อาเซียนและแคนาดาหารือความคืบหน้าการเจรจา FTA ระหว่างกัน

สำนักข่าว  Antara รายงานเมื่อ 26 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของ ดร.Nella Sri Hendriyetty นักเศรษฐศาสตร์ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ว่า ที่ประชุม ACAFTA Sub Working Group on Financial Services ที่เมือง Tangerang อินโดนีเซีย ระหว่าง 22-24 พ.ค.66 หารือเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจผ่านความตกลงการค้าเสรีอาเซียน – แคนาดา (ASEAN-Canada Free Trade Agreement – ACAFTA) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการลงทุน ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และปรับปรุงการเข้าถึงตลาดสำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแคนาดา นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องประเด็นการส่งเสริมบริการทางการเงิน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มความเป็นธรรมทางการค้าและการลงทุนแก่ทั้งสองฝ่าย

แคนาดาและซาอุดีอาระเบียเห็นพ้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต

กระทรวงการต่างประเทศแคนาดาแถลงเมื่อ 24 พ.ค.66 ว่าแคนาดาและซาอุดีอาระเบียเห็นพ้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกลับสู่ระดับปกติ โดยแคนาดาแต่งตั้งให้นายฌอง-ฟิลิปป์ ลินโต กงสุลใหญ่แคนาดา ณ ดูไบ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายเผชิญความขัดแย้งกัน หลังจากที่แคนาดาแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซาอุดีอาระเบีย กรณีการจับกุมนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรี ขณะที่ซาอุดีอาระเบียระงับการทำธุรกรรมทางการค้ากับแคนาดา และสั่งการให้เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำซาอุดีอาระเบียเดินทางออกจากประเทศเมื่อปี 2561

จีนพิจารณาจะสร้างมหาวิทยาลัยด้านเทคนิคและวิทยาศาสตร์ในกัมพูชา

หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 25 พ.ค.66 อ้างการพบหารือระหว่างคุณหญิงแมน ซอมออน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับนาย Gao Jian คณะกรรมการสมาคมกัมพูชา-จีน  เมื่อ 22 พ.ค.66 ว่า จีนพิจารณาจะสร้างมหาวิทยาลัยด้านเทคนิคและวิทยาศาสตร์ในกัมพูชา เพื่อเป็นโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างสองประเทศ รวมถึงขยายขีดความสามารถด้านการวิจัย เทคนิค และวิทยาศาสตร์ร่วมกัน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวสนับสนุนความตั้งใจของจีน และแนะนำให้จีนหารือรายละเอียดเพิ่มเติมกับกระทรวงศึกษาธิการกัมพูชา พร้อมย้ำถึงการส่งเสริมความร่วมมือรอบด้านและความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แนบแน่น เฉพาะอย่างยิ่งความริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative – BRI) ส่วนจีนกล่าวชื่นชมกัมพูชาที่พัฒนารอบด้านอย่างรวดเร็ว

เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการยิงจรวดส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 25 พ.ค.66 ว่า เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการยิงจรวด Nuri เพื่อส่งดาวเทียม 8 ดวง ขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของโครงการอวกาศเกาหลีใต้ ทั้งนี้ เกาหลีใต้ยิงจรวด Nuri หรือ KSLV-II น้ำหนัก 200 ตัน จาก Naro Space Center เมืองโคฮึง จ.ช็อลลาใต้ เมื่อเวลา 18.24 น. เวลาท้องถิ่น (16.24 น. เวลาไทย) ล่าช้าจากกำหนด 1 วัน เนื่องจากปัญหาขัดข้องเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ในถังเก็บฮีเลียม โดยดาวเทียมหลัก NEXTSAT-2 ติดต่อสื่อสารครั้งแรกกับสถานี King Sejong ของเกาหลีใต้ในแอนตาร์กติกาแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2565 เกาหลีใต้ยิงจรวด Nuri ส่งดาวเทียมจำลองขึ้นสู่วงโคจรเป้าหมายตามที่วางแผนไว้ ส่งผลให้เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ 7 ของโลก ที่พัฒนาจรวดส่งดาวเทียมที่สามารถบรรทุกดาวเทียมน้ำหนักมากกว่า 1 ตัน ถัดจากรัสเซีย สหรัฐฯ…

เกาหลีใต้มีท่าทีคลุมเครือกับการสนับสนุนกระสุนแก่ยูเครน

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 25 พ.ค.66 ว่า นายโช แท-ยง ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวถึงประเด็นการสนับสนุนกระสุนแก่ยูเครนในการประชุมคณะกรรมาธิการของรัฐสภาเกาหลีใต้ว่า เกาหลีใต้ไม่มีแผนส่งกระสุนแก่ยูเครนทั้งการส่งโดยตรงหรือผ่านโปแลนด์ ที่ผ่านมาเกาหลีใต้สนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการเงิน อย่างไรก็ตาม การพิจารณาส่งกระสุนแก่ยูเครนจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในยูเครน หากยูเครนเผชิญการรุกรานที่ผิดกฎหมาย ขณะที่ หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานเมื่อ 24 พ.ค.66 ว่า เกาหลีใต้และสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงลับในการส่งกระสุนกว่าแสนนัดแก่ยูเครนผ่านสหรัฐฯ ด้านโฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ระบุเมื่อ 25 พ.ค.66 ว่า การรายงานของ Wall Street Journal บางส่วนถูกบิดเบือน ซึ่งเกาหลีใต้หารือและได้รับการร้องขอประเด็นยูเครนหลายครั้ง พร้อมยืนยันว่า เกาหลีใต้จะดำเนินมาตรการเกี่ยวกับยูเครนอย่างเหมาะสม

