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าดาวเทียมจะปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุดใน มิ.ย.67 ทั้งนี้ การประจำการดาวเทียมลาดตระเวนของเกาหลีใต้ เป็นไปตามแผนส่งดาวเทียมลาดตระเวน 5 ดวงภายในปี 2568 ซึ่งกำหนดส่งดาวเทียมดวงที่ 2 ใน เม.ย.67 เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถของเกาหลีใต้ในการเฝ้าระวังภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ และลดการพึ่งพาภาพถ่ายดาวเทียมจากสหรัฐฯ

อินโดนีเซียมุ่งหารือเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าในการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย

        สำนักข่าว Antara รายงานเมื่อ 4 มี.ค.67 อ้างถ้อยแถลงประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ที่ฐานทัพอากาศ Halim Perdanakusuma ก่อนออกเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ ระหว่าง 4-6 มี.ค.67 ที่เมืองเมลเบิร์น ว่า อินโดนีเซียจะเน้นหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล รวมทั้งจะเชิญชวนประเทศต่าง ๆ ให้เข้ามาลงทุนในเมืองหลวงแห่งใหม่ของอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ประธานาธิบดีอินโดนีเซียมีแผนพบหารือทวิภาคีนอกรอบกับนายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย นายคริสโตเฟอร์ ลักซัน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา 

กัมพูชาระงับการออกใบอนุญาตสถานพนัน

       หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 4 มี.ค.67 อ้างถ้อยแถลงของ สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างเยือนออสเตรเลียและพบปะชาวกัมพูชาในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เมื่อ 3 มี.ค.67 ว่า กัมพูชาระงับการออกใบอนุญาตสถานพนัน และอยู่ระหว่างพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตการพนันที่ไม่ยังประโยชน์ เนื่องจากไม่ต้องการส่งเสริมให้กัมพูชาเป็นแหล่งการพนัน โดยกัมพูชามีเป้าหมายการจัดตั้งโรงงาน สร้างงาน และส่งเสริมรายได้ให้แก่ประชาชน พร้อมกับย้ำว่า กัมพูชาเปลี่ยนจากประเทศยากจนเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับล่างเมื่อห้วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการพนันผิดกฎหมาย