UNRWA เรียกร้องให้อิสราเอลปกป้องพลเรือนทุกคนในฉนวนกาซา

องค์กรบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (The United Nations Relief and Works Agency for Palestine Refugees in the Near East-UNRWA) ออกแถลงการณ์ เมื่อ 14 ต.ค.66 เรียกร้องให้อิสราเอลปกป้องพลเรือนทุกคนที่หลบภัยอยู่ในสถานที่ของ UNRWA ทั่วฉนวนกาซา รวมถึงพลเรือนในฉนวนกาซาตอนเหนือและเมืองกาซา แม้อิสราเอลมีคำสั่งให้อพยพประชาชนจากตอนเหนือของฉนวนกาซาไปยังตอนใต้ แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถหลบหนีออกจากพื้นที่ และต้องได้รับการปกป้องตลอดเวลาเฉพาะอย่างยิ่งสตรีมีครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ นอกจากนี้ UNRWA ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสหประชาชาติ ค.ศ. 1946(1946 Convention on the Privileges and Immunities of the United Nations) โดยไม่โจมตีเจ้าหน้าที่ อาคาร และทรัพย์สินของ UN ซึ่งรวมถึง UNRWA ด้วย

อินเดียจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ในปี 2570

เว็บไซต์ CNBC รายงานเมื่อ 11 ต.ค.66 อ้างประมาณการณ์ทางเศรษฐกิจของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) เมื่อ ต.ค.66 ว่า เศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตร้อยละ 6.3 ในปี 2566 เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่เติบโตร้อยละ 6.1 และจะเติบโตแข็งแกร่งต่อไปในปี 2566 และปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก การบริโภคภายในประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น ประกอบกับการเติบโตของการลงทุนจากต่างประเทศ และประชากรวัยแรงงาน และการขยายตัวอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลางรายได้สูง เป็นปัจจัยสนับสนุนเชิงบวกที่จะทำให้อินเดียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกภายในปี 2570 ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่อาจฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจอินเดีย ได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จากวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน และสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากอินเดียนำเข้าน้ำมันมากถึงร้อยละ 80

รมว.กต.สหรัฐฯ กับจีนหารือทางโทรศัพท์เกี่ยวกับความขัดแย้งอิสราเอล-กลุ่มฮะมาส

สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อ 14 ต.ค.66 ว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ หารือทางโทรศัพท์กับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระหว่างการเยือนซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐฯ และจีนในการแก้ไขปัญหาอิสราเอล-กลุ่มฮะมาส โดยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ย้ำท่าทีของสหรัฐฯ ที่ประณามการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮะมาส พร้อมทั้งเรียกร้องจีนให้โน้มน้าวและกดดันอิหร่านไม่ให้สนับสนุนกลุ่มฮะมาสและกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ เพื่อป้องกันความขัดแย้งขยายตัวลุกลาม ขณะที่จีนย้ำการต่อต้านความรุนแรงต่อพลเรือน ประณามการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเรียกร้องสหรัฐฯ ให้ดำเนินบทบาทที่สร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบตามแนวทางแก้ปัญหาสองรัฐ (two-state solution) เพื่อยุติความขัดแย้งโดยเร็ว

สหรัฐฯ เสริมกำลังพลเพิ่มเติมในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ  เผยแพร่แถลงการณ์ของ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อ 14 ต.ค.65 ว่า ได้มีคำสั่งเคลื่อนพลกองเรือบรรทุกอากาศยาน USS Dwight D. Eisenhower รวมถึงเรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธนำวิถี USS Philippine Sea เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี USS Gravely และ USS Mason และกองบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 3 ซึ่งประกอบด้วยฝูงบิน 9 ลำ ประจำการบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เพื่อส่งเสริมมาตรการป้องปรามการกระทำที่เป็นปรปักษ์ต่ออิสราเอล หรือความพยายามใด ๆ ที่อาจขยายขอบเขตของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮะมาส  การเสริมกำลังพลเพิ่มเติมดังกล่าวยังเป็นการส่งสัญญาณที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ที่จะสนับสนุนอิสราเอลและขัดขวางความพยายามใด ๆ ในการยกระดับการสู้รบ

รมว.กห.สหรัฐฯ ย้ำสนับสนุนอิสราเอลปกป้องการโจมตีจากกลุ่มฮะมาส และกลุ่มอื่น ๆ

พล.อ.ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เดินทางเยือนกรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล เมื่อ 13 ต.ค.66 เพื่อพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และนาย Yoav Gallant รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ประณามการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮะมาสที่รุนแรงเช่นเดียวกับการก่อการร้ายของกลุ่ม ISIS หลังจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 1,300 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวอเมริกัน 27 คน ตลอดจนย้ำความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล และยืนยันว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนอิสราเอลในการปกป้องการโจมตีจากฮะมาส และป้องปรามการแสวงประโยชน์จากประเทศหรือกองกำลังติดอาวุธอื่นในภูมิภาค นอกจากนี้ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ยังเดินทางไปฐานทัพอากาศ Nevatim AB ของอิสราเอล เพื่อตรวจความช่วยเหลือทางการทหารของสหรัฐฯ ที่มอบให้กับอิสราเอล

เจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอลในกรุงปักกิ่งถูกทำร้าย

สำนักข่าวเอพี รายงานเมื่อ 13 ต.ค.66  ว่า ชายชาวอิสราเอล อายุ 50 ปีซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต(สอท.)อิสราเอล/กรุงปักกิ่ง ถูกชายชาวต่างชาติอายุ 53 ปี แทงด้วยมีด ขณะอยู่บนทางเท้า โดยกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลแถลงในวันเดียวกันว่า ชายชาวอิสราเอลที่ถูกทำร้าย ขณะนี้กำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลและอาการทรงตัว ขณะที่ตำรวจจีนระบุได้จับกุมตัวผู้ก่อเหตุไว้แล้ว แต่ยังไม่ทราบเหตุจูงใจการก่อเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลจีนยังไม่มีท่าทีใดๆ ต่อกรณีดังกล่าว และยังไม่มีองค์กรใดอ้างความรับผิดชอบ  ซึ่งเหตุครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบริเวณ สอท.อิสราเอล/กรุงปักกิ่ง อย่างไรก็ดี มีตำรวจจีนนอกเครื่องแบบประมาณ 6 คน ดูแลสถานการณ์หน้า สอท.อิสราเอล เช่นเดียวกับ สอท.ปาเลสไตน์/กรุงปักกิ่ง ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร

ทูตถาวรรัสเซียประจำ UN กังวลว่าความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบและหายนะด้านมนุษยธรรม

สำนักข่าวTass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 14 ต.ค.66 อ้างการให้สัมภาษณ์ของนายวาสซิลี เนเบนเซีย ทูตถาวรรัสเซีย/สหประชาชาติ(United Nations – UN) หลังการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) แบบปิดว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางจวนจะเกิดสงครามเต็มรูปแบบ และจะเป็นหายนะด้านมนุษยธรรมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และขอชี้แจงให้ชัดเจนว่า สหรัฐฯ มีส่วนรับผิดชอบต่อสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง อีกทั้งทุกประเทศไม่ควรเพิกเฉยต่อความรุนแรงที่ปะทุขึ้นที่มีสาเหตุจากภูมิหลังของการละเมิดมติของ UNSC และสมัชชาใหญ่ รวมถึงการขยายการตั้งถิ่นฐานอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งประเทศสมาชิกของสหประชาชาติที่ส่วนใหญ่เห็นพ้องประณามในประเด็นดังกล่าว รวมทั้งรัสเซียประณามการสังหารและเกิดความรุนแรงใดๆ ต่อพลเรือนทั้งชาวอิสราเอลและชาวปาเลสไตน์ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

UNIFIL ระบุว่าเกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน

พล.ต. Aroldo Lázaro ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติเลบานอน (United Nations Interim Force in Lebanon-UNIFIL) แถลงผ่าน Telegram เมื่อ 13 ต.ค.66 ว่า ช่วงเย็นวันเดียวกันเกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนหลายจุดทางพรมแดนตอนใต้ของเลบานอน ได้แก่ เมือง Alma Shaab, Ayta Ash Shab, Al Dihaira, El Adeysse และ Houla เหตุดังกล่าวส่งผลให้มีช่างภาพชาวเลบานอนเสียชีวิต 1 คน และผู้สื่อข่าวบาดเจ็บ (ไม่ทราบจำนวน) ทั้งนี้ ผู้บัญชาการ UNIFIL ระบุว่าสถานการณ์ในพื้นที่ยังอยู่ในความควบคุม แต่จะเพิ่มการลาดตระเวนมากขึ้น และจะพยายามอย่างเต็มที่ในการประสานงานกับทั้งเลบานอนและอิสราเอลเพื่อลดความรุนแรง หลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด รวมทั้งลดการเผชิญหน้า

สหรัฐฯ เพิ่มมาตรการรับมือการชุมนุมผู้สนับสนุนอิสราเอล และผู้สนับสนุนปาเลสไตน์

  หน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯ เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุความรุนแรงจากการชุมนุมในหลายเมืองของสหรัฐฯ ใน 13 ต.ค.66 โดยเฉพาะการชุมนุมของผู้สนับสนุนปาเลสไตน์บริเวณ Times Square ในนครนิวยอร์ก และเมืองลอสแอนเจลิส ตลอดจนกลุ่มผู้สนับสนุนอิสราเอลบริเวณ Freedom Plaza ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มการตรวจพื้นที่บริเวณชุมชนชาวยิว ชุมชนชาวปาเลสไตน์ สถานที่สำคัญทางศาสนา และโรงเรียน แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม รวมถึงจัดการอบรมมาตรการรักษาความปลอดภัยออนไลน์ให้กับนักเรียนชาวยิวในสหรัฐฯ นอกจากนี้ สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (Federal Bureau of Investigation – FBI) และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ยังระบุว่า จะให้ความสำคัญมากขึ้นกับการติดตามกระแสการต่อต้านชาวยิวและความเกลียดกลัวอิสลามที่อาจรุนแรงขึ้นในสหรัฐฯ

OCHA เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา

นาย Martin Griffiths เลขาธิการสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office for the Coordination of Humanitarian Affairs-OCHA) แถลงเมื่อ 13 ต.ค.66 ว่าสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซากำลังย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวขาดแคลนไฟฟ้าจากการถูกตัดไฟตั้งแต่  11 ต.ค.66 ส่งผลให้โรงพยาบาลต่างๆ มีไฟฟ้าใช้เพียงไม่กี่ชั่วโมงในแต่ละวัน รวมทั้งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร ขณะที่ความช่วยเหลือจากภายนอกเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากชายแดนฉนวนกาซาถูกปิด ทั้งนี้ OCHA เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนเงินบริจาคจำนวน 294 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนองค์การต่างๆ ในสังกัด UN และ NGOs รวมถึงสมาคมเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ซึ่งปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ฉนวนกาซา