รองประธานสภาความมั่นคงรัสเซียระบุปัญหาความขัดแย้งยูเครนอาจจะยืดเยื้อเป็น 10 ปี

สำนักข่าว TASS รายงานเมื่อ 26 พ.ค.66 ว่านายดมิทรี เมดเวเดฟ รองประธานสภาความมั่นคงรัสเซีย (อดีตประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีรัสเซีย) ให้สัมภาษณ์สื่อในห้วงเยือนเวียดนามว่า ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน อาจยืดเยื้อนานเป็น10 ปี หากรัฐบาลนาซีของยูเครนยังไม่ถูกโค่นล้ม ซึ่งเป็นความจริงและสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตที่เกิดขึ้นใหม่

AICHR และ SOMRI หารือประเด็นสิทธิมนุษยชนและข้อมูลสารสนเทศในอาเซียน

เว็บไซต์ asean.org รายงานเมื่อ 24 พ.ค.66 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights-AICHR) หารือร่วมกับที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสนเทศ (ASEAN Senior Officials Meeting Responsible for Information-SOMRI) ครั้งที่ 2 ผ่านระบบออนไลน์ ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ภายใต้แผนงาน 5 ปี ห้วงปี 2564-2568 ของ AICHR และแผนยุทธศาสตร์ด้านสื่อและสนเทศอาเซียน ห้วงปี 2559-2568 ของ SOMRI โอกาศนี้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล ความร่วมมือในการต่อต้านข้อมูลที่บิดเบือน (disinformation) และข้อมูลผิดพลาด (misinformation) การคุ้มครองสิทธิของเยาวชนและกลุ่มเปราะบาง และการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในอาเซียน

สส.สหรัฐฯ เรียกร้องให้ขึ้นบัญชีบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของจีน เพื่อตอบโต้กรณีจีนคว่ำบาตรบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อ 24 พ.ค.66 ว่า นาย Mike Gallagher สมาชิกสภาผู้แทนสหรัฐฯ สังกัดพรรครีพับลิกัน ประธานคณะกรรมาธิการด้านการแข่งขันทางยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีคว่ำบาตรบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ Changxin Memory Technologies Inc. (CXMT) ของจีนเพื่อเป็นการตอบโต้กรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านไซเบอร์ของจีน (Cyberspace Administration of China-CAC) ประกาศคว่ำบาตรบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ Micron ของสหรัฐฯ เมื่อ 21 พ.ค.66 ทั้งยังเรียกร้องให้บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ Samsung Electronics และ SK Hynix ของเกาหลีใต้ ร่วมมือกับสหรัฐฯ จำกัดการส่งออกผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ไปยังจีน

จีนแต่งตั้งนายเซี่ย เฟิง รมช.กต.เป็น ออท.จีน/สหรัฐฯ คนใหม่

สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อ 23 พ.ค.66 ว่า ในวันเดียวกัน นายเซี่ย เฟิง ( 59 ปี/ปี 2566) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศจีน ได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตจีน/สหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งนายเซี่ยได้แถลงในโอกาสรับตำแหน่งว่าจะขยายความร่วมมือกับสหรัฐฯ และจัดการประเด็นที่ละเอียดอ่อนระหว่างกัน โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน รวมทั้งปกป้องผลประโยชน์ของจีนในสหรัฐฯ ทั้งนี้ นายเซี่ย เฟิง ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตจีน ต่อจากนายฉิน กัง ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศและมนตรีแห่งรัฐ เมื่อ ธ.ค.65 โดยรับราชการในกระทรวงการต่างประเทศนาน 37 ปี กับทั้งดำรงตำแหน่งสำคัญเกี่ยวกับสหรัฐฯ ได้แก่ โฆษกและที่ปรึกษากระทรวงประจำสถานเอกอัครราชทูตจีน/สหรัฐฯ ระหว่างปี 2543-2546 อัครราชทูตกรุงวอชิงตัน.ดีซี ระหว่างปี 2551-2553 และผู้อำนวยการสำนักงานอเมริกาเหนือและโอเชียเนียระหว่างปี 2553-2556

ประธานาธิบดีรัสเซียเตรียมกล่าวปราศรัยในห้วงการประชุม SPIEF ซึ่งจะจัดขึ้นที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ระหว่าง14 -17 มิ.ย.66

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเมื่อ 24 พ.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย จะกล่าวปราศรัยในห้วงเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะ (Plenary Session) ของการประชุม St. Petersburg International Economic Forum (SPIEF) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง 14 -17 มิ.ย.66 ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ส่วนประเด็นการหารือในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีปูติน เคยระบุว่าจะหารือในประเด็นตลาดแรงงาน รวมทั้งประเด็นอื่นๆ ทั้งนี้ รัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม SPIEF เวทีสำคัญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 26 (เมื่อปี 2563 งดจัด เนื่องจากวิกฤติโรค COVID-19)