อินเดียเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายสำคัญไปยังภูมิภาคแอฟริกา

เว็บไซต์ Livemint ของอินเดีย รายงานเมื่อ 1 พ.ย.65 ระบุว่า ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของอินเดีย (Indian EXIM Bank) เปิดเผยรายงาน Reinvigorating India’s Economic Engagements with Southern Africa ระหว่างพิธีเปิดกิจกรรม CII-Exim Bank Regional Conclave on India-Southern Africa Growth Partnership ที่เมืองโยฮันเนสเบิร์ก แอฟริกาใต้ ว่า อินเดียเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายสำคัญไปยังภูมิภาคแอฟริกา เพื่อรักษาความมั่นคงทางทะเลและอากาศของหลายประเทศในภูมิภาค ที่สำคัญได้แก่ มอริเชียส โมซัมบิก และเซเชลส์ ที่จัดซื้อยุทโธปกรณ์จำนวนมากจากอินเดียในห้วงปี 2560-2564 ขณะเดียวกันยังเสนอให้อินเดียเปลี่ยนแนวทางขยายความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศกับประเทศในภูมิภาคแอฟริกาและประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ โดยให้ความสำคัญลำดับต้นกับการซ้อมรบร่วม ยกระดับขีดความสามารถของกองทัพ เน้นภารกิจให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม แทนการเสนอขายยุทโธปกรณ์   Credit ภาพ : oneindia.com,Indian EXIM Bank

อิสราเอลจัดการเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 3 ปี

ชาวอิสราเอลลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 1 พ.ย.65 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 5 ในรอบ 3 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2562 โดย คณะกรรมการการเลือกตั้งอิสราเอลรายงานว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 6.78 ล้านคน จะเข้าลงคะแนนเสียงในหน่วยเลือกตั้ง 12,495 หน่วยทั่วประเทศ และคาดว่าจะมีการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการใน 3 พ.ย.65 พร้อมระบุด้วยว่ามีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 18,000 นายไปประจำการทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง ดูแลการจราจร และรักษาความปลอดภัยในหน่วยเลือกตั้ง นอกจากนี้ มีการปิดพรมแดนห้ามการเดินทางระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ยกเว้นการขนส่งด้านมนุษยธรรมและสาธารณสุข เพื่อป้องกันการก่อเหตุโจมตีและขัดขวางการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ทั้งนี้ มีพรรคการเมืองประมาณ 40 พรรค เข้าสมัครลงแข่งขันชิงที่นั่งในรัฐสภาอิสราเอลหรือ Knesset และมีการตั้งข้อสังเกตว่านายเบนจามิน เนทันยาฮู จากพรรค Likud จะได้รับคะแนนเสียงข้างมากและมีโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิสราเอลอีกครั้ง   Credit ภาพ : CNN

สองเกาหลียิงขีปนาวุธข้ามเส้นแบ่งเขตแดนทางทะเล

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 2 พ.ย.65 อ้างคณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ (Joint Chiefs of Staff-JCS) ว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้ (Short-Ranged Ballistic Missile-SLBM) อย่างน้อย 3 ลูก จากเมืองว็อนซัน จ.คังว็อน เมื่อเวลา 08.51 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 06.51 น. ของไทย) โดยขีปนาวุธตกในทะเลตะวันออก ขณะที่ขีปนาวุธ 1 ลูก ข้ามเส้นแบ่งเขตแดนทางทะเลระหว่างสองเกาหลี (Northern Limit Line-NLL) ประมาณ 26 กิโลเมตร และตกในทะเลหลวงห่างจากเมืองซกโช จ.คังว็อน ของเกาหลีใต้ ประมาณ 57 กิโลเมตร และทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะอุลรึง จ.คย็องซังเหนือ ประมาณ 167 กิโลเมตร ส่งผลให้สัญญานแจ้งเตือนภัยทางอากาศบนเกาะอุลรึงทำงานเมื่อเวลา 08.55 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) พร้อมกันนี้ เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธหลายชนิดประมาณ…

ออสเตรเลียลงนามข้อตกลงส่งเสริมการฝึกอบรมเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์กับไทย

