CIA ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีโรงพยาบาลในฉนวนกาซา 100-300 คน

สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อ 19 ต.ค.66 อ้างรายงานของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency -CIA) ซึ่งระบุว่า อิสราเอลไม่เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีโรงพยาบาลในฉนวนกาซาเมื่อ 17 ต.ค.66 และประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีดังกล่าวประมาณ 100-300 คน โดยพบว่าอาคารบริเวณโรงพยาบาลได้รับความเสียหายเล็กน้อยบริเวณหลังคา แต่โครงสร้างยังคงแข็งแรง อย่างไรก็ดี CIA จะติดตามสถานการณ์ต่อไป

จีนจะควบคุมการส่งออกแร่กราไฟต์และผลิตภัณฑ์เข้มงวดมากขึ้นตั้งแต่ 1 ธ.ค.66

สำนักข่าว Xinhua รายงานอ้างแถลงการณ์กระทรวงพาณิชย์และศุลกากรของจีน เมื่อ 20 ต.ค.66 ประกาศควบคุมการส่งออกแร่กราไฟต์สังเคราะห์ (artificial graphite) และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องรวม 9 รายการ โดยเฉพาะแร่กราไฟต์ที่มีความบริสุทธ์ตั้งแต่ร้อยละ 99.9 มีความแข็งมากกว่า 30 เมกะปาสคาล และมีความหนาแน่นอย่างน้อย 1.73 กรัม/คิวบิกเซนติเมตร  รวมทั้งผงกราไฟต์ธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ส่งออกต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ธ.ค.66 โดยแร่กราไฟต์สังเคราะห์เป็นวัสดุสำคัญในอุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์เบรกรถยนต์  และประเทศผู้นำเข้าแร่กราไฟต์สำคัญของจีน ได้แก่ สหรัฐฯ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น โปแลนด์ และอินเดีย

รัฐบาลตอลิบันมีแผนจะเข้าร่วม BRI อย่างเป็นทางการ

เว็บไซต์สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 19 ต.ค.66 อ้างคำกล่าวของนาย Haji Nooruddin Azizi รักษาการรัฐมนตรีพาณิชย์ของอัฟกานิสถาน ว่า รัฐบาลตอลิบันต้องการเข้าร่วมโครงการแถบและเส้นทางของจีน (Belt and Road Initiative – BRI) อย่างเป็นทางการ และจะส่งฝ่ายเทคนิคไปยังจีน เพื่อหารือรายละเอียด นอกจากนี้ ยังได้ขอจีนให้อัฟกานิสถานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (China-Pakistan Economic Corridor-CPEC) โดยเสนอทรัพยากรแร่ธาตุจำนวนมากที่ตอบสนองประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมจีน อาทิ ลิเทียม ทองแดง และเหล็ก อย่างไรก็ดี ประเด็นความมั่นคงยังเป็นข้อห่วงกังวลของนักลงทุน เนื่องจากกลุ่มติดอาวุธ Islamic State (IS) ยังคงพุ่งเป้าโจมตีสถานเอกอัครราชทูตของประเทศต่าง ๆ รวมถึงโรงแรมของชาวจีนในกรุงคาบูล

อียิปต์ไม่รับผู้พลัดถิ่นชาวปาเลสไตน์

สื่อต่างประเทศอ้างท่าทีของประธานาธิบดี Abdel Fattah al-Sisi ของอียิปต์เมื่อ 19 ต.ค.66 ว่า ชาวอียิปต์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการที่จะรับผู้พลัดถิ่นชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากจะอันตรายจากการเป็นเป้าหมายการถูกโจมตี อย่างไรก็ดีมีรายงานในวันเดียวกันว่า การหารือระหว่างประธานาธิบดีอียิปต์กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทางโทรศัพท์เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม มีความคืบหน้าในการใช้อียิปต์เป็นช่องทางขนส่งความช่วยเหลือไปยังฉนวนกาซา ด้านอิสราเอลก็ยินยอมให้ผ่านช่องทางอียิปต์เช่นกัน

เกิดเหตุคนร้ายขู่วางระเบิดสอท.อิสราเอล และสอท.สหรัฐฯ ณ กรุงบัวโนสไอเรส

สำนักข่าวรอยเตอร์สและเว็บไซต์  La nacion ของอาร์เจนตินารายงานเมื่อ 18 ต.ค.66 ว่าตำรวจอาร์เจนตินาเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณสถานที่สำคัญและศาสนสถานของชาวยิว หลังจากที่เจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูต(สอท.)อิสราเอล และสอท.สหรัฐฯ ณ  กรุงบัวโนสไอเรส ได้รับข้อความขู่วางระเบิดจากอีเมลของบุคคลไม่ทราบชื่อ  โดยตำรวจอาร์เจนตินาตรวจสอบอาคารที่ทำการของสอท.อิสราเอล และสอท.สหรัฐฯ ขณะที่จนท.ของสถานทูตอพยพออกจากอาคารทั้งสองแห่ง อย่างไรก็ดี  สอท.สหรัฐฯ ณ  กรุงบัวโนสไอเรสได้เปิดดำเนินการตามปกติในเวลาต่อมา  ทั้งนี้  อาร์เจนตินามีชาวยิวจำนวนมากกว่า 250,000 คน ทำให้มีชุมชนชาวยิวที่มากที่สุดในภูมิภาคลาตินอเมริกา

