พรรค PPP ต้องการให้รัฐบาลปากีสถานจัดการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 90 วัน

  เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Pakistan Observer รายงานเมื่อ 30 ส.ค.66 ว่า ตัวแทนพรรค Pakistan Peoples Party (PPP) พรรคร่วมรัฐบาลปากีสถาน หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปของปากีสถาน ซึ่งพรรค PPP มีจุดยืนต้องการให้ กกต.จัดการเลือกตั้งภายใน 90 วัน หลังประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทั้งนี้ กกต.ปากีสถานยังไม่กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป โดยให้เหตุผลว่า มีเหตุผลจำเป็นที่ยังไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ และคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 4 เดือน อย่างไรก็ตาม นาย Nayyar Bukhari ผู้นำพรรค PPP ระบุว่า พรรค PPP แสดงจุดยืนต้องการให้ กกต.จัดการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 90 วัน และจะกำหนดท่าทีอีกครั้งในการประชุม กกต.ครั้งต่อไปที่ลาฮอร์

ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายการทูตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น

  กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 30 ส.ค.66 ว่า นายฮายาชิ โยชิมาซะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาว่าด้วยการส่งเสริมการทูตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Advisory Board for Promoting Science and Technology Diplomacy) ครั้งที่ 6 เมื่อวันเดียวกัน โดยนายฮายาชิกล่าวในที่ประชุมว่า การส่งเสริมการทูตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นการดำเนินนโยบายที่สำคัญและเป็นประเด็นเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับความร่วมมือกับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาที่ประชาคมระหว่างประเทศเผชิญในปัจจุบัน โดยกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นจะผลักดันประเด็นดังกล่าวผ่านสถานทูตญี่ปุ่นในต่างประเทศมากขึ้น

อินเดียประท้วงจีนกรณีเผยแพร่แผนที่อ้างกรรมสิทธิ์บนพื้นที่พิพาท

  เว็บไซต์ The Times of India รายงานเมื่อ 30 ส.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Arindam Bagchi โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินเดียว่า นายสุพรหมณยัม ชัยสังกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ยื่นประท้วงทางการจีนผ่านช่องทางการทูต เมื่อ 29 ส.ค.66 ต่อกรณีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีนเผยแพร่แผนที่ 2023 “standard map” บนเว็บไซต์ทางการเมื่อ 28 ส.ค.66 โดยอินเดียไม่ยอมรับการอ้างกรรมสิทธิ์ของจีนบนพื้นที่พิพาทรัฐอรุณาจัลประเทศ และที่ราบสูงอักไสชิน ดินแดนสหภาพลาดักห์ บนแผนที่ของจีน และกล่าวเพิ่มเติมว่า การกระทำดังกล่าวจะยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหาพรมแดนพิพาทระหว่างสองประเทศซับซ้อนยิ่งขึ้น

อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียยักยอกเงินกองทุน 1MDB กว่า 17,500 ล้านบาท

  สำนักข่าวแห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 30 ส.ค.66 อ้างคำให้การของนักวิเคราะห์จากธนาคารกลางมาเลเซีย (Bank Negara Malaysia-BNM) ต่อศาลสูงมาเลเซียว่า อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก ยักยอกเงินจากกองทุนพัฒนามาเลเซีย (1MDB) ห้วงปี 2554-2557 เป็นจำนวน 2,300 ล้านริงกิต (17,500 ล้านบาท) ซึ่งโอนเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัว 2 บัญชี อีกทั้งยังพบหลักฐานที่เชื่อได้ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ และนาย Jho Low ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดี 1MDB ที่อยู่ระหว่างหลบหนี พยายามกลบเกลื่อนเส้นทางการเงินที่ไม่โปร่งใสนี้หลังจากคดี 1MDB เป็นประเด็นอื้อฉาว เมื่อปี 2558 ปัจจุบัน อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีความทั้งหมด 25 คดี ในความผิดใช้อำนาจโดยมิชอบและฟอกเงิน

มาเลเซียเผยแพร่ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านพลังงานแห่งชาติ ระยะที่ 2

  สำนักข่าว New Straits Times รายงานเมื่อ 29 ส.ค.66 ว่า มาเลเซียเผยแพร่ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านพลังงานแห่งชาติ (National Energy Transition Roadmap-NETR) ระยะที่ 2 ที่ให้ความสำคัญกับแนวทางลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน การพึ่งพาพลังงานหลายรูปแบบ และการแลกเปลี่ยนพลังงานหมุนเวียนร้อยละ 70 ภายในปี 2566 ผ่านการจัดสรรงบประมาณ 2,000 ล้านริงกิต (15,000 ล้านบาท) สำหรับดำเนินโครงการต่าง ๆ อาทิ การลงทุนในยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานไฮโดรเจน และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน ทั้งนี้ มาเลเซียต้องการมีบทบาทนำในภูมิภาคด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานและอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน และเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (net-zero greenhouse gas) ภายในปี 2593

ฝรั่งเศสยังไม่มีนโยบายถอนทูตหรือทหารออกจากไนเจอร์

สำนักข่าว BBC รายงานโดยอ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส เมื่อ 28 ส.ค.66 ซึ่งกล่าวกับนักการทูตของฝรั่งเศสที่ประจำอยู่ในและต่างประเทศ รวมถึงนาย Sylvain Itte เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำไนเจอร์ โดยนายมาครงกล่าวชื่นชมการทำงานของนักการทูตและเจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศสทุกคนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากที่เกิดขึ้นในแอฟริกา ทั้งที่เกิดขึ้นที่ซูดานและไนเจอร์ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามนายมาครงยืนยันว่าฝรั่งเศสยังไม่มีนโยบายเรียกเอกอัครราชทูตกลับ หรือถอนทหารออกจากฐานทัพในไนเจอร์ แม้คณะรัฐประหารของไนเจอร์จะประกาศให้ฝรั่งเศสถอนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกจากประเทศเมื่อ 25 ส.ค.66 รวมถึงมีการชุมนุมประท้วงต่อต้านด้านหน้าฐานทัพฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นายมาครงยังเน้นย้ำด้วยว่าที่ผ่านมาหากไม่มีทหารฝรั่งเศสหลายประเทศในแอฟริกา เช่น มาลี บูร์กินาฟาโซ คงจะไม่เป็นประเทศเช่นทุกวันนี้

จีนประกาศยกเลิกข้อบังคับให้ผู้เดินทางเข้าประเทศต้องแสดงผลตรวจ COVID-19 ตั้งแต่ 30 ส.ค.66

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อ 28 ส.ค.66 ว่า ผู้ที่จะเดินทางเข้าจีน ไม่ต้องแสดงผลตรวจ COVID-19 จากเดิมที่ต้องแสดงผลตรวจเป็นลบในห้วง 48 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่องบินโดยสาร โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 30 ส.ค.66 เป็นต้นไป นับเป็นการยกเลิกมาตรการควบคุมการระบาดของ COVID-19 ล่าสุด ตั้งแต่จีนเริ่มเปิดประเทศเมื่อ ม.ค.66 และประชาชนเดินทางเข้า-ออกประเทศมากขึ้น ทั้งนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่า ห้วงครึ่งแรกของปี 2566 มีผู้เดินทางเข้า-ออกจีนรวม 168 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 49 ของจำนวนผู้เดินทางเข้า-ออกจีนเมื่อปี 2562 ก่อนเกิดสถานการณ์การระบาด ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 8.4 ล้านคน

ญี่ปุ่นเรียกเอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงโตเกียวเข้าพบกรณีพบการโทรศัพท์ก่อกวนซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีต้นทางมาจากจีน