สำนักข่าว Nine News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 2 พ.ย.65 ว่า นางเพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย เดินทางเยือนไทยระหว่าง 1-2 พ.ย.65 โดยเข้าพบนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ เมื่อ 1 พ.ย.65 เพื่อร่วมลงนามในแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย พ.ศ. 2565-2568 และจะเข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในวันนี้ เพื่อร่วมลงนามข้อตกลงที่ออสเตรเลียจะสนับสนุนศูนย์ฝึกอบรมแห่งใหม่ที่มุ่งเน้นด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งจะเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาข้าราชการให้มีศักยภาพและความสามารถในการป้องกันการค้ามนุษย์ในไทยและภูมิภาค   Credit ภาพ : thaipost.net

เชลล์ถอนตัวจากแหล่งผลิตก๊าซ Malampaya ในฟิลิปปินส์

บริษัทเชลล์ (Shell) ออกแถลงการณ์เมื่อ 1 พ.ย.65 ประกาศขายหุ้นดำเนินงานของบริษัท Shell Philippines Exploration (SPEX) ที่ถือครองสัดส่วนการดำเนินงานร้อยละ 45 ของการสำรวจปริมาณก๊าซธรรมชาติในแหล่ง Malampaya บริเวณเกาะปาลาวันของฟิลิปปินส์ ให้กับบริษัท Malampaya Energy XP (MEXP) ในเครือ Prime Infrastructure Capital โดยให้เหตุผลว่าเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของบริษัท และการขายหุ้นไม่มีผลต่อธุรกิจอื่นของบริษัทเชลล์ในฟิลิปปินส์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้บริษัทที่ถือครองหุ้นดำเนินงานในแหล่ง Malampaya เป็นบริษัทสัญชาติฟิลิปปินส์ทั้งหมด ได้แก่ บริษัท Prime Infra ถือครองหุ้นร้อยละ 45 บริษัท UC38 LLC ในเครือบริษัท Udenna Corporation ถือครองหุ้นร้อยละ 45 และบริษัท PNOC Exploration Corporation ถือครองหุ้นร้อยละ 10 อนึ่ง ฟิลิปปินส์ค้นพบแหล่งผลิตก๊าซ Malampaya เมื่อปี 2534 ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานร้อยละ…

เมียนมาระบุไทยส่งตัวชาวเมียนมาที่ถูกจับกุมในไทยกลับอย่างต่อเนื่อง

หนังสือพิมพ์ The Global New Light of Myanmar ของทางการเมียนมา รายงานเมื่อ 30 ต.ค.65 ว่า ไทยส่งตัวชาวเมียนมาที่ถูกจับกุมในไทยจากหลากหลายสาเหตุกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 28 ต.ค.65 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.)ของไทยส่งตัวชาวเมียนมาจำนวน 190 คน (ชาย 143 คน และสตรี 47 คน) ผ่านช่องทาง จ.เกาะสอง ภาคตะนาวศรี (ด้านตรงข้าม จ.ระนอง) ซึ่งทุกคนต้องผ่านการตรวจคัดกรองเชื้อ COVID-19 และกักตัว 5 วัน ก่อนส่งกลับภูมิลำเนา และก่อนหน้านี้ เมื่อ 21 ต.ค.65 ไทยส่งกลับชาวเมียนมารวม 234 คน โดยส่งผ่านช่องทาง จ.เกาะสอง จำนวน 178 คน และช่องทาง จ.ท่าขี้เหล็ก – อ.แม่สาย จ.เชียงราย จำนวน 56…

เกาหลีเหนือขู่ตอบโต้การฝึกร่วมทางอากาศระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 1 พ.ย.65 อ้าง สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือประณามการฝึกร่วมทางอากาศระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมเพื่อการสงครามและมีเป้าหมายโจมตีจุดยุทธศาสตร์ของเกาหลีเหนือ โดยเกาหลีเหนือพร้อมดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของประชาชน และบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงการยกระดับมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ หากยังคงดำเนินการยั่วยุ ด้านกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ระบุในวันเดียวกันว่า การพัฒนาโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือส่งผลให้คาบสมุทรเกาหลีตึงเครียด และเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการยั่วยุทางทหาร นอกจากนี้ เกาหลีใต้เรียกร้องให้เกาหลีเหนือรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมภายใต้แผน Audacious Initiative ของเกาหลีใต้ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองเกาหลี ทั้งนี้ เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ มีกำหนดฝึกร่วมทางอากาศขนาดใหญ่ครั้งแรกในรอบ 5 ปี ภายใต้รหัสการฝึก Vigilant Storm ระหว่าง 31 ต.ค.65 – 4 พ.ย.65 โดยมีอากาศยานเข้าร่วมการฝึกมากกว่า 240 เครื่อง อาทิ เครื่องบินรบ และเครื่องบินลำเลียง ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือประท้วงการฝึกร่วมระหว่างพันธมิตร ซึ่งมีเจตนารุกรานเกาหลีเหนือ ขณะที่เกาหลีใต้กับสหรัฐฯ ระบุว่า การฝึกร่วมมีเป้าหมายเพื่อป้องกันประเทศ

สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะฝึกร่วมทางอากาศใน 31 ต.ค.- 4 พ.ย.65

กองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ (INDOPACOM) เปิดเผยเมื่อ 31 ต.ค.65 ว่า สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะฝึกร่วมทางอากาศภายใต้รหัส Vigilant Storm ระหว่าง 31 ต.ค.-4 พ.ย.65 เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรบและการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยจะปฏิบัติภารกิจทางอากาศที่สำคัญ เช่น การสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด การตอบโต้ทางอากาศเชิงรับ และปฏิบัติการทางอากาศกรณีฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่กองกำลังสนับสนุนภาคพื้นดินจะฝึกปฏิบัติการป้องกันฐาน (base defense) และการเอาตัวรอดจากการถูกโจมตี  โดยมีเครื่องบินรบ 240 ลำและบุคลากรหลายพันคน จากกองทัพอากาศเกาหลีใต้และสหรัฐฯ รวมทั้งนาวิกโยธิน กองทัพเรือ และกองทัพบกสหรัฐฯ เข้าร่วมการฝึกดังกล่าว   Credit ภาพ : aljazeera

สื่อญี่ปุ่นอ้างว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ มุ่งหวังเป็นประธานาธิบดีเมียนมา

หนังสือพิมพ์ Nikkei Asia ของญี่ปุ่น รายงานเมื่อ 31 ต.ค.65 อ้างแหล่งข่าวระดับสูงในกองทัพเมียนมา ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council-SAC) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายกรัฐมนตรีเมียนมา มุ่งหวังขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมา หลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2566 เพราะแม้ว่ายังไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่เริ่มมีสัญญาณที่ชัดเจนถึงการผลักดันให้จุดมุ่งหมายดังกล่าวสำเร็จ อาทิ การแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิด (อูขิ่นยี อดีต ผู้บัญชาการตำรวจ) ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นและการพัฒนาแห่งสหภาพ (Union Solidarity and Development Party-USDP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายกองทัพ และส่งนายทหารเข้าไปครองตำแหน่งระดับสูงภายในพรรค เพื่อกระชับฐานอำนาจและเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ที่มุ่งให้พรรค USDP ครองเสียงข้างมากของฝ่ายพลเรือนในรัฐสภา (ร้อยละ 75) เพื่อรวมกับคะแนนเสียงจากฝ่ายกองทัพอีกร้อยละ 25 โดยมีนัยสำคัญคือ การรับประกันผลการลงมติรับรองบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมา ขณะเดียวกัน พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ยังมุ่งบั่นทอนความเข้มแข็งของฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองคือ พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy – NLD)…

ชาวอินเดียมากกว่า 130 รายเสียชีวิตจากเหตุสะพานแขวนในรัฐคุชราตถล่ม

สำนักข่าว The Times of India รายงานเมื่อ 31 ต.ค.65 ว่า หน่วยกู้ภัยของอินเดีย รวมถึง ทหาร และทีมตอบสนองภัยพิบัติระดับชาติ เร่งค้นหาผู้สูญหายจากเหตุสะพานแขวนข้ามแม่น้ำ Machchhu ในเมือง Morbi รัฐคุชราต ถล่มเมื่อ 30 ต.ค.65 (เวลาท้องถิ่นประมาณ 18.40 น.) ในเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 132 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย แสดงความเสียใจต่อเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้ และประกาศให้เงินชดเชยเยียวยาแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ สะพานแขวนดังกล่าวมีอายุเกือบ 100 ปี (สมัยศตวรรษที่ 19) เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญ เพิ่งเสร็จสิ้นการบูรณะและเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุมีประชาชนมากกว่า 400 คนบนสะพานดังกล่าว   Credit ภาพ : CNN