ทางการเกาหลีใต้ชี้แจงขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองหลังเกิดกระแสแบนเกาหลีในสื่อออนไลน์ของไทย

หนังสือพิมพ์โคเรียไทม์ และเว็บไซต์ข่าว Donga ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 3 พ.ย.66 ว่ากระทรวงยุติธรรม(ยธ.)เกาหลีใต้ที่กำกับดูแลฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)เกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อกรณีสื่อมวลชนของไทยและเกาหลีใต้รายงานประเด็นชาวไทยบางส่วนไม่พอใจมาตรการเข้มงวดของ ตม.เกาหลีใต้ต่อนักท่องเที่ยวชาวไทยจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ใน #แบนเกาหลี และ #แบนเที่ยวเกาหลี บนสื่อสังคมออนไลน์ของไทย โดย ยธ.เกาหลีใต้ชี้แจงขั้นตอนการคัดกรองผู้ยื่นความจำนงเดินทางเข้าเกาหลีใต้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ K-ETA ได้แก่ การตรวจสอบประวัติการอยู่เกินกำหนดในประเทศอื่น เป้าประสงค์การเดินทาง และเจตนามาทำงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตม.เกาหลีใต้อาจปฎิเสธการเดินทางเข้าเกาหลีใต้ที่จุดตรวจเข้าประเทศแม้ผู้เดินทางได้รับการอนุญาตผ่าน K-ETA หากมีการประเมินว่า ผู้เดินทางมีแนวโน้มจะอยู่เกินกำหนด ยธ.เกาหลีใต้ย้ำความจำเป็นในการดำเนินมาตรการเข้มงวดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและป้องกันชาวต่างชาติอยู่เกินกำหนด ซึ่งชาวไทยที่พำนักอย่างผิดกฎหมายในเกาหลีใต้มีจำนวน 157,000 คน เมื่อ ก.ย.66 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 78 ของชาวไทยที่พำนักในเกาหลีใต้ทั้งหมด อย่างไรก็ดี ทางการเกาหลีใต้จะเพิ่มความระมัดระวังขั้นตอนคัดกรองนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพื่อไม่ให้กระทบผู้เดินทางที่มีจุดประสงค์ท่องเที่ยว และส่งเสริมความร่วมมือทางการทูตระหว่างกัน

เลขาธิการ UN ระบุว่าเทคโนโลยี AI มีความเสี่ยงหากไม่มีกลไกระหว่างประเทศกำกับดูแล

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) แถลงในการประชุม AI Safety Summit 2023 ที่สหราชอาณาจักร เมื่อ 2 พ.ย.66 แสดงความกังวลต่อผลกระทบเชิงลบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ (Artificial Intelligence-AI) ต่อความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูลข่าวสาร (information integrity) จากการทำงานของระบบ algorithms ที่อาจทำให้เกิดอคติ รวมถึงการกระจุกตัวของบริษัท AI ในบางประเทศอาจเพิ่มความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้ เลขาธิการ UN ใช้โอกาสดังกล่าวแนะนำหน่วย Multistakeholder Advisory Body on Artificial Intelligence ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้าน AI ของ UN ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ธุรกิจ ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา โดยหน่วยดังกล่าวจะประสานงานกับประชาคมระหว่างประเทศต่างๆ เช่น สหภาพยุโรป (EU) และ G7 เพื่อหาแนวทางการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI และคาดว่าจะนำเสนอให้ผู้นำประเทศต่างๆ ร่วมพิจารณาในที่ประชุม Summit of…

อิสราเอลยืนยันตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮะมาสควบคุมตัว เพิ่มขึ้นเป็น 245 คน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Times of Israel และ Haaretz ของอิสราเอล รายงานเมื่อ 31 ต.ค.66 อ้างโฆษกกองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล (Israeli Defence Forces-IDF) แถลงในวันเดียวกันนี้ว่า การสอบสวนเพื่อยืนยันตัวตนผู้สูญหายและผู้ถูกกลุ่มฮะมาสจับเป็นตัวประกัน ตั้งแต่ 7 ต.ค.66 IDF สามารถยืนยันตัวตนผู้ถูกจับเป็นตัวประกันได้เพิ่มขึ้นเป็น 245 คน และคาดว่าอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากผู้สูญหายที่มีจำนวนมากยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อยืนยันตัวตน โดยจำนวนผู้ถูกจับเป็นตัวประกันดังกล่าวไม่รวมตัวประกันสตรี 4 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวก่อนหน้านี้ และพลทหารหญิงอิสราเอล 1 นาย ที่ IDF ช่วยเหลือได้ระหว่างปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซาเมื่อ 29 ต.ค.66 ขณะที่ ตั้งแต่ 7 ต.ค.66 ถึงปัจจุบัน มีสมาชิก IDF เสียชีวิตจากการสู้รบกับกลุ่มฮะมาส  รวม 315 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจอิสราเอลเสียชีวิต 58 คน

อิสราเอลจะขยายการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าฉนวนกาซาให้ได้วันละ 100 คันรถบรรทุก

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Times of Israel รายงานเมื่อ 31 ต.ค.66 อ้างนายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และนาย Ron Dermer รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุทธศาสตร์อิสราเอล เปิดเผยว่า อิสราเอลจะขยายการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ผ่านด่าน Rafah ของอียิปต์ เข้าไปฉนวนกาซาให้ได้วันละ 100 คันรถบรรทุก ตามเป้าหมาย ภายในสองหรือสามวันข้างหน้า หลังจากปัจจุบันจำนวนรถขนส่งความช่วยเหลือเข้าไปได้ประมาณวันละ 20-40 คัน ซึ่งต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของเป้าหมาย โดยจะยังคงจำกัดเฉพาะอาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์ ส่วนการส่งเชื้อเพลิงยังอยู่ระหว่างการพิจารณา รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังจากองค์กรบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) เตือนว่า ความช่วยเหลือที่เข้ามาในฉนวนกาซามีจำนวนจำกัดไม่เพียงพอจะตอบสนองความต้องการด้านมนุษยธรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ กดดันอิสราเอลให้ขยายการส่งความช่วยเหลือไปยังฉนวนกาซา โดยอิสราเอลตกลงจะเร่งการตรวจสอบขบวนรถขนส่งความช่วยเหลือให้เร็วขึ้น เพราะเห็นว่าความช่วยเหลือที่เข้าไปเพิ่มมากขึ้นจะดึงดูดพลเรือนในพื้นที่ตอนเหนือให้อพยพมายังตอนใต้ของฉนวนกาซา จะเอื้อให้อิสราเอลปฏิบัติภาคพื้นดินและโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซาโดยไม่ส่งผลกระทบต่อพลเรือน

แคนาดาระงับการใช้แอปพลิเคชันวีแชทของจีนบนอุปกรณ์สื่อสารของหน่วยงานรัฐบาล

นางอานิตา อานัน  ประธานคณะกรรมการบริหารการคลังของแคนาดาแถลงเมื่อ 30 ต.ค.66  ว่ารัฐบาลแคนาดาออกคำสั่งระงับการใช้แอปพลิเคชันวีแชท (WeChat) ของจีน และโปรแกรมป้องกันไวรัส Kaspersky ของรัสเซียบนโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารของหน่วยงานรัฐบาล โดยมีผลบังคับใช้ทันที  เนื่องจากผู้ใช้งานอุปกรณ์ที่มีแอปพลิเคชัน และโปรแกรมดังกล่าวมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและอาจโดนละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้  คณะกรรมการบริหารการคลังของแคนาดามีหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงานราชการของแคนาดา

มาเลเซียเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐฯ ให้ประกาศว่ากลุ่มฮะมาสเป็นกลุ่มก่อการร้าย

สำนักข่าว The Star รายงานเมื่อ 31 ต.ค.66 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย  กล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)สหรัฐฯ ส่งหนังสือถึง กต.มาเลเซีย และเรียกเอกอัครราชทูตมาเลเซีย/กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เข้าพบ เพื่อกดดันให้มาเลเซียเปลี่ยนจุดยืนต่อความขัดแย้งในฉนวนกาซา และประกาศให้กลุ่มฮะมาสเป็นกลุ่มก่อการร้าย รวมถึงให้มาเลเซียใช้ช่องทางการทูตตักเตือนไปยังบางประเทศ (นัยถึงอิหร่าน) ไม่ให้ฉวยโอกาสเข้าไปสร้างความขัดแย้งในพื้นที่เพิ่มเติม ซึ่งนายกรัฐมนตรีอันวาร์ยืนยันว่า มาเลเซียไม่กังวลต่อแรงกดดันดังกล่าว และจะช่วยเหลือสนับสนุนปาเลสไตน์ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมต่อไป

ผู้แทนรัฐกลันตันกับไทยหารือแก้ไขปัญหาการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน

สำนักข่าว New Straits Times รายงานเมื่อ 30 ต.ค.66 ว่า ผู้แทนกระทรวงการค้าภายในและค่าครองชีพประจำรัฐกลันตัน มาเลเซีย มาเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย (ไม่ได้ระบุหน่วยงาน) ในประเด็นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน ทั้งน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันพืชสำหรับประกอบอาหาร ซึ่งผู้แทนทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการดำเนินมาตรการที่สอดคล้องกัน อาทิ การกั้นรั้วตลอดแนวชายแดน 96 กิโลเมตร กำหนดพื้นที่กันชนหรือพื้นที่ปลอดภัย (buffer or safety zone) เว้นระยะ 100 เมตรจากริมแม่น้ำโกลก ซึ่งอาจทำเป็นสวนสาธารณะและติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ บริเวณชายแดนทางใต้ของไทยเผชิญปัญหาการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนจากมาเลเซีย เนื่องจากนโยบายอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงของรัฐบาลมาเลเซียเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภาวะค่าครองชีพสูง ทำให้ราคาเชื้อเพลิงในมาเลเซียต่ำกว่าของไทยมาก จึงมีขบวนการลักลอบนำน้ำมันเถื่อนจากมาเลเซียเข้ามาขายในไทยทั้งช่องทางทางบกและทางทะเล เพื่อจำหน่ายต่อให้แก่ลูกค้ารายย่อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ (จชต.) เช่น ปั๊มหลอด เรือประมง

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียให้ความเห็นต่อเหตุการณ์จราจลที่สนามบินมาคัชคาลาเป็นผลจากการแทรกแซงจากภายนอกประเทศ

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 30 ต.ค.66 อ้างการให้สัมภาษณ์สื่อของนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ว่า เหตุการณ์จราจลที่สนามบินมาคัชคาลา (Makhachkala) เป็นผลจากการแทรกแซงจากภายนอกประเทศ ซึ่งใช้อิทธิพลของข้อมูลข่าวสาร โดยตั้งข้อสังเกตถึงการใช้สื่อในการเผยแพร่มุมมองความโหดร้ายที่ฉนวนกาซา และแสวงประโยชน์จากสถานการณ์เพื่อปลุกปั่นและยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งภายในรัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูตินให้ความสนใจและติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อ 29 ต.ค.66 เกิดเหตุการณ์ผู้ชุมนุมนับร้อยคนบุกสนามบินมาคัชคาลาหลังทราบว่ามีเที่ยวบินจากกรุงเทลอาวีฟลงจอด มีรายงานผู้บาดเจ็บมากกว่า 20 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อจราจลได้ 60 คน

สหรัฐฯ และอียิปต์จะเพิ่มการอำนวยความสะดวกการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 29 ต.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี ของอียิปต์ ชื่นชมบทบาทของอียิปต์ในการอำนวยความสะดวกการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มการให้ความช่วยเหลือต่อไป เพื่อปกป้องประชาชนตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และป้องกันชาวปาเลสไตน์ที่หนีภัยการสู้รบหรืออพยพไปอียิปต์หรือประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองยังหารือในประเด็นการช่วยเหลือตัวประกัน การจำกัดบทบาทของประเทศอื่นในภูมิภาคเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว ตลอดจนการประสานงานระหว่างกันเพื่อส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค รวมถึงการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์

ปากีสถานเสนอ UNGA ให้พิจาณาส่งกองกำลังปกป้องชาวปาเลสไตน์ตามข้อเสนอของ OIC

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Pakistan Observer รายงานเมื่อ 29 ต.ค.66 ว่า ในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly–UNGA) วาระพิเศษฉุกเฉินเกี่ยวกับปัญหาอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ครั้งที่ 10 เมื่อ 28 ต.ค.66 นาย Munir Akram ผู้แทนถาวรปากีสถาน/UN เรียกร้องให้ที่ประชุมพิจารณาข้อเสนอขององค์การความร่วมมืออิสลาม (Organization of Islamic Cooperation-OIC) ในการส่งกองกําลังปกป้องชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์ พร้อมเรียกร้องให้ยุติสงครามและประณามการโจมตีของอิสราเอลต่อโครงสร้างพื้นฐานและชาวปาเลสไตน์อย่างโหดร้าย นอกจากนี้ ยังควรคำนึงถึงกระบวนการนำคนผิดมารับโทษสำหรับสงครามครั้งนี้ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหาวิธีป้องกันมิให้เกิดการเข่นฆ่าเช่นนี้อีก