รมช.กต.รัสเซียพบหารือกับ รมช.กต.อิหร่าน และผู้แทนกลุ่มฮะมาสที่กรุงมอสโก

สำนักข่าว Kyiv Post รายงานเมื่อ 27 ต.ค.66 ว่า นายมิคาอิล บ็อกดานอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย พบหารือกับนายอาลี บาเกรี คานี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน และนายมูซา อาบู มาร์ซูก ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มฮะมาส พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุขรัสเซีย เมื่อ 26 ต.ค.66 ที่กรุงมอสโก ในประเด็นเกี่ยวกับการช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ถูกองค์กรการก่อการร้ายในฉนวนกาซ่าจับเป็นตัวประกัน และการอพยพชาวรัสเซียและชาวต่างชาติอื่น ๆ ออกจากดินแดนปาเลสไตน์ นอกจากนี้ รัสเซียคาดหวังให้การพบปะครั้งนี้ผ่อนคลายความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอิหร่าน ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลระบุว่า การที่รัสเซียเชิญผู้แทนกลุ่มฮะมาสมาเยือนเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ และบ่งชี้ถึงการสนับสนุนการก่อการร้ายของกลุ่มฮะมาส อิสราเอลเรียกร้องให้รัสเซียขับผู้แทนกลุ่มฮะมาสออกจากประเทศโดยทันที ขณะที่สำนักข่าว AP ของสหรัฐฯ รายงานว่า รัสเซียพยายามวิพากษ์วิจารณ์ทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสอย่างรอบคอบเพื่อหวังจะใช้ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายเบี่ยงเบนความสนใจไปจากการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทั้งนี้ การพบหารือระหว่างรัสเซียกับกลุ่มฮะมาสอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในปี 2566 ขณะที่การหารือกับอิหร่านเป็นไปอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นคู่ค้าที่สำคัญของรัสเซียและเป็นผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มฮะมาส ส่วนอิสราเอลเป็นชาติที่ยังไม่ส่งความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครนซึ่งรัสเซียยังต้องรักษาความสัมพันธ์

สื่อตะวันตกรายงานอ้างว่าอิหร่านรับสมัครอาสาสมัครเข้าร่วมสู้รบในฉนวนกาซา

สำนักข่าว France24 ของฝรั่งเศส รายงานเมื่อ 26 ต.ค.66 ว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps-IRGC) ของอิหร่าน เปิดรับสมัครอาสาสมัครเด็กและเยาวชนชายเข้าร่วมสู้รบกับกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาผ่านเว็บไซต์ นับตั้งแต่กลุ่มฮะมาสโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66 โดยใช้แคมเปญ Al-Aqsa Flood ประชาสัมพันธ์ผ่านสถานีโทรทัศน์และวิทยุของรัฐบาล เว็บไซต์หลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับ IRGC รวมถึงป้ายโฆษณาขนาดต่าง ๆ ในที่สาธารณะทั่วประเทศ อีกทั้งอ้างสถานีโทรทัศน์ของอิหร่านรายงานว่า สามารถรวบรวมอาสาสมัครที่พร้อมเข้าร่วมสู้รบได้มากกว่า 3 ล้านคน อย่างไรก็ดี เว็บไซต์ Iran International รายงานเมื่อ 27 ต.ค.66 อ้างนาย Mohammad Sadr สมาชิกสภาผู้ชี้ขาด (Expediency Discernment Council) ของอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านไม่มีความมุ่งหมายที่จะเข้าร่วมสู้รบในฉนวนกาซา แม้ว่าจะเป็นผู้สนับสนุนด้านทุน อาวุธ การฝึกสู้รบ และการข่าวกรองแก่กลุ่มฮะมาส โดยอิหร่านจะยังคงกดดันผู้สนับสนุนอิสราเอลให้ยุติการโจมตีฉนวนกาซา พร้อมเตือนว่าการใช้กำลังภาคพื้นดินในฉนวนกาซา มีความเสี่ยงจะลุกลามบานปลาย เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายอื่น…

สื่อสหรัฐฯ อ้างสมาชิกกลุ่มฮะมาสและ PIJ เข้ารับการฝึกต่อสู้พิเศษในอิหร่านก่อนก่อเหตุโจมตีอิสราเอล

หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานเมื่อ 25 ต.ค.66 อ้างแหล่งข่าวคุ้นเคยของหน่วยข่าวกรองระบุว่า สมาชิกกลุ่มฮะมาสและกลุ่ม Palestinian Islamic Jihad (PIJ) ประมาณ 500 คน เข้ารับการฝึกต่อสู้พิเศษกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps-IRGC) ในอิหร่าน ห้วง ก.ย.66 ก่อนก่อเหตุโจมตีอิสราเอล เมื่อ 7 ต.ค.66 โดยมี พลจัตวา Esmail Qaani ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force หน่วยปฏิบัติการพิเศษในต่างประเทศของ IRGC เข้าร่วมในการฝึกดังกล่าว ทั้งนี้ พล.ร.ต. Daniel Hagari โฆษกกองกำลังป้องกันของอิสราเอล ระบุในวันเดียวกันว่าอิหร่านให้การช่วยเหลือกลุ่มฮะมาสในการก่อเหตุโจมตีอิสราเอลผ่านการฝึกฝนกองกำลัง จัดหาทุนและอาวุธ ตลอดจนความรู้เทคโนโลยี รวมถึงปฏิบัติการข่าวกรองและยุยงให้เกิดการต่อต้านอิสราเอลผ่านช่องทางออนไลน์

จนท.อาวุโสอาเซียน-จีน หารือการปฏิบัติตาม DOC ครั้งที่ 21

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อ 26 ต.ค.66 ว่า ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน-จีน ว่าด้วยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (ASEAN-China Senior Officials’ Meeting on the Implementation of the DOC) ครั้งที่ 21 ที่กรุงปักกิ่ง จีน หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทะเลจีนใต้ การดำเนินการตาม DOC (Declaration of the Conduct of Parties in the South China Sea ) และการเจรจาเกี่ยวกับประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct – CoC) โดยย้ำแนวทางการยับยั้งชั่งใจ การส่งเสริมการแลกเปลี่ยน และการจัดการกับความแตกต่างอย่างเหมาะสม เพื่อการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ นอกจากนี้ ที่ประชุมยืนยันจะปฏิบัติตาม DOC อย่างมีประสิทธิผล และกระชับความร่วมมือเชิงปฏิบัติในสาขาต่าง ๆ เช่น การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทางทะเล การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม…

UNGA จัดประชุมวาระพิเศษฉุกเฉินเกี่ยวกับปัญหาอิสราเอล-ปาเลสไตน์ วันแรกโดยยังไม่มีการลงมติ

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) รายงานว่าการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (United Nations General Assembly – UNGA) วาระพิเศษฉุกเฉินเกี่ยวกับปัญหาอิสราเอล-ปาเลสไตน์ วันแรก เมื่อ 26 ต.ค.66 นาย Dennis Francis ประธาน UNGA แถลงเปิดประชุมโดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข เพื่อเปิดช่องทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปถึงพลเรือนในฉนวนกาซาโดยทั่วถึง หลังจากนั้นเป็นการอภิปรายของปาเลสไตน์และอิสราเอล โดย นาย Riyad Mansour ผู้สังเกตการณ์ถาวรปาเลสไตน์ประจำ UN  ระบุว่าการปิดล้อมฉนวนกาซาของอิสราเอลเปรียบเสมือนการจับชาวปาเลสไตน์ 2 ล้านคนเป็นตัวประกัน รวมทั้งมีชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารมากถึงวันละ 1,000 คน พร้อมกับเรียกร้องให้สมาชิก UN ลงมติเพื่อให้อิสราเอลยุติการการกระทำที่โหดร้ายต่อชาวปาเลสไตน์ ด้านนาย Gilad Erdan ผู้แทนถาวรอิสราเอลประจำ UN แถลงตอบโต้ว่าการปิดล้อมฉนวนกาซาและการทำสงครามกับกลุ่มติดอาวุธเพื่อเป็นหลักประกันว่าการก่อการร้ายจะไม่เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ UNGA จะจัดประชุมเพื่อให้สมาชิกลงมติ ใน 27 ต.ค.66

ศรีลังกาอนุมัติยกเว้นค่าธรรมเนียม visa ให้นักท่องเที่ยว 7 ประเทศ รวมทั้งไทย

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Colombo Page รายงานเมื่อ 24 ต.ค.66 ว่า คณะรัฐมนตรีศรีลังกาอนุมัติโครงการนำร่องยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (visa) ให้แก่นักท่องเที่ยว 7 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย จีน รัสเซีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และไทย โดยมีผลบังคับใช้ทันทีจนถึง 31 มี.ค.67 เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และวิกฤตการเงินครั้งรุนแรงเมื่อปี 2565 จนส่งผลให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่และขาดแคลนสิ่งของจำเป็น โดยรัฐบาลศรีลังกาตั้งเป้าหมายว่า จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ได้ 5 ล้านคนภายในปี 2569 จึงริเริ่มโครงการเพื่อแข่งขันกับอีกหลายประเทศที่ออกนโยบายในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ ตามข้อมูลของธนาคารกลางศรีลังกาเปิดเผยว่า ศรีลังกามีรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวน 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 46,000 ล้านบาท) ในห้วง ม.ค.-ส.ค.66 เพิ่มขึ้นจาก 833 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในห้วงเดียวกันของปี 2565 (ประมาณ 30,000 ล้านบาท) สำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาศรีลังกามากที่สุด ได้แก่…

สหรัฐฯ จะจัดส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ Iron Dome เพิ่มเติมให้อิสราเอล

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อ 25 ต.ค.66 ว่า สหรัฐฯ มีแผนจะจัดส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ Iron Dome ให้กับอิสราเอลเพิ่มเติม 2 หน่วย ซึ่งแต่ละหน่วยประกอบด้วยระบบเรดาร์ (ครอบคลุมพื้นที่ 155 ตารางกิโลเมตร) ระบบควบคุมสั่งการ และระบบยิงขีปนาวุธ 3-4 เครื่อง รวมถึงขีปนาวุธอีกจำนวน 312 ลูกแก่อิสราเอล โดยไม่ระบุรายละเอียดการจัดส่ง อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ยืนยันว่า ได้ส่งมอบขีปนาวุธในระบบ Iron Dome ซึ่งผลิตในอิสราเอลโดยบริษัท Rafael Advanced Defense Systems ของอิสราเอล ร่วมกับบริษัท RTX Corp ของสหรัฐฯ โดยถ่ายโอนจากคลังอาวุธของสหรัฐฯ ในอิสราเอล ตั้งแต่สถานการณ์ความขัดแย้งอิสราเอล-ฮะมาสปะทุขึ้นเมื่อ 7 ต.ค.66

สหรัฐฯ ยังคงกล่าวหาอิหร่าน

โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ยังคงกล่าวหาอิหร่านเมื่อ 23 ต.ค.66 ว่ายังให้ความช่วยเหลือกลุ่มฮะมาส และฮิสบุลลอฮ์ในการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งอิหร่านก็ติดตามสถานการณ์ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮะมาส เพื่อแสวงประโยชน์ของอิหร่าน อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ จะไม่ยินยอมให้อิหร่านดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังได้ยืนยันในวันเดียวกันว่า อิหร่านต้องรับผิดชอบกรณีใช้โดรนโจมตีทหารสหรัฐฯ ในอิรัก ซีเรีย และในทะเลแดง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้งเมื่อ 23 ต.ค.66

ไต้หวันจับกุมพลเมือง 5 รายด้วยข้อหาเป็นสายลับให้จีน

สำนักข่าว Taiwan news รายงานเมื่อ 24 ต.ค.66 ว่า สำนักอัยการไต้หวัน ออกหมายจับนาย Fang Hsiang นักธุรกิจชาวไต้หวัน และนาง Jan Chu ภรรยา รวมทั้งพวกอีก 3 ราย ฐานต้องสงสัยว่าเป็นสายลับ และรวบรวมข้อมูลข่าวสารของไต้หวันให้หน่วยความมั่นคงจีน โดยอ้างว่ากลุ่มดังกล่าวติดตามนักกิจกรรมการเมืองชาวไต้หวันที่สนับสนุนการแยกตัวออกจากจีน และติดต่อกับสมาชิกกลุ่มอาชญากรรม (gang member) รวมถึงติดตามเจ้าหน้าที่ประจำกระทรวงวัฒนธรรมมองโกเลีย-ธิเบต ในไทเป ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่า เมื่อปี 2560 นาย Fang และภรรยา เคยเข้าพบเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจีน ที่มณฑลไห่หนาน และสันนิษฐานว่านาย Fang รับเงินสนับสนุนจากจีน เพื่อรวบรวมข้อมูลและเคลื่อนไหวในไต้หวัน โดยมีการจัดตั้งกลุ่มและนำพาบุคคลที่ต้องการข้อมูลเข้าพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของจีนที่มณฑลไห่หนาน

อาเซียนส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและศิลปะในภูมิภาคกับประเทศคู่เจรจา

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 25 ต.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนางสวนสะหวัน วิยาเกด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวลาว ว่า ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนที่กำกับดูแลงานด้านวัฒนธรรมและศิลปะ (Senior Officials Meeting on Responsible for Culture and Arts-SOMCA) ครั้งที่ 19 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่าง 24-25 ต.ค.66 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “Promoting the Role of ASEAN Culture and the Arts in the Post-COVID-19 Pandemic for Sustainable Development” ย้ำการเสริมสร้างความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและศิลปะภายใต้ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community-ASCC) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและความยั่งยืน การพัฒนา และการเสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาคกับประเทศคู่เจรจา รวมถึงเพื่อให้บรรลุตามแผนยุทธศาสตร์อาเซียนว่าด้วยวัฒนธรรมและศิลปะ (ASEAN Strategic Plan…