ประธานาธิบดีรัสเซียมีกำหนดพบหารือกับนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ในห้วงคู่ขนานการประชุม EEF ครั้งที่ 8

  สำนักข่าว Tass รายงานอ้างถ้อยแถลงของทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเมื่อ 12 ก.ย.66 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน มีกำหนดพบหารืออย่างเป็นทางการกับนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ในห้วงคู่ขนานการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก (Eastern Economic Forum-EEF) ครั้งที่ 8 ระหว่าง 10-13 ก.ย.66 โดยจะเป็นการหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะและคาดว่าผู้นำทั้งสองอาจพบหารือแบบตัวต่อตัวด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ด้านอุตสาหกรรมอาวุธและทางการทหารระดับสูง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ เดินทางจากจากกรุงเปียงยาง เกาหลีเหนือ โดยรถไฟ ถึงนครวลาดิวอสต็อก ของรัสเซีย เมื่อ 11 ก.ย.66

ซาอุดีอาระเบียร่วมลงนาม MoU จัดตั้งระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมโยงอินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป

  สำนักข่าว SPA ของทางการซาอุดีอาระเบีย และสำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 10 ก.ย.66 ว่า มกุฎราชกุมารมุฮัมมัด บิน ซัลมาน นายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 กรุงนิวเดลี อินเดีย ระหว่าง 9-10 ก.ย.66 ทรงประกาศร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับสหรัฐฯ อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสหภาพยุโรป เพื่อจัดตั้งระเบียงเศรษฐกิจเชื่อมโยงอินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป (India–Middle East–Europe Economic Corridor-IMEC) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการค้าและการขนส่งสินค้าผ่านการพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมระหว่างประเทศอาหรับในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งจะเชื่อมต่อกับอินเดียและยุโรปผ่านท่าเรือ รวมถึงอำนวยความสะดวกในการขนส่งพลังงานไฟฟ้าผ่านสายเคเบิลและขนส่งไฮโดรเจนผ่านท่อส่งก๊าซ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาพลังงานสะอาดและความมั่นคงด้านพลังงาน ปัจจุบัน ซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐฯ ให้ความสำคัญประเด็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและอุตสาหกรรม โดยหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับซาอุดีอาระเบีย เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการซื้อโลหะบางส่วน จากการที่ซาอุดีอาระเบียมีแผนจะลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในคองโก กินี และนามิเบีย…

อิสราเอลพร้อมตอบโต้หากได้รับการคุกคามจากอิหร่าน

  สำนักข่าว AP และเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Times of Israel รายงานเมื่อ 10 ก.ย.66 อ้างนาย David Barnea ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองของอิสราเอล (Mossad) กล่าวในการประชุมประจำปีของสถาบันนโยบายต่อต้านการก่อการร้าย (Institute for Counter-Terrorism Policy-ICT) ที่มหาวิทยาลัย Reichman เมือง Herzliya ของอิสราเอล ในวันเดียวกันนี้ ว่า อิสราเอลกังวลว่าอิหร่านอาจได้รับอาวุธขั้นสูงจากรัสเซีย ซึ่งอาจทำให้ภัยคุกคามจากอิหร่านต่ออิสราเอลเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2565 อิสราเอลและพันธมิตรสามารถสกัดกั้นการพยายามโจมตีของอิหร่านต่อชาวยิวและชาวอิสราเอลในยุโรป แอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาใต้ รวม 27 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ผู้อำนวยการ Mossad ให้คำมั่นว่าอิสราเอลพร้อมที่จะตอบโต้อิหร่านในทุกภาคส่วนไม่ว่าจะระดับเจ้าหน้าที่ไปจนถึงผู้บัญชาการระดับสูง ในกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางของอิหร่าน หากบุคคลดังกล่าวของอิหร่านมีพฤติการณ์เป็นภัยคุกคามอิสราเอล

