ญี่ปุ่นส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงไปจีนลดลงเมื่อ ก.ค.66

สำนักข่าว Kyodo News รายงานเมื่อ 5 ก.ย.66 อ้างข้อมูลจากกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่นที่เผยแพร่เมื่อวันเดียวกันว่า ญี่ปุ่นมีมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงไปจีน 7,700 ล้านเยน (ประมาณ 1,854 ล้านบาท) เมื่อ ก.ค.66 ลดลงร้อยละ 23.2 เมื่อเทียบกับ ก.ค.65 เนื่องจากศุลกากรจีนมีมาตรการตรวจปล่อยสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ประมงที่นำเข้าจากญี่ปุ่นเข้มงวดขึ้น อีกทั้งคาดว่ามูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงจากญี่ปุ่นไปจีนจะลดลงต่อเนื่องใน ส.ค.66 และจะกระทบต่อเป้าหมายของกระทรวงฯ ในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของญี่ปุ่นเป็น 2 ล้านล้านเยน (ประมาณ 480,000 ล้านบาท) ต่อปีภายในปี 2568 ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมีมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงไปจีนลดลง เนื่องจากศุลกากรจีนเริ่มบังคับใช้มาตรการตรวจปล่อยสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ประมงที่นำเข้าจากญี่ปุ่นเข้มงวดขึ้น หลังญี่ปุ่นมีแผนจะปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดด้วยระบบบำบัดน้ำเสียขั้นสูง (Advanced Liquid Processing System-ALPS) จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะที่ 1 (Fukushima Daiichi Nuclear Power Station-FDNPS) ของบริษัท Tokyo Electric Power Company Holdings (TEPCO)…

ญี่ปุ่นร้องขอให้มีการจัดการหารือระหว่างญี่ปุ่นกับจีนภายใต้ความตกลง RCEP

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 4 ก.ย.66 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นร้องขอให้มีการจัดการหารือระหว่างญี่ปุ่นกับจีน ตามบทบัญญัติแห่งความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership-RCEP) ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นประเทศคู่สัญญา หลังจีนเริ่มบังคับใช้มาตรการระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากญี่ปุ่นทั้งหมดเมื่อ 24 ส.ค.66 จากเดิมที่ระงับการนำเข้าเพียงบางส่วน โดยญี่ปุ่นคาดหวังว่า จีนจะเร่งจัดการหารือกับญี่ปุ่นโดยเร็ว พร้อมทบทวนการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามความตกลง RCEP และญี่ปุ่นจะดำเนินการผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการร้องขอให้มีการจัดการหารือเพื่อเรียกร้องให้จีนยกเลิกการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว

ศาลฎีกาญี่ปุ่นพิพากษาให้แผนก่อสร้างทางวิ่งสำหรับอากาศยานของ นย.สหรัฐฯ ใน จ.โอกินาวาชอบด้วยกฎหมาย

สำนักข่าว Japan Today รายงานเมื่อ 5 ก.ย.66 ว่า ศาลฎีกาญี่ปุ่นอ่านคำพิพากษาเมื่อ 4 ก.ย.66 โดยพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เมื่อ มี.ค.66 ให้แผนก่อสร้างทางวิ่ง (Runway) สำหรับอากาศยานของนาวิกโยธิน(นย.)สหรัฐฯ ในญี่ปุ่น รวมถึงข้อสั่งการของรัฐบาลญี่ปุ่นให้จังหวัดโอกินาวามีคำสั่งอนุญาตก่อสร้างตามแผนดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย หลังรัฐบาลญี่ปุ่นยื่นคำขอแก้ไขแผนก่อสร้าง เนื่องจากสำรวจพบว่าบริเวณที่รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มเตรียมพื้นที่เพื่อการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2561 มากถึงร้อยละ 70 มีลักษณะเป็นดินอ่อน แต่จังหวัดโอกินาวาไม่อนุญาตตามคำขอและมีคำสั่งระงับแผนก่อสร้าง ทั้งนี้ นายทามากิ เดนนี ผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาวา ระบุว่า รู้สึกผิดหวังต่อคำพิพากษาของศาลฎีกา เนื่องจากขัดต่อหลักการความเป็นอิสระด้านการตัดสินใจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อีกทั้งอาจขัดต่อสิทธิด้านการปกครองส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งจังหวัดโอกินาวาจะยังไม่ปฏิบัติตามแผนของรัฐบาลญี่ปุ่นแม้ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาแล้ว โดยจะทบทวนคำพิพากษาอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนพิจารณาดำเนินการต่อไป

ญี่ปุ่นยื่นหนังสือโต้แย้งจีนต่อ WTO

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 4 ก.ย.66 ว่า ญี่ปุ่นยื่นหนังสือโต้แย้งจีนต่อองค์การการค้าโลก (World Trade Organization-WTO) จากกรณีจีนมีหนังสือถึง WTO เมื่อ 31 ส.ค.66  เพื่อแจ้งการบังคับใช้มาตรการฉุกเฉินของจีนเพื่อระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากญี่ปุ่นทั้งหมด จากเดิมที่ระงับการนำเข้าเพียงบางส่วน ซึ่งเป็นการแจ้งให้ WTO ทราบตามความตกลงว่าด้วยการบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Agreement on the Application of Sanitary and Phytosanitary Measures-SPS Agreement) ของ WTO โดยญี่ปุ่นชี้แจงถึงความปลอดภัยของน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดด้วยระบบบำบัดน้ำเสียขั้นสูง (Advanced Liquid Processing System-ALPS) จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะที่ 1 (Fukushima Daiichi Nuclear Power Station-FDNPS) และญี่ปุ่นยังคงเฝ้าติดตามผลหลังเริ่มปล่อย ALPS ลงทะเลเมื่อ 24 ส.ค.66 และจะชี้แจงท่าทีของญี่ปุ่นในประเด็นดังกล่าวต่อคณะกรรมการต่าง ๆ ของ WTO ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องต่อไป

ผู้นำเกาหลีเหนือเตรียมเยือนรัสเซียเพื่อกระชับความร่วมมือทางทหาร

หนังสือพิมพ์ The New York Times ของสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 4 ก.ย.66 ว่า นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือจะเดินทางเยือนนครวลาดิวอสต็อก รัสเซีย ด้วยรถไฟหุ้มเกราะเพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียใน 10-13 ก.ย.66 ขณะที่ประธานาธิบดีปูติน เข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจตะวันออก (Eastern Economic Forum-EEF) ทั้งนี้ คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะหารือประเด็นรัสเซียขอรับการสนับสนุนกระสุนปืนใหญ่และจรวดต่อสู้รถถังจากเกาหลีเหนือ เพื่อใช้ในปฏิบัติการทางทหารในยูเครน แลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือจากรัสเซียเกี่ยวกับเทคโนโลยีการพัฒนาดาวเทียมและเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงความช่วยเหลือด้านอาหาร นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีเหนืออาจเยี่ยมชมฐานทัพเรือ 33 ที่รัสเซียประจำการกองเรือแปซิฟิกในเมืองเดียวกัน และฐานปล่อยยานอวกาศ Vostochny Cosmodrome แคว้นอามูร์ ทางตะวันออกของรัสเซีย

ผู้นำเกาหลีใต้ระบุว่าการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่ออาเซียน

สำนักข่าว Yonhap ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 5 ก.ย.66 ว่า ประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อล ของเกาหลีใต้ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Kompas ของอินโดนีเซียเป็นลายลักษณ์อักษรว่า การยิงขีปนาวุธและการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อเสถียรภาพของประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมเรียกร้องให้อาเซียนแสดงจุดยืนเป็นเอกภาพต่อการยั่วยุของเกาหลีเหนือ เพื่อบรรลุเป้าหมายปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ โดยย้ำว่า สันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเกี่ยวเนื่องกับทั่วโลก นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้คาดหวังให้ความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก กับเกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น จะกลับสู่ภาวะปกติ และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับเกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่นจะเข้มแข็งขึ้น โดยเกาหลีใต้พร้อมขยายความร่วมมือกับอาเซียนและถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของเกาหลีใต้ ทั้งนี้ ประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อล มีกำหนดเยือนอินโดนีเซียเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ใน 8 ก.ย.66

อิสราเอลเปิดทำการสถานเอกอัครราชทูตในบาห์เรนอย่างเป็นทางการ

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 4 ก.ย.66 ว่า ในวันเดียวกันนาย Eli Cohen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล เข้าร่วมพิธีเปิดทำการสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ณ กรุงมานามา  บาห์เรน อย่างเป็นทางการ เมื่อ 4 ก.ย.66 โดยการเปิดสถานเอกอัครราชทูตครั้งนี้มีขึ้นหลังจากอิสราเอลและบาห์เรนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในระดับปกติตามข้อตกลง Abraham Accords ร่วมกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  โมร็อกโก และซูดาน ตามการผลักดันของสหรัฐฯ เมื่อปี 2560 ทั้งนี้นาย Cohen ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าควรทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว รวมถึงการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินตรงระหว่างกัน ด้านนายอับดุลละฏีฟ บิน รอชิด อัลซะยานี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบาห์เรน ระบุว่าการเปิดสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลในบาห์เรนแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนในภูมิภาคตะวันออกกลางร่วมกัน

