ฟิลิปปินส์มีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 203 ในห้วง ม.ค.-มิ.ย.66

สำนักข่าว GMA รายงานเมื่อ 18 ก.ค.66 อ้างการเปิดเผยของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investments-BOI) ของฟิลิปปินส์ว่า BOI ใกล้บรรลุเป้าหมายการลงทุนมูลค่า 1 ล้านล้านเปโซ (ประมาณ 624,300 ล้านบาท) ภายในปี 2566 โดยในห้วง ม.ค.-มิ.ย.66 BOI อนุมัติการลงทุนไปทั้งสิ้น 698,000 ล้านเปโซ (ประมาณ 435,761 ล้านบาท) เป็นการลงทุนในประเทศ 275,000 ล้านเปโซ (ประมาณ 171,682 ล้านบาท) และการลงทุนจากต่างประเทศ 423,000 ล้านเปโซ (ประมาณ 264,078 ล้านบาท) โดยประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด ได้แก่ เยอรมนี รองลงไปได้แก่ สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และสหรัฐฯ ด้านนาย Alfredo Pascual รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม ระบุว่า การลงทุนที่เพิ่มขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความน่าดึงดูดที่เพิ่มขึ้นในฐานะจุดหมายปลายทางการลงทุน และเน้นย้ำถึงศักยภาพด้านการเติบโตและพัฒนาของเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์…

ผู้นำอียิปต์และเอธิโอเปียหารือประเด็นความขัดแย้งในซูดาน

เว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดีอียิปต์ เผยแพร่เมื่อ 13 ก.ค.66 ว่า นายอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี ประธานาธิบดีอียิปต์ หารือร่วมกับนาย Abiy Ahmed ประธานาธิบดีของเอธิโอเปีย เมื่อ 12 ก.ค.66 เพื่อหารือแนวทางแก้ไขและยุติความขัดแย้งในซูดานโดยสันติวิธี โดยเสนอให้พัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของประเทศเพื่อนบ้านและประสานความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศทั้งในระดับภูมิภาคแอฟริกาและระดับนานาชาติ นอกจากนี้ อียิปต์และเอธิโอเปียยังหารือเพิ่มเติมในประเด็นข้อพิพาทเขื่อน Grand Ethiopian Renaissance Dam (GERD) และการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัน

เคนยาและอิหร่านลงนามในข้อตกลงส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกัน

สำนักข่าว Reuters และเว็บไซต์ The Star ของเคนยา รายงานเมื่อ 12 ก.ค.66 ว่า นายวิลเลียม รูโต ประธานาธิบดีเคนยา ให้การต้อนรับนายอิบรอฮีม เราะอีซี ประธานาธิบดีอิหร่าน ในระหว่างการเยือนเคนยาอย่างเป็นทางการเมื่อ 12 ก.ค.66 เพื่อหารือและลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีเพื่อการพัฒนาจำนวน 5 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การประมง ปศุสัตว์ และการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งในโอกาสนี้อิหร่านเสนอการลงทุนตั้งโรงงานประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์ในเคนยา โดยนายรูโตแถลงผ่านสื่อมวลชนในวันเดียวกันว่า เคนยากับอิหร่านจะร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีให้แน่นแฟ้น เพื่อการเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่างกัน ทั้งนี้ นายเราะอีซี มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศในภูมิภาคแอฟริกาอีกสองประเทศ ได้แก่ ยูกันดา และซิมบับเว

อิหร่านเรียกเอกอัครราชทูตรัสเซีย ณ กรุงเตหะราน เข้าพบ

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานเมื่อ 12 ก.ค.66 ว่า กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเรียกนาย Alexey Dedov เอกอัครราชทูตรัสเซีย ณ กรุงเตหะราน อิหร่าน เข้าพบเพื่อคัดค้านและเรียกร้องให้รัสเซียแก้ไขจุดยืนในแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัสเซียกับคณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council-GCC) ภายหลังการประชุมระดับรัฐมนตรีร่วมการหารือยุทธศาสตร์ระหว่าง GCC กับรัสเซีย ครั้งที่ 6 ที่กรุงมอสโก รัสเซีย เมื่อ 10 ก.ค.66 ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนความคิดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates-UAE) เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างอิหร่านกับ UAE ประเด็นการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนและอธิปไตยของเกาะ Greater Tunb เกาะ Lesser Tunb และเกาะ Abu Musa ซึ่งตั้งอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซและอยู่ภายใต้การปกครองของอิหร่านตั้งแต่ปี 2514 ผ่านวิธีการเจรจาทวิภาคีหรือศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ขณะที่นาย Nasser Kanaani โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน และนาย Mohammad Dehghan รองประธานาธิบดีฝ่ายกิจการกฎหมายอิหร่าน แสดงท่าทีคัดค้านต่อแถลงการณ์ดังกล่าว…

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะเยือนซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์อย่างเป็นทางการ

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 13 ก.ค.66 ว่า นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จะเยือนซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์อย่างเป็นทางการ ระหว่าง 16-18 ก.ค.66 โดยมีกำหนดจะพบหารือกับผู้นำของทั้งสามประเทศในหลายประเด็น เช่น สถานการณ์ในภูมิภาค สถานการณ์ระหว่างประเทศ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน และความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี นอกจากนี้ นายคิชิดะมุ่งหวังจะใช้โอกาสนี้เพื่อยืนยันถึงความร่วมมืออย่างรอบด้านกับทั้งสามประเทศ รวมถึงด้านพลังงาน และส่งเสริมการสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่เสรีและเปิดกว้างบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมตามมติที่ประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 เมื่อ พ.ค.66 ที่ จ.ฮิโรชิมะ ญี่ปุ่น อีกทั้งมีเป้าหมายด้านเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมายขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัทญี่ปุ่น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกลุ่ม G7 ประณามเกาหลีเหนือที่ยิงขีปนาวุธข้ามทวีป

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เผยแพร่แถลงการณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกลุ่ม G7 และผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง (EU High Representative for Foreign Affairs and Security Policy) เมื่อ 13 ก.ค.66 ประณามเกาหลีเหนือที่ยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (Intercontinental Ballistic Missile-ICBM) เมื่อ 12 ก.ค.66 เนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของประชาคมระหว่างประเทศ บั่นทอนหลักการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ และละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) พร้อมย้ำถึงข้อเรียกร้องของกลุ่ม G7 ให้เกาหลีเหนือยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และตอบรับการจัดการเจรจาทางการทูตที่เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ร่วมกันผลักดัน นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ UNSC มีมาตรการตอบโต้เกาหลีเหนืออย่างเป็นเอกภาพโดยเร็วต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจากเกาหลีเหนือแสดงให้เห็นเจตนาละเมิดมติ UNSC อย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมา UNSC ไม่สามารถดำเนินการต่อเกาหลีเหนือได้จากการที่ประเทศสมาชิกบางส่วนคัดค้าน

ญี่ปุ่นยินดีต่อการที่ EU ยกเลิกมาตรการจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร

นายฮายาชิ โยชิมาซะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น แถลงเมื่อ 13 ก.ค.66 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยินดีต่อการที่สหภาพยุโรป (European Union-EU) ประกาศจะยกเลิกมาตรการจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารจากญี่ปุ่น ซึ่ง EU บังคับใช้หลังเหตุการณ์อุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่ 1 (Fukushima Daiichi Nuclear Power Station-FDNPS) เมื่อปี 2554 และรัฐบาลญี่ปุ่นเรียกร้องให้ EU ยกเลิกมาตรการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการยกเลิกมาตรการดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูพื้นที่ของญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ทางฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น (Great East Japan Earthquake) เมื่อปี 2554

ญี่ปุ่นเรียกร้องให้คู่พิพาทกรณีทะเลจีนใต้ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ

