รัสเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาทันที

สนข.TASS รายงานเมื่อ 5 ม.ค.69 ว่า ห้วงการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติฉุกเฉินกรณีสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา นาย Vasily Nebenzya ออท.รัสเซียประจำสหประชาชาติ ประณามการจับกุมผู้นำของประเทศอื่นโดยไม่ชอบธรรมของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาและภริยาทันที พร้อมระบุว่า การลักพาตัวผู้นำของประเทศอื่นซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต คือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังใช้ศักยภาพทางการทหารครอบงำประเทศอื่น สร้างความโกลาหล และบ่อนทำลายความมั่นคงระหว่างประเทศ การกระทำของสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า สหรัฐฯ ยังคงใช้นโยบายแบบจักรวรรดินิยมและลัทธิล่าอาณานิคมแบบใหม่ (Neocolonialism) ต่อภูมิภาคลาตินอเมริกา

รัฐบาลคิวระบุ จนท.คิวบาเสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา

รัฐบาลคิวบาแถลง เมื่อ 4 ม.ค.69 ยอมรับว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยข่าวกรองคิวบา ซึ่งได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยในเวเนซุเอลาตามคำร้องขอรัฐบาลเวเนซุเอลา เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา เมื่อ 3 ม.ค.69 รวมจำนวน 32 คน รัฐบาลคิวบาประกาศไว้ทุกข์เป็นเวลา 2 วัน และได้ส่งหนังสือแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว  นอกจากนี้ ยังมีรายงานอ้างนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ที่ระบุว่า คิวบามีบทบาทช่วยปกป้องประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ให้อยู่ในอำนาจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่อารักขา รวมถึงหน่วยข่าวกรองภายใต้การบังคับบัญชาของประธานาธิบดีมาดูโรทั้งหมดเป็นชาวคิวบา

นรม.มาเลเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวผู้นำเวเนซุเอลาและภริยา

นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 4 ม.ค.69 ว่า ได้ติดตามสถานการณ์เวเนซุเอลาด้วยความกังวลอย่างยิ่ง  การกระทำดังกล่าว เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน พร้อมกับเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวผู้นำเวเนซุเอลาและภริยาในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข  มาเลเซียเห็นว่าการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและอธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการปฏิสัมพันธ์อย่างสันติระหว่างรัฐ ดังนั้น การเจรจายังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเพื่อปกป้องพลเรือนและช่วยชาวเวเนซุเอลา

รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ จะบริหารจัดการกิจการน้ำมันในเวเนซุเอลา

นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุมื่อ 4 ม.ค.69 ว่า สหรัฐฯ จะไม่ควบคุมการบริหารประเทศของเวเนซุเอลา แต่จะเน้นการบริหารจัดการกิจการน้ำมันในช่วงเปลี่ยนผ่าน เ พร้อมทั้งย้ำว่า สหรัฐฯ จะยังคงบังคับใช้มาตรการกักกันน้ำมันและมาตรการคว่ำบาตร เพื่อกดดันให้เวเนซุเอลาเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดการน้ำมัน ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในวันเดียวกันว่า การปฏิบัติการของสหรัฐฯ มีเป้าหมายรักษาสันติภาพของโลก ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโจมตีประธานาธิบดี Gustavo Petro ของโคลัมเบียว่า เกี่ยวข้องกับการขนส่งยาเสพติดเข้าสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะโคเคน และไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะปฏิบัติการจับกุมผู้นำโคลัมเบีย

ประธานาธิบดีจีนกล่าวสุนทรพจน์วันปีใหม่

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ ระบุถึงการส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงผ่านนวัตกรรม ซึ่งมีการบูรณาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับอุตสาหกรรม และสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความสำเร็จในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการค้นพบด้านการวิจัยและพัฒนาชิป ซึ่งทำให้จีนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านนวัตกรรมที่เติบโตเร็วที่สุด ขณะเดียวกันก็ให้คำมั่นที่จะบรรลุการรวมชาติกับไต้หวัน ขณะที่สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ย้ำจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยอย่างแน่วแน่ เสริมสร้างการป้องกันประเทศท่ามกลางความทะเยอะทะยานในการขยายอำนาจของจีนที่เพิ่มขึ้น

การเลือกตั้งของเมียนมาได้รับความเชื่อมั่นจากจีน

นายหลิน เจี้ยน โฆษก กต.จีน แถลงเมื่อ 29 ธ.ค.68 จีนได้ส่งคณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งเข้าร่วมกับประเทศอื่น ๆ ในการติดตามกระบวนการลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมาเมื่อ 28 ธ.ค.68 ว่า ภาพรวมดำเนินไปอย่างสงบและเป็นระเบียบ ส่งผลให้การเลือกตั้งสามารถเริ่มต้นได้อย่างราบรื่น จีนแสดงความคาดหวังว่าการเลือกตั้งในระยะที่ 2 และ 3 จะดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งสนับสนุนการฟื้นฟูภาวะปกติทางการเมืองและการส่งเสริมกระบวนการปรองดองที่ครอบคลุมและยั่งยืน เพื่อนำไปสู่การเสริมสร้างเสถียรภาพและการพัฒนาของประเทศในระยะต่อไป

