ผู้นำติมอร์-เลสเตระบุอาจไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนหากการแก้ไขปัญหาเมียนมาไม่คืบหน้า

สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 8 ส.ค.66 อ้างบทสัมภาษณ์นาย Xanana Gusmao นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว The Jakarta Post ว่า ติมอร์-เลสเตอาจพิจารณาไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ของอาเซียน หากอาเซียนยังไม่สามารถหาแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในเมียนมาให้คืบหน้าได้ โดยเฉพาะการโน้มน้าวรัฐบาลทหารเมียนมาให้ร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหา ก่อนหน้านี้ ผู้นำติมอร์-เลสเต เคยมีบทบาทสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา ด้วยการเชิญ นางซินมาอ่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government-NUG) เข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งรัฐบาลชุดใหม่ของติมอร์-เลสเต เมื่อ 1 ก.ค.66 ซึ่งทำให้รัฐบาลทหารเมียนมาไม่พอใจและเชิญอุปทูตติมอร์-เลสเต ณ กรุงย่างกุ้ง เข้าพบ เมื่อ 5 ก.ค.66 เพื่อเรียกร้องให้ติมอร์-เลสเต ยุติการปฏิสัมพันธ์กับ NUG ซึ่งเมียนมากำหนดเป็นกลุ่มก่อการร้าย นอกจากนี้ ผู้นำติมอร์-เลสเต ยังเคยเรียกร้องให้ประชาคมโลกสนับสนุน NUG เช่นเดียวกับที่สนับสนุนยูเครนเพื่อต่อต้านรัสเซียในการประชุมสหประชาชาติ (United Nations-UN) เมื่อปี 2565 อีกด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนเยือนสิงคโปร์ มาเลเซีย และกัมพูชาระหว่าง 10-13 ส.ค.66

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อ 9 ส.ค.66 ว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน จะเยือนสิงคโปร์ มาเลเซีย และกัมพูชา ระหว่าง 10-13 ส.ค.66 ตามคำเชิญของ นาย Vivian Balakrishnan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ นาย Zambry Abd Kadir รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย และนายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา การเยือนต่างประเทศครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกของนายหวัง อี้หลังกลับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนอีกครั้งเมื่อ 25 ก.ค.66 และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างจีนกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและเติบโตต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนาความสัมพันธ์รูปแบบใหม่กับสิงคโปร์สู่การปฏิบัติ และประสบความก้าวหน้าอย่างมั่นคงในกรอบความร่วมมือแถบและเส้นทางในการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกันกับมาเลเซียและกัมพูชา

IIMM ระบุกองทัพเมียนมาก่ออาชญากรรมสงครามอย่างชัดเจนและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำนักข่าว AP รายงานเมื่อ 8 ส.ค.66 อ้างแถลงของคณะสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเมียนมาขององค์การสหประชาชาติ (UN Independent Investigative Mechanism for Myanmar-IIMM) ระบุว่า ห้วง มิ.ย.65-มิ.ย.66 กองทัพเมียนมาก่ออาชญากรรมสงครามอย่างชัดเจนและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการโจมตีทางอากาศและการเผาทำลายบ้านเรือนต่อเป้าหมายที่เป็นพลเรือนอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ ในพื้นที่ภาคสะไกง์ ภาคมะก่วย รัฐชิน รัฐกะเหรี่ยง และรัฐคะยา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มต่อต้าน โดยที่กองทัพอาจรู้อยู่แล้วว่ามีพลเรือนจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวในช่วงเวลาที่มีการโจมตี ขณะนี้ IIMM กำลังรวบรวมหลักฐาน อาทิ ภาพถ่าย วิดีโอ ไฟล์เสียง เอกสาร แผนที่ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และบัญชีพยานมากกว่า 200 บัญชี เพื่อใช้ดำเนินคดีในกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศต่อผู้ที่ต้องรับผิดชอบในคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ รวมถึงอาชญากรรมทางเพศ ทั้งนี้ IIMM จัดตั้งโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council-UNHRC) เมื่อปี 2561 เพื่อติดตามและสืบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศในเมียนมา

KIA บุกยึดฐานปฏิบัติการของกองทัพเมียนมาในรัฐคะฉิ่น

สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 8 ส.ค.66 อ้าง พ.อ. หน่อบู โฆษกกองทัพคะฉิ่นอิสระ (Kachin Independence Army-KIA) ว่า KIA บุกโจมตียึดฐานปฏิบัติการของกองทัพเมียนมา กองพลทหารราบเบาที่ 33 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ฐานปฏิบัติการ Mt Kathaing และฐานปฏิบัติการ Nam Hmaw รวมถึงฐานปฏิบัติการของกองกำลัง Shan Nationalities Army (SNA) อีก 1 แห่ง ใน จ.ผากั้น รัฐคะฉิ่น เมื่อ 7 ส.ค.66 ทั้งยังจับสมาชิก SNA ไว้เป็นตัวประกัน 3 คน พร้อมด้วยอาวุธ ขณะเดียวกันมวลชนในพื้นที่ระบุว่า ทหารเมียนมาที่ประจำการที่ฐานปฏิบัติการดังกล่าวประมาณ 70 นาย มีบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน โดย…

ญี่ปุ่นยกเว้นการตรวจลงตราให้บราซิล

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 10 ส.ค.66 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะยกเว้นการตรวจลงตราให้บราซิลสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป โดยสามารถพำนักอยู่ในญี่ปุ่นไม่เกิน 90 วัน ตั้งแต่ 30 ก.ย.66 ซึ่งเป็นการดำเนินการตามที่นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศระหว่างการพบหารือกับนายลูอิซ อินาชิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล เมื่อ 20 พ.ค.66 ขณะที่รัฐบาลบราซิลจะยังคงยกเว้นการตรวจลงตราให้ชาวญี่ปุ่นต่อไปหลัง 30 ก.ย.66 เช่นกัน ทั้งนี้ การยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างญี่ปุ่นกับบราซิลครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 115 ปี ที่ชาวญี่ปุ่นอพยพไปบราซิล ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน วัฒนธรรม และธุรกิจ รวมทั้งฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว

ประธานาธิบดีรัสเซียอาจเยือนตุรกีในปลาย ส.ค.66 เพื่อกระชับความสัมพันธ์รวมทั้งอาจหารือรื้อฟื้นข้อตกลงการส่งออกธัญพืช

สำนักข่าว Tass รายงานอ้างหนังสือพิมพ์ Hurriyet ของตุรกี เมื่อ 7 ส.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียมีกำหนดเยือนตุรกีในปลาย ส.ค.66 เพื่อหารือประเด็นทวิภาคีที่สำคัญระหว่างกัน รวมทั้งความสัมพันธ์ไตรภาคีระหว่างตุรกี อาเซอร์ไบจาน และอาร์มาเนีย แนวทางการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีกับซีเรียให้กลับมาเป็นปกติ และอาจหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรื้อฟื้นข้อตกลงการส่งออกธัญพืช ทั้งนี้ ประธานาธิบดีปูตินและประธานาธิบดีเรเซป เทยิป เออร์โดกัน ของตุรกี หารือทางโทรศัพท์เมื่อ 2 ส.ค.66 เป็นครั้งแรกหลังจากที่รัสเซียยุติการต่ออายุข้อริเริ่ม Black Sea Grain Initiative (เมื่อ 17 ก.ค.66) ซึ่งประธานาธิบดีเออร์โดกัน ให้สัมภาษณ์สื่อตุรกีว่าประธานาธิบดีรัสเซียอาจเยือนตุรกีใน ส.ค.66

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ พบหารือคณะรัฐประหารไนเจอร์

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 7 ส.ค.66 ว่า นาง Victoria Nuland รักษาราชการแทนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการการเมือง เยือนกรุงนีอาเม ไนเจอร์ เพื่อพบหารือกับภาคประชาสังคมและสภาแห่งชาติเพื่อการพิทักษ์มาตุภูมิ (National Council for the Safeguard of the Homeland-CNSP) หรือคณะรัฐประหารไนเจอร์ โดยสหรัฐฯ แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไนเจอร์ พร้อมเน้นย้ำจุดยืนสนับสนุนประชาธิปไตยและระเบียบตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้แจ้งเตือนความเสี่ยงที่ไนเจอร์จะถูกสหรัฐฯ ระงับความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง และเรียกร้องให้ปล่อยตัวประธานาธิบดี Mohamed Bazoum และครอบครัว รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ถูกคุมขังโดยทันที ซึ่งสหรัฐฯ จะยังคงร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาคซาเฮล รวมถึงประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (Economic Community of West African States-ECOWAS) เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาค อย่างไรก็ดี ผู้แทนสหรัฐฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับ พล.อ. Abdourahamane Tchiani ประธานสภาแห่งชาติเพื่อการพิทักษ์มาตุภูมิ ขณะที่คณะรัฐประหารไนเจอร์เร่งกระชับความสัมพันธ์กับกลุ่ม Wagner

อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเรียกร้องการยกระดับมาตรการป้องปรามและตอบโต้ภัยคุกคามต่อไต้หวัน

สำนักข่าว Kyodo News รายงานเมื่อ 8 ส.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายอาโซ ทาโร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น รองหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) พรรครัฐบาลญี่ปุ่น และอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ต่อที่ประชุม Ketagalan Forum-2023 Indo-Pacific Security Dialogue เมื่อวันเดียวกัน ที่กรุงไทเป ไต้หวัน ว่า การรักษาสันติภาพและความมั่นคงบริเวณช่องแคบไต้หวันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อป้องกันการก่อสงครามในภูมิภาค ทั้งนี้นายอาโซเห็นว่า ปัจจุบันสถานการณ์ช่องแคบไต้หวันอยู่ในระดับร้ายแรงที่สุดในประวัติการณ์ จากการที่จีนซ้อมรบบริเวณรอบไต้หวันอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโต้กรณีนางแนนซี เพโลซี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวันอย่างเป็นทางการเมื่อ ส.ค.65 ขณะดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ดังนั้น ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และประเทศที่มีแนวคิดคล้ายกันจึงต้องร่วมกันยกระดับการดำเนินมาตรการป้องปรามและตอบโต้ภัยคุกคามต่อไต้หวัน

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นยืนยันไม่มีข้อมูลลับรั่วไหลจากกรณีจีนโจมตีเครือข่ายสารสนเทศด้านความมั่นคง

หนังสือพิมพ์ Asahi Shimbun รายงานเมื่อ 8 ส.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนายฮามาดะ ยาซูคาซุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น เมื่อวันเดียวกันต่อกรณีหนังสือพิมพ์ Washington Post เผยแพร่ข่าวสารประเด็นสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Agency-NSA) ของสหรัฐฯ ตรวจพบว่ากองทัพจีนโจมตีเครือข่ายสารสนเทศด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นเมื่อปี 2563 โดยนายฮามาดะปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว เนื่องจากจะเป็นการเปิดเผยขีดความสามารถด้านการป้องกันภัยทางไซเบอร์ของญี่ปุ่น แต่ยืนยันว่าไม่มีข้อมูลลับของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นรั่วไหล และญี่ปุ่นหารือกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดในประเด็นดังกล่าวเสมอมา

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นจะจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

หนังสือพิมพ์ Mainichi Shimbun รายงานเมื่อ 8 ส.ค.66 อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นว่า กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นจะจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 (1 เม.ย.67-31 มี.ค.68) มากกว่า 7 ล้านล้านเยน (ประมาณ 1.71 ล้านล้านบาท) สูงกว่างบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 (1 เม.ย.66-31 มี.ค.67) ที่ตั้งไว้ 6.8 ล้านล้านเยน (ประมาณ 1.66 ล้านล้านบาท) และสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์หากผ่านการพิจารณาของรัฐสภาญี่ปุ่น งบประมาณจำนวนดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการจัดสรรงบประมาณสำหรับเร่งรัดโครงการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลของญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการโจมตีเข้าไปในเขตอำนาจอธิปไตยของต่างชาติเพื่อทำลายฐานยิงขีปนาวุธหรืออาวุธอื่นในกรณีที่ประเทศนั้นโจมตีญี่ปุ่นก่อน ตามที่ระบุไว้ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Strategy-NSS) ฉบับใหม่ ซึ่งญี่ปุ่นประกาศใช้เมื่อ ธ.ค.65 รวมทั้งโครงการพัฒนาเรือพิฆาต 2 ลำ สำหรับติดตั้งระบบสกัดกั้นขีปนาวุธ AEGIS Ballistic Missile Defense (Aegis BMD) ของสหรัฐฯ