UNSC จะพิจารณาร่างข้อมติเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสที่เสนอโดยบราซิล

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 18 ต.ค.66 ว่า ในวันเดียวกันคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) มีกำหนดพิจารณาร่างข้อมติที่เสนอโดยบราซิล เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสอีกครั้ง หลังจากที่ประชุม UNSC ไม่เห็นพ้องร่างข้อมติที่เสนอโดยรัสเซีย เมื่อ 16 ต.ค.66 ด้านนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN แถลงประณามเหตุโจมตีโรงพยาบาลที่ฉนวนกาซา เมื่อ 17 ต.ค.66 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน และย้ำว่าโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ต้องได้รับการปกป้องตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ เลขาธิการ UN จะเดินทางเยือนอียิปต์ใน 19 ต.ค.66 เพื่อพบหารือ ประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัลซีซีของอียิปต์ ในประเด็นการส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมในพื้นที่ฉนวนกาซา

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปรับแผนเยือนภูมิภาคตะวันออกกลาง

สำนักข่าวเอพี รายงานเมื่อ 18 ต.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ ปรับแผนการเยือนภูมิภาคตะวันออกกลาง จากเดิมที่จะเยือนอิสราเอลและจอร์แดน ใน 18 ต.ค.66 (ตามเวลาสหรัฐฯ) เหลือเพียงการเยือนอิสราเอล เนื่องจากสมเด็จพระราชาธิบดีอัลดุลเลาะฮ์ ที่ 2 อิบน์ อัลฮุซัยน์ ของจอร์แดน และประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ ยกเลิกการพบหารือกับประธานาธิบดีไบเดน หลังเกิดเหตุโจมตีโรงพยาบาล Al-Ahli al-Arabi ในฉนวนกาซา ซึ่งส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตกว่า 500 คน ขณะที่ทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสปฏิเสธการโจมตีและต่างกล่าวโทษกัน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีไบเดนเผยแพร่แถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์โจมตีโรงพยาบาลดังกล่าว พร้อมทั้งระบุถึงความคาดหวังที่จะพบหารือกับผู้นำจอร์แดน อียิปต์ และปาเลสไตน์ ในอนาคต

อิสราเอลและกลุ่มฮะมาสยืนยันว่ายังไม่มีการหยุดยิงและส่งความช่วยเหลือด้านมุนษยธรรมในฉนวนกาซา

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 16 ต.ค.66 อ้างสำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เผยแพร่ข้อความผ่านบัญชี X (ทวิตเตอร์) และออกแถลงการณ์ในวันเดียวกันว่า ไม่มีการหยุดยิงและส่งความช่วยเหลือด้านมุนษยธรรมเข้าไปยังฉนวนกาซาของปาเลสไตน์ เพื่อแลกกับการอพยพชาวต่างชาติออกจากฉนวนกาซาตอนใต้ ผ่านด่าน Rafah ของอียิปต์ รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับสำนักข่าว Anadolu Agency (AA) ของตุรกีซึ่งรายงานในวันเดียวกัน อ้างนาย Salama Marouf หัวหน้าสำนักงานสื่อของรัฐบาลกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซา ยืนยันว่าไม่ได้รับการยืนยันใด ๆ จากทางการอียิปต์ เกี่ยวกับการหยุดยิงชั่วคราวในฉนวนกาซาตอนใต้ เป็นเวลา 5 ชั่วโมงใน 16 ต.ค.66 ตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เพื่ออำนวยความสะดวกในการอพยพพลเรือนต่างชาติไปยังอียิปต์ ทั้งนี้ แถลงการณ์ของสำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยังสอดคล้องกับท่าทีของนาย Israel Katz รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนาย Miki Zohar รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับการหยุดยิงและส่งความช่วยเหลือด้านมุนษยธรรมเข้าไปยังฉนวนกาซาของปาเลสไตน์

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตรียมเดินทางเยือนอิสราเอล

สำนักข่าวเอพี รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 17 ต.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ จะเยือนอิสราเอลใน 18 ต.ค.66 (ตามเวลาสหรัฐฯ) ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู เพื่อย้ำความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล หลังสหรัฐฯ เพิ่มสนับสนุนความช่วยเหลือด้านการทหารบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก และจะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่อิสราเอลและยูเครนมูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เจ้าแขวงบ่อแก้ว พบหารือกับ รมช.การเงินลาว เรื่องโครงการพัฒนาท่าบกห้วยทราย (ตรงข้าม จ.เชียงราย)

หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 17 ต.ค.66 ว่า นายบัวคง นามมะวง เจ้าแขวงบ่อแก้ว พบหารือกับนายพูทะนูเพ็ด ไซสมบัด รัฐมนตรีช่วยการเงินลาว เกี่ยวกับแนวทางสำหรับโครงการพัฒนาท่าบกห้วยทราย ณ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว (ตรงข้าม จ.เชียงราย) หลังจากการศึกษาความเป็นไปได้พบว่าพื้นที่โครงการท่าบกฯ ทับซ้อนกับโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาทางด่วน ส่งผลให้ภาคท้องถิ่นไม่สามารถพิจารณาโครงการดังกล่าว และทำให้การดำเนินโครงการล่าช้า (คืบหน้าเพียงร้อยละ 60) ซึ่งภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะหาแนวทางการพัฒนาเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคของลาว ทั้งนี้ บริษัทลาวสากล ไอซีดี จำกัด (บริษัท ZICD Company Limited ถือหุ้นร้อยละ 90 และรัฐวิสาหกิจลาวสากล โลจิสติกส์  (Lao International Logistics Co., Ltd) ถือหุ้นร้อยละ 10) จะเป็นผู้พัฒนาหลักของโครงการฯ

ความพร้อมของสหรัฐฯ ในการช่วยเหลือหากอิสราเอลใช้กำลังบุกฉนวนกาซา

สื่อต่างประเทศเมื่อ 16 ต.ค.66 เสนอบทวิเคราะห์ว่า แม้อิสราเอลยังไม่ใช้กองกำลังภาคพื้นดินบุกฉนวนกาซา เพื่อกวาดล้างกลุ่มฮะมาส แต่สหรัฐฯ ก็พร้อมให้การสนับสนุนอิสราเอลอย่างเต็มที่ เห็นได้จากสั่งการให้นาวิกโยธินจากหน่วยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เกือบ 2,000 นาย ไปยังอิสราเอล และกองเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 กอง ซึ่งเชื่อว่าเพื่อให้การสนับสนุนยุทโธปกรณ์จากทางทะเล และที่สำคัญที่สุด ทำให้อิสราเอลมั่นใจในการทำการกวาดล้างกลุ่มฮะมาส เนื่องจากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสหรัฐฯ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ สามารถรับมือได้ทั้งสงครามในอิสราเอลและยูเครน

รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สร้างความมั่นใจเมื่อ 16 ต.ค.66 ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ สามารถรับมือทั้งสงครามในอิสราเอลและยูเครน เนื่องจากความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจที่ตลาดแรงงานอยู่ในระดับดีมาก โดยมีอัตราการว่างงานต่ำ เพียงร้อยละ 3.5 แม้อัตราเงินเฟ้อจะสูง และการใช้จ่ายภาคครัวเรือนอาจไม่ดีนัก ทั้งนี้ International Monetary Fund (IMF) ประเมินก่อนหน้านี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัวมากกว่าที่คาด ซึ่งอาจจะอยู่ที่ร้อยละ 2.1 ในปี 2566

ชาวอเมริกันทะยอยเดินทางออกจากอิสราเอลทางทะเล

ในคำประกาศเตือนภัยของกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)สหรัฐฯ เมื่อ 16 ต.ค.66 ระบุว่า กต.สหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือชาวอเมริกัน และครอบครัวที่มีเอกสารเดินทางเรียบร้อยแล้วจำนวนหนึ่ง ออกจากเมือง Haifa ไปยังไซปรัส เมื่อช่วงเช้าของ 16 ต.ค.66 ของเวลาท้องถิ่น พร้อมกันนี้ระบุว่า กำลังมีช่องทางอื่น ๆ ช่วยเหลือชาวอเมริกันออกจากอิสราเอล ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 15 ต.ค.66ว่า กลุ่มฮะมาสต้องถูกกวาดล้าง และยังเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของกองกำลังภาคพื้นดินของอิสราเอล สหรัฐฯ จึงไม่ส่งทหารภาคพื้นดินไปเพิ่ม อนึ่งสหรัฐฯ ได้ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 กองเรือไปสนับสนุนอิสราเอลที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ผู้นำคนสำคัญของกลุ่ม BLA ถูกสังหาร พร้อมคนสนิท

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Nation และ นสพ.The Express Tribune ของปากีสถาน รายงานเมื่อ 15 ต.ค.66 ว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงของปากีสถาน สังหารนาย Saddam Hussain หรือที่รู้จักในนาม Gurru and Jabbar ผู้นำคนสำคัญของกลุ่ม Balochistan Liberation Army (BLA) และนาย Maqsood คนสนิท ในระหว่างปฏิบัติการข่าวกรอง พร้อมยึดอาวุธและวัตถุระเบิดได้เป็นจํานวนมาก ทั้งนี้ นาย Saddam เข้าร่วม BLA เมื่อปี 2551 และดํารงตําแหน่งสําคัญในฐานะผู้บัญชาการกองกําลังติดอาวุธ โดยมีส่วนร่วมในการก่อการร้าย 93 ครั้ง การโจมตีด้วยระเบิดมือและการสังหารเป้าหมายในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงการโจมตีสํานักงานใหญ่ของ Frontier Corps Balochistan เมื่อ ก.ย.66 สำหรับการเสียชีวิตของนาย Saddam ถือเป็นความพ่ายแพ้ของกลุ่ม BLA และคาดว่า กิจกรรมการก่อการร้ายในภูมิภาคจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด…

FBI ติดตามความเสี่ยงภัยคุกคามที่เพิ่มมากขึ้นต่อชาวยิวและมุสลิมในสหรัฐฯ

สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อ 15 ต.ค.66 ว่า สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (Federal Bureau of Investigation – FBI) ติดตามความเสี่ยงภัยคุกคามที่เพิ่มมากขึ้นต่อชาวยิวและมุสลิมในสหรัฐฯ หลังปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮะมาสเมื่อ 7 ต.ค.66 ซึ่งนายคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการ FBI ชี้ว่าอาจนำไปสู่ความรุนแรงและอาชญากรรมจากความเกลียดชังชาวยิวและมุสลิมในสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่ง การก่อเหตุโดยลำพัง (lone actors) ซึ่งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจพบได้ยากและไม่สามารถแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า อย่างไรก็ดี ยังไม่พบหลักฐานที่แสดงว่ากลุ่มฮะมาสหรือองค์กรก่อการร้ายต่างชาติอื่น ๆ พยายามแสวงประโยชน์จากความขัดแย้งอิสราเอล-ฮะมาส สั่งให้ผู้สนับสนุนก่อเหตุโจมตีในสหรัฐฯ ซึ่งทาง FBI ยังคงเฝ้าระวังและไม่ตัดความเป็นไปได้ดังกล่าว ทั้งนี้ FBI ยังได้หารือกับกลุ่มผู้นำทางศาสนาในประเด็นภัยคุกคามต่อชุมชนชาวยิวและมุสลิม และการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ทางศาสนา