ประธานาธิบดีรัสเซียอวยพรปีใหม่แก่ประชาชนและทหาร

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เมื่อ 31 ธ.ค.68 เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ปรารถนาให้ประชาชนรัสเซียมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และมั่งคั่ง รวมถึงแสดงความยินดีและเชื่อมั่นต่อนายทหารรัสเซียซึ่งปฏิบัติภารกิจสู้รบเพื่อมาตุภูมิ พร้อมทั้งย้ำว่าความเข้มแข็งเป็นปึกแผ่นของชาติเป็นสิ่งสำคัญต่ออธิปไตย ความมั่นคง และอนาคตของประเทศ ก่อนหน้านี้ ห้วงเทศกาลคริสต์มาส ประธานาธิบดีปูตินพบปะกับภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจรัสเซีย เพื่อหารือประเด็นข้อห่วงกังวลในการดำเนินธุรกิจห้วงปี 2569 โดยเน้นสถานการณ์ด้านประชากรและแรงงาน รวมถึงแผนการบริหารทรัพย์สินและทรัพยากรบุคคล การจัดการด้านภาษี การกู้เงิน และการทดแทนการนำเข้า

อินโดนีเซียตั้งเป้าเพิ่มปริมาณสำรองข้าวในปี 2569

นาย Zulkifli Hasan รมว.ประสานงานด้านกิจการอาหารของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 29 ธ.ค.68 ว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายเพิ่มปริมาณข้าวสำรอง จากระดับปัจจุบัน 3 ล้านตัน เป็น 4 ล้านตัน ภายในปี 2569 เพื่อรับมือกับผลผลิตและความต้องการอาหารในประเทศที่คาดการณ์ว่าจะสูงขึ้น รักษาเสถียรภาพราคา และปกป้องรายได้ของเกษตรกร รวมถึงใช้ในโครงการให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมรับมือกับความต้องการสินค้าอาหารอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น ไข่ ปลา ไก่  กล้วย ทั้งนี้ คลังสำรองอาหารของอินโดนีเซียอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาล บริหารจัดการโดย สนง.โลจิสติกส์แห่งรัฐ (Bulog) เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา รองรับภาวะฉุกเฉิน และสนับสนุนโครงการทางสังคม

กลุ่ม SAC-M เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศปฏิเสธการเลือกตั้งทั่วไปเมียนมา

สภาที่ปรึกษาพิเศษว่าด้วยเมียนมา (Special Advisory Council for Myanmar – SAC-M) เรียกร้องเมื่อ 29 ธ.ค.68 ให้ประชาคมระหว่างประเทศปฏิเสธการเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา เนื่องจากขาดความชอบธรรม  เพราะจัดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สงครามกลางเมือง และวิกฤตด้านมนุษยธรรมจากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อ 28 มี.ค.68 นอกจากนี้ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา ยังละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ด้านชาวเมียนมาในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ได้ชุมนุมประท้วงต่อต้านการเลือกตั้ง บริเวณด้านหน้า สอท.เมียนมา เมื่อ 28 ธ.ค.68  นอกจากนี้ องค์การสหประชาชาติ สหภาพยุโรป สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ได้แสดงจุดยืนร่วมกันว่าการเลือกตั้งของรัฐบาลเมียนมาเป็นเพียงการเลือกตั้งลวง เนื่องจากมีการกีดกันพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม

ประธานาธิบดีทรัมป์หารือกับ นรม.เนทันยาฮู ของอิสราเอล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ต้อนรับ นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่เยือนสหรัฐฯ เมื่อ 29 ธ.ค.68 การแถลงข่าวหลังการหารือ ได้แก่ 1) สหรัฐฯ ยืนยันจะทำลายขีดความสามารถทางการทหารของอิหร่าน แต่พร้อมร่วมมือ หากอิหร่านต้องการกลับสู่การเจรจา 2) การขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพในกาซาที่จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 เร็ว ๆ นี้ โดยกลุ่มติดอาวุธต้องวางอาวุธก่อนตามข้อตกลงสันติภาพ 3) สหรัฐฯ หวังว่าอิสราเอลจะสามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซีเรีย และตุรเคียที่มีส่วนสำคัญในการขับไล่อดีตประธานาธิบดีบัชชาร อัลอะซัด  และ 4) การปลดอาวุธกองกำลังฮิซบุลลอฮ์ ซึ่งรัฐบาลเลบานอนยังขาดขีดความสามารถในการขับเคลื่อนกระบวนการปลดอาวุธ