สหราชอาณาจักรเตรียมประกาศให้กลุ่มวากเนอร์เป็นกลุ่มก่อการร้าย

สำนักข่าว BBC รายงานโดยอ้างถ้อยแถลงของ นาง Suella Braverman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสหราชอาณาจักร เมื่อ 6 ก.ย.66 ว่า สหราชอาณาจักรเตรียมประกาศให้กลุ่มวากเนอร์เป็นกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งเมื่อมีผลบังคับใช้ จะทำให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรมีอำนาจยึดทรัพย์สินของกลุ่ม ขณะที่สมาชิกกลุ่มหรือผู้ที่ให้การสนับสนุนจะมีความผิดตามกฎหมาย โดยอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ นาง Braverman ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติการของกลุ่มวากเนอร์ทั้งในยูเครนและแอฟริกาเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของโลก และเป็นการกระทำของผู้ก่อการร้าย ทั้งนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างยื่นร่างคำสั่งดังกล่าวเพื่อขอความเห็นชอบต่อรัฐสภา และเมื่อมีการประกาศบังคับใช้จะทำให้กลุ่มวากเนอร์กลายเป็นกลุ่มก่อการร้ายในสหราชอาณาจักร เช่นเดียวกับกลุ่มฮามาส และกลุ่มโบโกฮะรอม

จีนและเมียนมาร่วมกันจับกุมมิจฉาชีพออนไลน์กว่า 269 ราย

สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานเมื่อ 5 ก.ย.66 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนและเมียนมาร่วมปฏิบัติการจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวงเหยื่อทางออนไลน์และทางโทรศัพท์ โดยทลายแหล่งดำเนินการของกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวทางตอนเหนือของเมียนมา 11 แห่ง จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 269 ราย (ชาวจีน 186 คน เมียนมา 66 คน เวียดนาม 15 คน และมาเลเซีย 2 คน) ในจำนวนนี้ 21 ราย เป็นแกนนำสำคัญของกลุ่ม 13 คนเป็นผู้หลบหนีคดีฉ้อฉลทางออนไลน์ และอีก 1 ราย เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมที่หลบหนีกว่า 19 ปี รวมทั้งยึดเครื่องมือจำนวนมาก อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ดโทรศัพท์ บัตรเครดิต และบทสนทนาเพื่อล่อลวงเหยื่อ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนระบุว่า จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งการเจรจาการทูต เพื่อช่วยเหลือและปกป้องผลประโยชน์และความปลอดภัยให้กับพลเมืองจีนในต่างประเทศที่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ

จีนเตรียมเพิ่มปริมาณสำรองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับเทคโนโลยีระดับสูง

สำนักข่าว Xinhua รายงานเมื่อ 6 ก.ย.66 อ้างแถลงการณ์หลังการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศกับกระทรวงการคลังของจีน ว่า ทางการจีนตั้งเป้าเพิ่มปริมาณสำรองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและรักษาระดับการขยายตัวของอุปกรณ์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 5G ของจีน ซึ่งคาดว่าจะครองส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็นร้อยละ 85 ในปี 2567 ทั้งนี้ ห้วง ม.ค.-ก.ค. 66 ตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของจีนยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สินค้าส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มูลค่าประมาณ 276,000 ล้านหยวน (ประมาณ 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยจีนตั้งเป้าหมายรักษาเสถียรภาพการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และมีแผนสนับสนุนผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบ e-commerce และใช้ประโยชน์จากตลาดออนไลน์และออฟไลน์มากขึ้น

ไต้หวันและเอสวาตินีลงนามความตกลงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน

สำนักข่าว Taiwan News รายงานเมื่อ 6 ก.ย.66 ว่า ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินของไต้หวัน เดินทางเยือนเอสวาตินี ระหว่าง 5-8 ก.ย.66 เพื่อแสดงความยินดีเนื่องในวันชาติเอสวาตินีและวาระครบรอบ 55 ปีของความสัมพันธ์ทวิภาคี ในโอกาสนี้ ผู้แทนทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความตกลง 3 ฉบับเกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงานที่ไต้หวันจะสร้างคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ให้กับเอสวาตินี การส่งเสริมพลังสตรี โดยจัดตั้งกองทุนสินเชื่อรายย่อยสำหรับสตรี และการจัดตั้งความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง (Sister city) ระหว่างนครเกาสงของไต้หวันกับกรุงอึมบาบานีของเอสวาตินี ขณะเดียวกัน นางไช่ยังแสดงความขอบคุณเอสวาตินีที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของไต้หวันในสหประชาชาติ (United Nations-UN) พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงมิตรภาพที่ยั่งยืนและการสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างไต้หวันและเอสวาตินี