  นายฮายาชิ โยชิมาซะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น แถลงเมื่อ 12 ก.ค.66 ว่า ญี่ปุ่นคัดค้านการอ้างอำนาจอธิปไตยในทะเลจีนใต้ที่ขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea-UNCLOS) รวมทั้งความพยายามกระทำการเพียงฝ่ายเดียวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานะเดิม (Status quo) พร้อมแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ปัจจุบันในทะเลจีนใต้ และย้ำว่าคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศเมื่อปี 2559 กรณีพิพาททะเลจีนใต้ เป็นที่สิ้นสุดและมีผลผูกพันต่อจีนและฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นคู่พิพาท ภายใต้บทบัญญัติแห่ง UNCLOS ซึ่งญี่ปุ่นคาดหวังให้คู่พิพาททั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามคำชี้ขาดดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ญี่ปุ่นชื่นชมฟิลิปปินส์ที่ปฏิบัติตามคำชี้ขาดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แต่ตำหนิจีนที่แสดงท่าทีไม่ยอมรับคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งขัดต่อหลักการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ และบั่นทอนหลักนิติธรรมซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของประชาคมระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นให้คำมั่นจะร่วมมือกับอาเซียนและประเทศที่เกี่ยวข้องต่อไปเพื่อรักษาและส่งเสริมการสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่เสรีและเปิดกว้างบนพื้นฐานของหลักนิติธรรม

ที่ประชุม AMM ครั้งที่ 56 เน้นย้ำความเป็นเอกภาพและความเป็นแกนกลางของอาเซียน

กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย รายงานเมื่อ 11 ก.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนางเร็ตโน มัรซูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน (Foreign Ministers’ Meeting-AMM) ครั้งที่ 56 ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ย้ำความเป็นเอกภาพและความเป็นแกนกลางของอาเซียนเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกภายใต้กรอบความร่วมมือพหุภาคีกลุ่มเล็ก (Minilateralism) โดยที่ประชุมได้หารือการเข้าร่วมสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia-TAC) ของเซอร์เบีย ขณะที่อินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียน เน้นย้ำการบรรลุวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนภายหลังปี 2568 ผ่านปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน ฉบับที่ 4 (ASEAN Concord IV) โดยจะหารือในรายละเอียด และให้การรับรองในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 43 นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องการเสริมสร้างความร่วมกับภายนอก เช่น Pacific Island Forum (PIF) และสมาคมแห่งมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Rim association-IORA)…

กระทรวงกลาโหมไต้หวันเผยแพร่กำหนดการซ้อมปฏิบัติการ Han Kuang ครั้งที่ 39 ระหว่าง 24-29 ก.ค.66

กระทรวงกลาโหมไต้หวัน แถลงเมื่อ 11 ก.ค.66 เผยแพร่กำหนดและรูปแบบการฝึกซ้อมปฏิบัติการ Han Kuang ครั้งที่ 39 ระหว่าง 24-29 ก.ค.66 ว่าการฝึกซ้อมครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับการป้องกันอธิปไตยของไต้หวัน และการเพิ่มขีดความสามารถ รวมถึงประสานงานระหว่างกำลังพลเหล่าต่าง ๆ กับกำลังพลสำรองของไต้หวัน โดยใน 25 ก.ค.66 จะจำลองสถานการณ์ไต้หวันถูกจีนรุกราน ซึ่งจะมีการเคลื่อนกองกำลังของกองทัพเรือและกองทัพอากาศไปยังฐานทัพอากาศเจียซานใน จ.ฮัวเหลียน ต่อด้วยการจำลองสถานการณ์ทหารพลร่มของจีนยึดท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน และ ใน 27 ก.ค.66 จะซ้อมปฏิบัติการต่อต้านการยกพลขึ้นบก ที่บริเวณปากแม่น้ำ Tamsui พื้นที่เขต Bali รวมถึงท่าเรือเขต New Taipei ทั้งนี้ ในการซ้อมปฏิบัติการทางบกและการต่อต้านการยกพลขึ้นบก จะมีการเก็บข้อมูลจากการฝึกซ้อมและนำไปประมวลผลโดยระบบคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างเป็นแบบจำลองและพัฒนาการฝึกซ้อมต่อไป ขณะที่การฝึกซ้อมปฏิบัติการทางทะเล จะให้ความสำคัญกับการปฏิบัติการร่วมระหว่างกองเรือต่าง ๆ เพื่อรักษาเส้นทางเดินเรือจากการปิดล้อมของฝ่ายตรงข้าม