จีนคัดค้านกรณีสหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดต่อมาตรการควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์มายังจีน

สำนักข่าวซินหัว รายงานเมื่อ 18 ต.ค.66 อ้างโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนว่า จีนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งและคัดค้านต่อกรณีที่สหรัฐฯ  เพิ่มกฎระเบียบควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงและเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์มายังจีน รวมถึงเพิ่มรายชื่อบริษัทจีนในบัญชีดำของสหรัฐฯ เพราะการกระทำดังกล่าวเกินขอบเขตของแนวคิดความมั่นคงแห่งชาติ เป็นการใช้มาตรการควบคุมการส่งออกในทางที่ผิดและเป็นการดำเนินการฝ่ายเดียว ซึ่งสร้างความเสียหายต่อกฎการตลาดและระเบียบการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รวมถึงคุกคามเสถียรภาพของอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งนี้ จีนเห็นว่าสหรัฐฯ ควรยกเลิกมาตรการดังกล่าว และสร้างสภาพแวดล้อมในการทำธุรกิจที่เท่าเทียม ยุติธรรม และคาดการณ์ได้ให้กับบริษัทในประเทศต่าง ๆ โดยจีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรม

ประธานาธิบดีจีนเสนอ 8 ขั้นตอนหลักในการส่งเสริมคุณภาพความร่วมมือในกรอบ BRI

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนกล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุม Belt and Road Forum for International Cooperation (BRF) ครั้งที่ 3 เมื่อ 18 ต.ค.66 ระบุถึง 8 ขั้นตอนหลักในการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพความร่วมมือในกรอบความริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative-BRI) ในอนาคต อาทิ สร้างเครือข่ายการเชื่อมโยง BRI ที่มีความหลากหลายครอบคลุมทั้งทางบก น้ำ และอากาศระหว่างเอเชียกับยุโรป  จัดตั้งเขตนำร่องสำหรับความร่วมมือเส้นทางสายไหมด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  การจัดตั้งกองทุนเพิ่ม 48,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสนับสนุนกองทุนเส้นทางสายไหม  ส่งเสริมโครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม ใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบัน/ความร่วมมือในกรอบ BRI  และการจัดตั้งสำนักเลขาธิการ BRF นอกจากนี้ ประธานาธิบดีจีน ได้ต้อนรับและพบหารือทวิภาคีนอกรอบกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย อาทิ ประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย คาซัคสถาน ชิลี เซอร์เบีย อุซเบกิสถาน รัสเซีย อาร์เจนตินา เวียดนาม มองโกเลีย…

อาเซียนประณามเหตุระเบิดค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศในรัฐคะฉิ่น

เว็บไซต์ asean.org ออกแถลงการณ์เมื่อ 18 ต.ค.66 ว่า อาเซียนประณามเหตุระเบิดค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (Internally Displaced Persons-IDP) ในหมู่บ้าน Munglai Hkyet รัฐคะฉิ่น  เมียนมา เมื่อ 9 ต.ค.66 ส่งผลให้มีประชาชน รวมทั้งเด็กบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งนี้ อาเซียนเรียกร้องให้มีความยับยั้งชั่งใจถึงที่สุดและยุติความรุนแรงโดยทันที เพื่อให้เกิดกระบวนการเจรจาและแก้ปัญหาสถานการณ์ในเมียนมาอย่างครอบคลุม รวมถึงแสวงหาทางออกที่สันติและยั่งยืนผ่านการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน เพื่อเสริมสร้างสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค

อิสราเอลเผชิญกระแสประท้วงกรณีโจมตีโรงพยาบาลที่ฉนวนกาซา

สำนักข่าวต่างประเทศต่างรายงานเมื่อ 18 ต.ค.66ว่า เกิดกระแสประท้วงต่อต้านการกระทำของอิสราเอลในวงกว้าง จากกรณีที่เมื่อ 17 ต.ค.66 ได้โจมตีโรงพยาบาล Al-Ahli al-Arabi ในฉนวนกาซา ซึ่งฝ่ายปาเลสไตน์อ้างว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 500 ราย การชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นหลายพื้นที่ เช่น จอร์แดน ตุรกี เลบานอน (หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสที่ถูกกล่าวอ้างว่าสนับสนุนอิสราเอล) และตูนีเซีย เป็นต้น ด้านองค์การอนามัยโลกได้ออกมาประณามการกระทำของอิสราเอลดังกล่าวด้วยเช่นกัน

นรม.มาเลเซียประกาศจุดยืนสนับสนุนกลุ่มฮะมาส

ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เผยแพร่ข้อความผ่านบัญชี X เมื่อ 17 ต.ค.66 หลังการสนทนาทางโทรศัพท์กับนาย Ismail Haniyeh หัวหน้าส่วนการเมืองของกลุ่มฮะมาส ว่า ชาวมาเลเซียสนับสนุนการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์ โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยุติการทิ้งระเบิด และจัดตั้งแนวร่วมด้านมนุษยธรรมที่จุดผ่านแดนราฟาห์ (บริเวณพรมแดนอียิปต์-ฉนวนกาซา) ซึ่งอิสราเอลจะต้องหยุดการตอบโต้กลุ่มฮะมาสโดยทันที และปฏิบัติตามมติของประชาคมระหว่างประเทศเพื่อยุติความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ โดยมาเลเซียมุ่งมั่นจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของอาหารและยารักษาโรค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