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 28 ส.ค.66 ว่า นายโอกาโนะ มาซาทากะ Vice-Minister for Foreign Affairs  เรียกนาย Wu Jianghao เอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงโตเกียว เข้าพบหลังญี่ปุ่นเริ่มปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดด้วยระบบบำบัดน้ำเสียขั้นสูง (Advanced Liquid Processing System-ALPS) จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะที่ 1 (Fukushima Daiichi Nuclear Power Station-FDNPS) เมื่อ 24 ส.ค.66 และพบการโทรศัพท์ก่อกวนในประเด็นดังกล่าวภายในญี่ปุ่นและโรงงานญี่ปุ่นในจีนซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีต้นทางมาจากจีน โอกาสนี้รัฐบาลญี่ปุ่นเรียกร้องให้รัฐบาลจีนชี้แจงประชาชนให้ปฏิบัติตนด้วยความสงบ รับรองความปลอดภัยของชาวญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่ทางการทูตของญี่ปุ่นในจีน และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยน้ำเสียบนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น พร้อมย้ำว่า การปล่อยน้ำเสียลงทะเลของญี่ปุ่นมีความโปร่งใส ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลจีนยกเลิกมาตรการจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ประมงจากญี่ปุ่น

อินเดียเข้าร่วมการฝึกลาดตระเวนร่วมทางอากาศกับอียิปต์ครั้งแรก

เว็บไซต์ The Hindu และเว็บไซต์ The Economic Times รายงานเมื่อ 27 ส.ค.66 ว่า กองทัพอากาศอินเดียฝึกลาดตระเวนร่วมทางอากาศภายใต้รหัส Bright Star 2023 เป็นครั้งแรก โดยกองทัพอากาศอียิปต์เป็นเจ้าภาพจัดการฝึกดังกล่าวระหว่าง 27 ส.ค.-29 ก.ย.66 ที่ฐานทัพ Mohammed Najib กรุงไคโร อียิปต์ เพื่อฝึกการวางแผน การปฏิบัติการร่วม และการส่งข้อมูลข้ามพรมแดน ขณะที่กองทัพอากาศอินเดียส่งกำลังพลจำนวน 150 นาย เครื่องบินขับไล่ MiG-29 เครื่องบินลำเลียงทางอากาศ IL-78 เครื่องบิน C-130 และเครื่องบิน C-17 เข้าร่วมฝึก ทั้งนี้ กองทัพอากาศอียิปต์จัดฝึก Bright Star เป็นประจำทุก 2 ปี โดยมีกองทัพอากาศจาก 34 ประเทศเข้าร่วม อาทิ สหรัฐฯ ซาอุดีอาระเบีย กรีซ และกาตาร์

อิหร่านกับอิรักบรรลุข้อตกลงปลดอาวุธกบฏชาวเคิร์ดที่ลี้ภัยในอิรัก

สำนักข่าว AP รายงานเมื่อ 28 ส.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Nasser Kanaani โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ว่า อิหร่านกับอิรักบรรลุข้อตกลงปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ดในอิหร่านซึ่งลี้ภัยเข้าไปตั้งฐานที่มั่นในพื้นที่เมือง Irbil และเมือง Sulaimaniyah ของรัฐบาลเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน (Kurdistan Regional Government-KRG) ทางภาคเหนือของอิรัก โดยรัฐบาลกลางอิรักจะดำเนินการปลดอาวุธให้แล้วเสร็จภายใน 19 ก.ย.66 และเคลื่อนย้ายกลุ่มดังกล่าวไปยังค่ายที่ทางการอิรักจัดสรรให้ ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันจุดยืนว่า อิหร่านจะไม่ขยายเวลาการดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าว ด้านผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติ (United Nations-UN) ว่าด้วยภารกิจช่วยเหลือของ UN ในอิรัก (United Nations Assistance Mission for Iraq-UNAMI) และรัฐบาลอิรัก ทราบและตระหนักถึงจุดยืนของอิหร่านแล้ว และย้ำด้วยว่าการให้กลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดลี้ภัยในอิรัก ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ รายงานยังอ้างเจ้าหน้าที่ทางการอิรักที่ยืนยันว่า อิรักกับอิหร่านบรรลุข้อตกลงดังกล่าวจริง และรัฐบาลกลางอิรักกำลังเร่งดำเนินการตามข้อตกลงซึ่งได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล KRG เช่น เพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาชายแดนเพื่อป้องกันการแทรกซึมของกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดจากอิหร่านและจะส่งมอบผู้ต้องสงสัยที่มีหมายจับให้อิหร่าน