เกิดความรุนแรงในงานเฉลิมฉลองวันปฏิวัติของเอริเทรียในอิสราเอล

  เหตุปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างชาวเอริเทรียที่สนับสนุนรัฐบาลกับผู้ต่อต้านรัฐบาลเอริเทรีย บริเวณสถานเอกอัครราชทูตเอริเทรีย ณ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล เมื่อ 2 ก.ย.66 ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 114 ราย ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอิสราเอลประมาณ 30 ราย ที่พยายามสลายการปะทะด้วยการยิงระเบิดแสง (Stun grenade) ใส่ผู้ก่อจลาจล เหตุปะทะดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากชาวเอริเทรียฝ่ายต่อต้านประธานาธิบดี Isaias Afwerki ของเอริเทรีย ไม่พอใจการอนุญาตให้จัดงานเฉลิมฉลองวันปฏิวัติ (Revolution Day) ของเอริเทรีย ในอิสราเอล เมื่อ 1 ก.ย.66 เพื่อรำลึกถึงการเริ่มต้นทำสงครามประกาศอิสรภาพของเอริเทรียต่อเอธิโอเปีย เมื่อ 1 ก.ย.2504 ก่อนสงครามจะดำเนินต่อเนื่องนานถึง 30 ปี (ถึงปี 2534)โดยชาวเอริเทรียในอิสราเอลต่อต้านประธานาธิบดี Afwerki ซึ่งครองอำนาจในเอริเทรียตั้งแต่ประกาศเอกราช เมื่อปี 2536 เนื่องจากประธานาธิบดี Afwerki เป็นผู้นำเผด็จการและละเมิดสิทธิมนุษชนต่อประชาชนอย่างร้ายแรง ทำให้ชาวเอริเทรียบางส่วนต้องขอลี้ภัยออกจากประเทศ โดยองค์กร Assaf ซึ่งให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ระบุว่ามีชาวเอริเทรียขอลี้ภัยมายังอิสราเอลประมาณ 25,500 คน

นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนที่อินโดนีเซียในต้น ก.ย.66

  สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 4 ส.ค.66 ว่า นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา และภริยา มีกำหนดการเยือนกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ระหว่าง 4-7 ก.ย.66 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกหลังจากเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อ 22 ส.ค.66 ด้านนาย Jean-François Tain รัฐมนตรีติดตามนายกรัฐมนตรีด้านกิจการต่างประเทศ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต จะใช้โอกาสการประชุมครั้งนี้แนะนำตัวในฐานะนายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนใหม่อย่างเป็นทางการ รวมถึงพบปะกับผู้นำ เจ้าหน้าที่ระดับสูงจาก 22 ประเทศ เช่น ประเทศสมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สหรัฐฯ รัสเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ และองค์การระหว่างประเทศอีก 9 แห่ง และว่านายกรัฐมนตรีฮุน มาเนตเป็นผู้นำประเทศอาเซียนที่มีอายุน้อยที่สุด    

รัฐบาลสหราชอาณาจักรอาจนำระบบแท็กติดตามตัว (GPS) มาใช้กับผู้ขอลี้ภัยและลาออกจากการเป็นสมาชิก ECHR

  สำนักข่าว BBC รายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนางซูเอลลา เบรเวอร์แมน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสหราชอาณาจักร เมื่อ 29 ส.ค.66 ว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะพิจารณาการใช้วิธีการทุกรูปแบบเพื่อควบคุมผู้ขอลี้ภัยซึ่งไม่ได้อาศัยอยู่ในค่ายผู้ขอลี้ภัยไม่ให้หลบหนีหายไป ซึ่งรวมถึงการนำระบบแท็กติดตามตัว (GPS) มาใช้ หรือให้ผู้ขอลี้ภัยต้องมารายงานตัวเป็นประจําที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งสหราชอาณาจักร เพื่อรับการสนับสนุนเช่นที่พักหรือความช่วยเหลือทางการเงิน โดยมาตรการต่าง ๆ จะถูกนำไปใช้ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ที่ว่าด้วยการควบคุมผู้อพยพผิดกฎหมาย (The Illegal Migration Bill) อย่างไรก็ตาม การจะนำระบบแท็กติดตามตัวมาใช้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ด้อยค่าความเป็นมนุษย์ และละเมิดสิทธิมนุษยชน รัฐบาลสหราชอาณาจักรประสบปัญหามีผู้ขอลี้ภัยจำนวนมาก โดยเมื่อ มิ.ย.66 มีผู้ขอลี้ภัยที่ตกค้างและรอคำตัดสินจากศาลว่าจะได้รับการลี้ภัยหรือไม่ ประมาณ 175,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ถึงร้อยละ 44 ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการถูกศาลตัดสินระงับโครงการส่งผู้ขอลี้ภัยไปรวันดา เนื่องจากเกรงว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงที่ผู้ขอลี้ภัยอาจถูกบังคับให้กลับไปยังประเทศที่หลบหนีมา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหราชอาณาจักรจะพยายามผลักดันโครงการดังกล่าวให้ดำเนินการต่อ และกำลังพิจารณาว่าต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป (European Court of Human Rights-ECHR) ซึ่งดูแลกฎที่นําไปสู่การตัดสินนโยบายรวันดาหรือไม่