รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 7 ปี

สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่าน และสำนักข่าว SPA ของทางการซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อ 17 ส.ค.66 ว่า นาย Hossein Amir-Abdollahian รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนซาอุดีอาระเบีย แถลงร่วมกับเจ้าชาย Faisal bin Farhan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย หลังเสร็จสิ้นการพบหารือในวันเดียวกันนี้ว่า การพบหารือครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและอยู่บนแนวทางที่ดี สานต่อขั้นตอนการดำเนินการตามข้อตกลงฟื้นฟูทางการทูตระหว่างอิหร่านกับซาอุดีอาระเบีย หลังจากทั้งสองประเทศแต่งตั้งเอกอัครราชทูต และกลับมาเปิดสถานเอกอัครราชทูตระหว่างกันอย่างเป็นทางการ เมื่อ มิ.ย.66 โอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายยังยืนยันจะกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือระดับทวิภาคีในด้านต่าง ๆ ครอบคลุมด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม บนพื้นฐานการส่งเสริมเสถียรภาพของทั้งสองประเทศ รวมถึงภูมิภาค ซึ่งอิหร่านเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือพิเศษในด้านต่าง ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายสนใจร่วมกัน และยังได้หารือเรื่องการจัดตั้งสภาความร่วมมือระหว่างประเทศ (Bilateral Relations Coordination Council) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานสภาฯ ร่วม เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทวิภาคีให้เกิดความก้าวหน้า นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียแสดงความคาดหวังให้ประธานาธิบดีอิบรอฮีม เราะอีซีของอิหร่าน ตอบรับการเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ การเยือนของนาย Abdollahian เป็นการเยือนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านครั้งแรกในรอบ 7 ปี นับจากซาอุดีอาระเบียตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านเมื่อปี…

เวียดนามย้ำว่าจะยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับสหรัฐฯ เมื่อทั้งสองประเทศพร้อม

สำนักข่าว VNexpress International รายงานอ้างถ้อยแถลงของนาง Pham Thu Hang โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม เมื่อ 17 ส.ค.66 ย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างเวียดนามกับสหรัฐฯ ที่มีความใกล้ชิดทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ในฐานะเป็นหุ้นส่วนแบบรอบด้าน (Comprehensive Partnership) และได้หารือการยกระดับความสัมพันธ์ใหม่ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นบนเงื่อนไขความพร้อมร่วมกัน เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาทั้งในระดับทวิภาคี พหุภาคี และระดับโลก ทั้งนี้ เวียดนามและสหรัฐฯ สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2538 และยกระดับเป็นหุ้นส่วนแบบรอบด้านเมื่อปี 2556 สำหรับการค้าทวิภาคีเมื่อปี 2565 มีมูลค่า 123,860 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากเมื่อปี 2564 โดยสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 และเป็นคู่ค้าอันดับสองของเวียดนาม และสหรัฐฯ ลงทุนในเวียดนามมากเป็นอันดับ 11 รวมมูลค่ามากกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประธานาธิบดีคาซัคสถานจะเยือนเวียดนามระหว่าง 20-22 ส.ค.66

สำนักข่าว Vietnam Plus รายงานเมื่อ 17 ส.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาง Pham Thu Hang โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามในวันเดียวกันว่า ประธานาธิบดีคาซีม-โยมาร์ต โตคาเยฟ ของคาซัคสถาน กำหนดจะเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการระหว่าง 20-22 ส.ค.66 ซึ่งเป็นการเยือนเวียดนามครั้งแรกในรอบ 12 ปี ของผู้นำคาซัคสถาน ทั้งนี้ เวียดนามและคาซัคสถานสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2535 การค้าทวิภาคีมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 ต่อปี โดยเมื่อปี 2565 มีมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการตั้งเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 ปัจจุบันคาซัคสถานลงทุนในเวียดนาม 5 โครงการ ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โทรคมนาคมและการสื่อสาร และธุรกิจค้าปลีก รวมมูลค่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ

รัฐบาลตอลิบันเฉลิมฉลองครบรอบ 2 ปีการกลับคืนสู่อำนาจ

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 16 ส.ค.66 ว่า รัฐบาลตอลิบันเฉลิมฉลองครบรอบ 2 ปีในการกลับสู่อำนาจ และปกครองประเทศภายใต้ระบบอิสลาม เมื่อ 15 ส.ค.66 ซึ่งรัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดด้วย อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติ (United Nations-UN) ระบุว่า นับตั้งแต่ตอลิบันคืนสู่อำนาจ สิทธิของผู้หญิงภายในประเทศถูกลิดรอนมากขึ้น จากเดิมที่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ภายใต้การปกครองของรัฐบาลที่มีชาติตะวันตกหนุนหลัง แต่ปัจจุบันเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 12 ปี จะถูกห้ามเรียนต่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้หลายประเทศไม่ให้การรับรองรัฐบาล ผู้แทนพิเศษของ UN ก็ระบุด้วยว่า ภายใต้การปกครองของตอลิบันทำให้การทุจริตเงินช่วยเหลือจากต่างชาติลดลง ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดการทุจริตอย่างมากในช่วงที่ตอลิบันถูกโค่นอำนาจเมื่อปี 2544 และรัฐบาลตอลิบันยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามฝิ่น ซึ่งทำให้พื้นที่ปลูกฝิ่นในปัจจุบันลดลงอย่างมาก

อาเซียน+3 ส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค

หนังสือพิมพ์ Jakarta Globe รายงานเมื่อ 16 ส.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาย Berlianto Pandapotan ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือเศรษฐกิจอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ว่า อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียน เตรียมส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ในภูมิภาค ภายใต้กรอบอาเซียน+3 (สมาชิกอาเซียน 10 ประเทศกับจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น) ตามปฏิญญาว่าด้วยการพัฒนาระบบนิเวศสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาค (ASEAN Leaders’ Declaration on Developing Regional Electric Vehicle Ecosystem) ที่ผู้นำอาเซียนให้การรับรองในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 42 เมื่อ พ.ค.66 ทั้งนี้ คาดว่าอาเซียน+3 จะออกแถลงการณ์ว่าด้วยการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (ASEAN Plus Three leaders’ statement on EV Ecosystem) ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 43 ใน ก.ย.66

กัมพูชาเตรียมการรักษาความปลอดภัยในห้วงพิธีเปิดประชุมสภาแห่งชาติ ชุดที่ 7

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 16 ส.ค.66 อ้างผลการประชุมเตรียมความพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับพิธีเปิดประชุมสภาแห่งชาติกัมพูชา ชุดที่ 7 เมื่อ 14 ส.ค.66 ว่านาย Khuong Sreng ผู้ว่าราชการราชธานีพนมเปญ สั่งการให้เตรียมเจ้าหน้าที่และกำลังพลจากทั้ง 14 เขตในราชธานีพนมเปญ และให้ความสำคัญกับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดระหว่างพิธีเปิดประชุมสภาแห่งชาติและพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของรัฐบาลชุดใหม่ ใน 21-22 ส.ค.66 พระบาทสมเด็จพระบรมนารถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชา จะเสด็จฯ มาทรงทำพิธีเปิดประชุมสภาแห่งชาติ ชุดที่ 7 สมัยสามัญ ใน 21 ส.ค.66 จากนั้นจะเลือกประธานและรองประธานสภาแห่งชาติ เลือกประธานและรองประธานคณะกรรมาธิการสภาฯ และ ลงมติรับรองรัฐบาลใหม่ นอกจากนี้ ทางการราชธานีพนมเปญจะวางกำลังพลทุกพื้นที่เพื่อรักษาความมั่นคง ความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยในห้วงดังกล่าว

ศรีลังกายกเลิกการห้ามนำเข้ารถโดยสารและรถบรรทุก

สำนักข่าวแห่งชาติบังกลาเทศ (Bangladesh Sangbad Sangstha-BSS) รายงานเมื่อ 16 ส.ค.66 ว่า วิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงในประวัติศาสตร์ศรีลังกาเริ่มคลี่คลาย ทำให้รัฐบาลศรีลังกายกเลิกการห้ามนำเข้ารถโดยสารและรถบรรทุกที่ดำเนินมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปี โดยประธานาธิบดีรานิล วิเกรมีสิงเห ลงนามในคำสั่งยกเลิกดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ศรีลังกายังไม่ยกเลิกการห้ามนำเข้ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถ Scooter จนกว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศจะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งส่งผลให้ราคาในตลาดรถยนต์มือสองแพงขึ้นมาก

ศรีลังกายกเลิกโครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันมูลค่า 3,850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าว AFP รายงานเมื่อ 16 ส.ค.66 ว่า รัฐบาลศรีลังกามีมติยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันมูลค่า 3,850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (136,483 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นโครงการลงทุนจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงสุด เนื่องจากบริษัท Silver Park International ซึ่งเป็นของชาวอินเดียและโอมานที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ ไม่สามารถเริ่มโครงการก่อสร้างได้ตามกำหนดเมื่อปี 2562 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลศรีลังกามีแผนจะหาบริษัทต่างชาติรายใหม่ร่วมลงุทน อาทิ บริษัท Sinopec and Vitol ของจีน ซึ่งเป็นตัวเก็งที่จะได้รับสัมปทาน ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันแห่งดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือ Hambantota ที่จีนได้รับสัมปทานจากรัฐบาลศรีลังกาให้บริหารท่าเรือเป็นเวลา 99 ปี

กลุ่มผู้ชุมนุมชาวมุสลิมก่อเหตุทุบ ทำลาย และเผาโบสถ์คริสต์ในปากีสถาน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 16 ส.ค.66 ว่า เกิดเหตุกลุ่มผู้ชุมนุมชาวมุสลิมโจมตีชุมชนชาวคริสต์ในย่าน Jaranwala เมือง Faisalabad ทางตะวันออกเฉียงเหนือของปากีสถาน หลังจากมีชาวคริสต์ที่อาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าวถูกกล่าวหาว่า ดูหมิ่นคัมภีร์อัลกุรอาน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมชาวมุสลิมได้ทุบทำลายและวางเพลิงเผาโบสถ์และบ้านเรือนของชาวคริสต์หลายแห่ง ทำให้ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุได้มากกว่า 100 คน นาย Anwar ul Haq Kakar รักษาการนายกรัฐมนตรีปากีสถาน สั่งการให้ตำรวจเร่งสืบสวนและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งต่อมาปรากฏข่าวสารว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรค Tehreek-e-Labaik Pakistan (TLP) ทั้งนี้ การดูหมิ่นศาสนาอิสลามในปากีสถานมีโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการลงโทษประหารชีวิตผู้กระทำผิดในห้วงที่ผ่านมา แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนในปากีสถานกังวลการบังคับใช้กฎหมายห้ามลบหลู่ ดูหมิ่นการนับถือศาสนา และความเชื่อถือศาสนาอิสลาม เนื่องจากอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกล่าวหาฝ่ายตรงข้าม

พล.อ. ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชามีกำหนดเยือนจีนในกลาง ก.ย. และกลาง ต.ค.66

หนังสือพิมพ์ Phnom Penh Post รายงานเมื่อ 15 ส.ค.66 อ้างข้อความเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของนายฮุน เซน อดีต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และผลการพบหารือระหว่าง พล.อ. ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อ 12 ส.ค.66 ว่า พล.อ.ฮุน มาเนต มีกำหนดการเยือนจีน เพื่อเข้าร่วมงาน China-ASEAN Expo ครั้งที่ 20 ที่นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซี และเข้าร่วมการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative-BRI) ที่กรุงปักกิ่ง จีน ในช่วงกลาง ก.ย.66 และกลาง ต.ค.66 ตามลำดับ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาย้ำจุดยืนของกัมพูชาที่มีต่อจีนจะไม่เปลี่ยนแปลง โดยยังยึดมั่นสนับสนุนนโยบายจีนเดียวและจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของจีน โอกาสนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่าจีนเคารพอธิปไตยของกัมพูชาและพร้อมสนับสนุนรัฐบาลกัมพูชาชุดใหม่ ภายใต้การนำของ พล.อ.…