นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนใหม่ประกาศนโยบายสำคัญ 6 ข้อ

  สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 22 ส.ค.66 ว่า สภาแห่งชาติกัมพูชามีมติ 123 ต่อ 125 เสียง รับรองนายฮุน มาเนต เป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนใหม่ ด้านนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนตย้ำว่า รัฐบาลกัมพูชาจะให้ความสำคัญกับนโยบาย 6 ข้อ ได้แก่ 1) การขยายบริการด้านสาธารณสุขและสิทธิการรักษาอย่างครอบคลุม 2) การจัดการอบรมทักษะอาชีพให้เยาวชนจากครอบครัวยากจน 3) การจัดตั้งสถาบันด้านความช่วยเหลือในสังคมสำหรับกลุ่มคนยากจนและกลุ่มเปราะบาง เฉพาะอย่างยิ่งกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่แน่นอน/วิกฤตเศรษฐกิจ 4) การเร่งรัดยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจนอกระบบให้สามารถเข้าถึง/ใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจในระบบ 5) การส่งเสริมกลไกประสานงานภาคการเงิน เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร ความสามารถในการเข้าถึงตลาด และเสถียรภาพด้านราคา และ 6) การส่งเสริมกิจกรรมด้านการเกษตร และจัดตั้งสภาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล

ไต้หวันถูกโจมตีทางไซเบอร์มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

สำนักข่าว Taiwan News รายงานอ้างการวิจัยของสถาบัน ForiGuard Labs ซึ่งศึกษาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของสหรัฐฯ เมื่อ 17 ส.ค.66 ว่า ห้วงครึ่งแรกของปี 2566 ไต้หวันเป็นพื้นที่ที่ถูกโจมตีทางไซเบอร์มากที่สุด ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยไต้หวันถูกโจมตีเพิ่มขึ้นร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 และห้วง ม.ค.-ก.ค.66 ไต้หวันถูกโจมตีทางไซเบอร์ประมาณ 224,000 ล้านครั้ง (15,000 ครั้ง/วินาที) คิดเป็นร้อยละ 55 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเป็นการโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ (DDoS) และการใช้โปรแกรม DoublePulsar เพื่อฝัง Backdoor ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งข้อมูลกลับไปยังแฮกเกอร์ รวมถึงการใช้ Wiper Malware ซึ่งจะเข้าไปทำลายข้อมูลในอุปกรณ์ ทำให้ข้อมูลที่โดนลบไม่สามารถกู้คืนได้ ทั้งนี้ FortiGuard Labs ชี้ว่าการใช้แรนซัมแวร์เพื่อแทรกซึมเข้าไปในระบบมีความซับซ้อนและเป็นระบบมากขึ้น ทั้งยังพบว่ากลุ่มแฮกเกอร์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น generative AI ช่วยปฏิบัติการ ทำให้การโจมตีทางไซเบอร์มีความซับซ้อนและตรวจจับได้ยากขึ้นด้วย

จีนจะขยายความร่วมมือด้านการทหารกับเบลารุส

สำนักข่าว Global Times รายงานเมื่อ 17 ส.ค.66 ว่า พล.อ. หลี่ ชางฟู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน ซึ่งกำลังเยือนเบลารุสกล่าวในการพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเบลารุสว่า จีนยินดีและต้องการจะขยายความร่วมมือด้านการทหารกับเบลารุสมากขึ้น เพื่อรักษาสันติภาพโลก กับทั้งเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่กำลังเปลี่ยนแปลงและเริ่มเสียสมดุล ทั้งนี้ เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่นายทหารระดับสูงของจีนเดินทางเยือนเบลารุสอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่า จะมีการหารือเพื่อร่างข้อตกลงกำหนดกรอบความร่วมมือด้านการทหารระหว่างกัน และยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างจีน-เบลารุส สู่ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ในอนาคต

เนเธอร์แลนด์และเดนมาร์กจะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-16 ให้ยูเครน

สำนักข่าว Anadolu Agency และสำนักข่าว AP รายงานเมื่อ 20 ส.ค.66 โดยอ้างถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรี Mark Rutte ของเนเธอร์แลนด์ และนายกรัฐมนตรี Mette Frederiksen ของเดนมาร์ก ภายหลังพบปะกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนที่เดินทางเยือนเนเธอร์แลนด์และเดนมาร์กว่า ทั้ง 2 ประเทศจะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-16 ให้กับยูเครน พร้อมทั้งให้การฝึกอบรมทหารยูเครนสำหรับการบังคับใช้เครื่องบินดังกล่าว โดยเดนมาร์กจะส่งมอบเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 19 ลำให้แก่ยูเครน ซึ่งคาดว่าจะส่งมอบ 6 ลำแรกได้ในห้วงปีใหม่ อีก 8 ลำในปี 2567 และอีก 5 ลำในปี 2568 ขณะที่เนเธอร์แลนด์ยังไม่ได้ระบุว่าจะส่งมอบให้ยูเครนกี่ลำ ทั้งนี้ คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นภายหลังสหรัฐฯ อนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ ที่มีเครื่องบินขับไล่ F-16 ซึ่งผลิตในสหรัฐฯ สามารถส่งมอบให้ยูเครนได้เมื่อ 18 ส.ค.66

เกาหลีเหนือฝึกซ้อมยิงขีปนาวุธร่อนจากเรือรบ

สำนักข่าว Yonhap ของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 21 ส.ค.66 ว่า ในวันเดียวกันสำนักข่าว KCNA สื่อทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เยี่ยมชมกองเรือของกองทัพเรือที่รับผิดชอบชายฝั่งตะวันออก และร่วมชมการฝึกซ้อมยิงขีปนาวุธร่อน (Cruise Missile) อย่างไรก็ดี ไม่มีการเปิดเผยวันและเวลาการทดสอบ ทั้งนี้ การฝึกซ้อมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยืนยันประสิทธิภาพการรบของเรือรบและระบบขีปนาวุธ รวมถึงเพิ่มความชำนาญแก่ เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติภารกิจโจมตีในสงครามจริง นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือระบุว่า จะเสริมสร้างความเข้มแข็งของกองทัพเรือเกาหลีเหนือ เพื่อให้เป็นกองทัพเรือที่มีขีดความสามารถครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการรบ การโจมตีและป้องกันพื้นผิวและใต้น้ำที่ทันสมัย โดยการฝึกซ้อมยิงขีปนาวุธร่อนครั้งนี้มีขึ้นในห้วงที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ฝึกซ้อมประจำปี Ulchi Freedom Shield (UFS) ระหว่าง 21-31 ส.ค.66

เกาหลีใต้และสหรัฐฯ เริ่มการฝึกร่วมทางทหารประจำปี รหัส Ulchi Freedom Shield

สำนักข่าว Yonhap ของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 21 ส.ค.66 ว่า เกาหลีใต้และสหรัฐฯ เริ่มการฝึกร่วมทางทหารประจำปี ภายใต้รหัส Ulchi Freedom Shield (UFS) มีกำหนดระหว่าง 21-31 ส.ค.66 เพื่อยกระดับการเตรียมความพร้อมทางทหาร ในห้วงที่คาบสมุทรเกาหลีเผชิญความตึงเตรียดจากการที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธและแสดงท่าทีแข็งกร้าวตอบโต้ความร่วมมือทางทหารระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ โดยการฝึก UFS ครั้งนี้ มุ่งเน้นการเตรียมพร้อมรับมือสงครามทุกรูปแบบ ประกอบด้วย การฝึกซ้อมบังคับบัญชาสถานการณ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การฝึกภาคสนาม และการฝึกซ้อมการปกป้องพลเรือน ในวันเดียวกัน สื่อทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ร่วมชมการทดสอบขีปนาวุธร่อนที่ยิงจากเรือรบ ซึ่งคาดว่าเป็นการประท้วงการฝึก UFS ทั้งนี้ การฝึก UFS ครั้งนี้ นอกจากเกาหลีใต้และสหรัฐฯ แล้ว ประเทศสมาชิกของกองบัญชาการสหประชาชาติ (United Nations Command-UNC) จะเข้าร่วมการฝึกด้วย ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร กรีซ อิตาลี นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ และไทย…

ประธานาธิบดีศรีลังกามีกำหนดเยือนสิงคโปร์ระหว่าง 21-22 ส.ค.66

สำนักข่าว Ada Derana ของศรีลังกา รายงานเมื่อ 20 ส.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีรานิล วิเกรมีสิงเห ของศรีลังกา เดินทางเยือนสิงคโปร์เป็นเวลา 2 วัน ระหว่าง 21-22 ส.ค.66 โดยมีกำหนดเข้าพบหารือกับประธานาธิบดีฮาลิมาห์ ยาโคบ นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ และลงนามข้อตกลงการดำเนินการภายใต้ความตกลงปารีส เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ระหว่างรัฐบาลสองประเทศ ทั้งนี้ ตามบทบัญญัติข้อ 6 ของข้อตกลงดังกล่าวระบุว่า ประเทศสมาชิกจะร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกผ่านการซื้อขายคาร์บอนระหว่างประเทศ

อิหร่านและซาอุดีอาระเบียจะเร่งแต่งตั้งผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารระหว่างกัน

สำนักข่าว Press TV และสำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่าน รายงานเมื่อ 16 ส.ค.66 ว่า ในวันเดียวกันนี้ พลจัตวา Amir Aziz Nasirzadeh รองเสนาธิการกองทัพอิหร่าน พบหารือกับพลตรี Talal bin Abdullah bin Turki Al-Otaibi ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย นอกรอบการประชุมความมั่นคงระหว่างประเทศครั้งที่ 11 ที่กรุงมอสโก รัสเซีย (Moscow Conference on International Security-MCIS) เมื่อ 15 ส.ค.66 ซึ่งรัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวเป็นประจำทุกปี ในการพบหารือ รองเสนาธิการกองทัพอิหร่านและผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย เห็นตรงกันที่จะเร่งแต่งตั้งผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร (Military Attaché) ประจำประเทศระหว่างกัน รวมถึงหารือเกี่ยวกับแผนการดำเนินความร่วมมือทวิภาคีด้านความมั่นคงและการทหาร เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ การพบหารือดังกล่าว เป็นการพบหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ทางการทหารระดับสูงของอิหร่านและซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายบรรลุการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อ มี.ค.66

ซาอุดีอาระเบียลงนามข้อตกลงด้านอสังหาริมทรัพย์กับจีนมูลค่ากว่า 1,330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าว SPA ของทางการซาอุดีอาระเบีย และสำนักข่าว Al Mayadeen ของเลบานอน รายงานเมื่อ 16 ส.ค.66 ว่า นาย Majed bin Abdullah bin Hamad Al-Hogail รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการเทศบาลเมืองและชนบทของซาอุดีอาระเบีย ระบุในที่ประชุมธุรกิจซาอุดีอาระเบีย-จีน (Saudi-Chinese Business Forum) ซึ่งจัดที่กรุงปักกิ่ง จีน ในวันเดียวกันว่า ซาอุดีอาระเบียพร้อมเพิ่มความร่วมมือในการพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์กับจีนจากปัจจุบันที่ซาอุดีอาระเบียมีความร่วมมือกับบริษัทจีนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย มูลค่า 799 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงนอกรอบการประชุมดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการเทศบาลเมืองและชนบทของซาอุดีอาระเบียร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านอสังหาริมทรัพย์ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การจัดหาเงินทุน และโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย ระหว่างบริษัทและธนาคารของซาอุดีอาระเบียกับจีน จำนวน 12 ฉบับ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1,330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แอฟริกาใต้ยกระดับมาตรการ รปภ.ในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 15

พล.ต.ท. Tebello Mosikili รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแอฟริกาใต้ แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อ 17 ส.ค.66 ว่า หน่วยงานด้านความมั่นคง National Joint Operational and Intelligence Structure (NATJOINTS) ได้ยกระดับการเฝ้าระวังและเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ เพื่อรักษาความปลอดภัยในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 15 ซึ่งจะจัดที่ศูนย์การประชุม Sandton เมืองโจฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ ระหว่าง 22-24 ส.ค.66 โดยรัฐบาลและหน่วยงานในพื้นที่จะประสานงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมระดับสูงสุดในการต้อนรับผู้นำ BRICS และคณะผู้ติดตาม เช่น จัดกองกำลังรักษาความปลอดภัยเพื่อดูแลพื้นที่โดยรอบการประชุม การบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นสูงสุดต่อผู้ก่อเหตุ และการปิดถนนบริเวณโดยรอบระหว่าง 20-24 ส.ค.66 นอกจากนี้ ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และขอให้ประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงอย่างเคร่งครัดด้วย