ฟิลิปปินส์พร้อมรับตำแหน่งประธานอาเซียนแทนเมียนมา

สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อ 5 ก.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 43 ที่อินโดนีเซีย ว่า ฟิลิปปินส์พร้อมที่จะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2569 กรณีเมียนมาถอนตัวจากการดำรงตำแหน่งตามวงรอบ โดยฟิลิปปินส์เชื่อมั่นว่า การสนับสนุนของประเทศอาเซียนและการทำงานร่วมกับพันธมิตร สามารถเสริมสร้างความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน รวมทั้งจะช่วยส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้เรียกร้องให้คู่ค้าส่งเสริมการค้าร่วมกันระหว่างเครือข่ายอาเซียน และสนับสนุนวิสาหกิจขนาดเล็กในเศรษฐกิจดิจิทัล

ญี่ปุ่นส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงไปจีนลดลงเมื่อ ก.ค.66

สำนักข่าว Kyodo News รายงานเมื่อ 5 ก.ย.66 อ้างข้อมูลจากกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่นที่เผยแพร่เมื่อวันเดียวกันว่า ญี่ปุ่นมีมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงไปจีน 7,700 ล้านเยน (ประมาณ 1,854 ล้านบาท) เมื่อ ก.ค.66 ลดลงร้อยละ 23.2 เมื่อเทียบกับ ก.ค.65 เนื่องจากศุลกากรจีนมีมาตรการตรวจปล่อยสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ประมงที่นำเข้าจากญี่ปุ่นเข้มงวดขึ้น อีกทั้งคาดว่ามูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงจากญี่ปุ่นไปจีนจะลดลงต่อเนื่องใน ส.ค.66 และจะกระทบต่อเป้าหมายของกระทรวงฯ ในการเพิ่มมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของญี่ปุ่นเป็น 2 ล้านล้านเยน (ประมาณ 480,000 ล้านบาท) ต่อปีภายในปี 2568 ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมีมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงไปจีนลดลง เนื่องจากศุลกากรจีนเริ่มบังคับใช้มาตรการตรวจปล่อยสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์ประมงที่นำเข้าจากญี่ปุ่นเข้มงวดขึ้น หลังญี่ปุ่นมีแผนจะปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดด้วยระบบบำบัดน้ำเสียขั้นสูง (Advanced Liquid Processing System-ALPS) จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะที่ 1 (Fukushima Daiichi Nuclear Power Station-FDNPS) ของบริษัท Tokyo Electric Power Company Holdings (TEPCO)…

ญี่ปุ่นร้องขอให้มีการจัดการหารือระหว่างญี่ปุ่นกับจีนภายใต้ความตกลง RCEP

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 4 ก.ย.66 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นร้องขอให้มีการจัดการหารือระหว่างญี่ปุ่นกับจีน ตามบทบัญญัติแห่งความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership-RCEP) ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นประเทศคู่สัญญา หลังจีนเริ่มบังคับใช้มาตรการระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากญี่ปุ่นทั้งหมดเมื่อ 24 ส.ค.66 จากเดิมที่ระงับการนำเข้าเพียงบางส่วน โดยญี่ปุ่นคาดหวังว่า จีนจะเร่งจัดการหารือกับญี่ปุ่นโดยเร็ว พร้อมทบทวนการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามความตกลง RCEP และญี่ปุ่นจะดำเนินการผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการร้องขอให้มีการจัดการหารือเพื่อเรียกร้องให้จีนยกเลิกการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว