ฝรั่งเศสและโปแลนด์ลงนามข้อตกลงซื้อขายดาวเทียมสังเกตการณ์

  สำนักข่าว France24 รายงานเมื่อ 27 ธ.ค.65 อ้างทวิตเตอร์ของนาย Sébastien Lecornu รัฐมนตรีกลาโหมฝรั่งเศสว่า ฝรั่งเศสและโปแลนด์บรรลุข้อตกลงซื้อขายดาวเทียมสังเกตการณ์ 2 ดวงและสถานีรับสัญญาณ 1 แห่ง มูลค่าประมาณ 575 ล้านยูโร โดยนาย Sébastien Lecornu ได้พบปะหารือกับนาย Mariusz Błaszczak รัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์ เมื่อ 27 ธ.ค.65 ที่กรุงวอร์ซอ โปแลนด์ หลังจากนั้นจึงมีการลงนามข้อตกลงร่วมกัน โปแลนด์มองว่า ดาวเทียมและสถานีรับข้อมูลดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กองทัพในการตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคามทางทหารหรือภัยธรรมชาติ ขณะที่ฝรั่งเศสมองว่าข้อตกลงฉบับนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจต่อเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทางทหารของฝรั่งเศส โดยบริษัท Airbus Defense & Space ของฝรั่งเศสจะเป็นผู้ผลิตดาวเทียมและสถานีรับข้อมูล รวมถึงส่งขึ้นสู่อวกาศให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 Credit Pic : notesfrompoland.com

อินเดียฝึกซ้อมระบบรับมือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข

  เว็บไซต์ NDTV ของอินเดีย รายงานเมื่อ 27 ธ.ค.65 ว่า โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วอินเดีย ฝึกซ้อมระบบรับมือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข เตรียมรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ หอผู้ป่วยแยกโรค หออภิบาลผู้ป่วยหนัก เครื่องช่วยหายใจ และระบบจ่ายออกซิเจนภายในสถานพยาบาล การฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นไปตามคำแนะนำของนาย Rajesh Bhushan ปลัดกระทรวงสาธารณสุขอินเดียเมื่อ 26 ธ.ค.65 ให้รัฐมนตรีด้านสาธารณสุขของรัฐบาลท้องถิ่นระดับรัฐและดินแดนสหภาพทุกพื้นที่ในอินเดีย เตรียมพร้อมระบบสาธารณสุขรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สื่อยังระบุเพิ่มเติมว่า นาย Mansukh Mandaviya รัฐมนตรีสาธารณสุขอินเดีย ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุขที่โรงพยาบาล Safdarjung ในกรุงนิวเดลีเมื่อ 26 ธ.ค.65 พร้อมแสดงทัศนะเน้นย้ำว่าการฝึกซ้อมในลักษณะนี้จะเป็นประโยชน์ให้หน่วยงานทางสาธารณสุขอินเดียแก้ไขจุดบกพร่อง พร้อมรับมือสถานการณ์แพร่ระบาดที่อาจรุนแรงขึ้น Credit Pic : ndtv

ความคืบหน้ากรณีเหตุกราดยิงชาวเคิร์ดในกรุงปารีส

  สำนักข่าว Reuters และ AP รายงานเมื่อ 25 ธ.ค.65 อ้างผลการสอบสวนของอัยการฝรั่งเศสว่า ชายวัย 69 ปีซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยว่าสังหารชาวเคิร์ด 3 คน เมื่อ 23 ธ.ค.65 ในกรุงปารีส ยอมรับว่าเกลียดชังผู้อพยพอย่างฝังรากลึก โดยผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวในข้อหาฆาตกรรม พยายามฆ่า และกระทำการที่มีแรงจูงใจในการเหยียดเชื้อชาติ อัยการระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นโรคซึมเศร้าและมีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย  ผู้ต้องหามีชื่อที่สื่อมวลชนตั้งให้คือ William M. เป็นอดีตคนขับรถไฟเกษียณอายุ เพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากการถูกควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาคดีในข้อหาใช้ดาบโจมตีค่ายผู้อพยพในกรุงปารีสเมื่อปี 2564 โดยเมื่อวันก่อเหตุ เขาเดินเข้าไปในศูนย์วัฒนธรรม Ahmet-Kaya ของชาวเคิร์ด ก่อนจะกราดยิง จากนั้นเข้าไปในร้านทำผมที่ดำเนินการโดยชาวเคิร์ดฝั่งตรงข้ามถนนและกราดยิงอีกครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 3 คน เป็นชาย 2 คนและหญิง 1 คน รวมถึงมีผู้บาดเจ็บอีก 3 คน เมื่อ 24 ธ.ค.65 ชุมชนชาวเคิร์ดในฝรั่งเศสและนักเคลื่อนไหวต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติออกมาชุมนุมโดยสงบเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากมีผู้ร่วมชุมนุมบางคนโบกธงชาติตุรกี ถือธงของกลุ่ม Kurdistan…

ลาวระบุว่าผู้เดินทางเข้าประเทศไม่ต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน COVID-19

  สำนักข่าวสารประเทศลาวและหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 27 ธ.ค.65 โดยอ้างประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรีลาว เมื่อ 23 ธ.ค.65 ว่า ลาวยกเลิกการแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนโรค COVID-19 และการตรวจเชื้อด้วยวิธี ATK ก่อนเดินทาง 48 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนลาวและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้า-ออกประเทศทางบก น้ำ และอากาศ หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในลาว ประเทศรอบบ้านและโลก คลี่คลาย ทั้งนี้ ลาวเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบเมื่อ 9 พ.ค.65 และจนถึง 26 ธ.ค.65 ลาวพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 217,658 ราย และเสียชีวิต 670 ราย Credit Pic : kpl.gov.la

จีนลดมาตรการ COVID-19 เป็นระดับ B และจะเปิดพรมแดนตั้งแต่ 8 ม.ค.66

  คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีน (China’s National Health Commission -NHC) ประกาศเมื่อ 26 ธ.ค.65 ว่า  จะปรับมาตรการควบคุม COVID-19 จากระดับ A เป็น B ตั้งแต่ 8 ม.ค.66 เป็นต้นไป  ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่จะเดินทางเข้าจีนไม่ต้องกักตัว ไม่มีมาตรการควบคุมผู้ติดเชื้อ และการกำหนดพื้นที่เสี่ยง อีกทั้งจะเริ่มทยอยเปิดบริการขนส่งผู้โดยสารทั้งทางน้ำและทางบก รวมทั้งการท่องเที่ยวต่างประเทศ อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยผู้ที่จะเดินทางเข้าจีน ต้องตรวจหาเชื้อด้วยการทดสอบกรดนิวคลีอิก 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง  ทั้งนี้ การกำหนด COVID-19 อยู่ในระดับ B จะใช้มาตรการเทียบเท่ากับโรคเอดส์ ไวรัสตับอักเสบ และไข้หวัดนก H7N9 Credit Pic : REUTERS/Toby Melville

กห.เกาหลีใต้ตรวจจับอากาศยานไร้คนขับของเกาหลีเหนือบริเวณเขตน่านฟ้าเกาหลีใต้

  สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ และ NK News รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.65 ว่ากระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ตรวจจับวัตถุไม่ทราบชนิดหลายเครื่อง บินข้ามเส้นแบ่งเขตแดนทางทหารระหว่างสองเกาหลี (Military Demarcation Line-MDL) ไปยังพื้นที่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ บริเวณเมืองคิมโพ และเมืองพาจู จ.คย็องกี และเกาะคังฮวา โดยไม่ได้รับอนุญาตตั้งแต่เวลา 10.25 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 08.25 น.ของไทย) โดยกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ประเมินเบื้องต้นว่า อาจเป็นอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle-UAV) ของเกาหลีเหนือ (ไม่มีการยืนยันการติดอาวุธ) ซึ่งกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ดำเนินมาตรการตอบโต้ตามลำดับด้วยการประกาศและยิงเตือน รวมถึงระดมเครื่องบินขับไล่ เครื่องบินรบ และเฮลิคอปเตอร์ เพื่อกำจัดอากาศยานดังกล่าว ทั้งนี้ เครื่องบินโจมตีเบารุ่น KA-1 ของเกาหลีใต้ ตกโดยไม่ทราบสาเหตุระหว่างปฏิบัติภารกิจ ขณะที่ทางการเกาหลีใต้สั่งระงับเส้นทางการบินพลเรือนที่ท่าอากาศยานนานาชาติอินช็อนและคิมโพชั่วคราว อนึ่งก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือส่งอากาศยานไร้คนขับข้ามพรมแดนไปยังเกาหลีใต้เมื่อปี 2557 และปี 2560 เพื่อรวบรวมข้อมูลทางทหาร Credit Pic : Yonhup News

ซาอุดีอาระเบียกับบาห์เรนจัดซ้อมรบทางทะเลในน่านน้ำของบาห์เรน

  เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ Arab News รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.65 อ้างกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียประกาศเมื่อ 25 ธ.ค.65 ว่า กองทัพเรือซาอุดีอาระเบียกับกองทัพเรือบาห์เรนจัดซ้อมรบทางทะเล บริเวณน่านน้ำของบาห์เรน ภายใต้รหัส Bridge 23 ในวันเดียวกันนี้เป็นวันแรก โดยการฝึกซ้อมดังกล่าวครอบคลุมการรบทางเรือ การบังคับบัญชาและการควบคุม การยกระดับประสิทธิภาพของการสื่อสารระหว่างกัน ทั้งนี้ การจัดซ้อมรบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง ความพร้อมรบ รวมถึงสร้างมาตรฐานแนวคิดทางยุทธวิธีและปฏิบัติการร่วมทางทะเลระหว่างกองทัพเรือของสองประเทศ Credit Pic : Arab News/SPA

อินโดนีเซียช่วยเหลือชาวโรฮีนจา 58 คนขึ้นฝั่ง

  สำนักข่าว AP รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.65 ว่า ทางการอินโดนีเซียรับชาวโรฮีนจาจำนวน 58 คน ขึ้นฝั่งที่หาดอินทราพัตรา ใน จ.อาเจะฮ์ หลังจากได้รับแจ้งจากชาวประมงท้องถิ่นว่าพบกลุ่มดังกล่าวลอยเรืออยู่ในทะเลในสภาพอ่อนแอ และบางคนมีอาการป่วย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในอาเจะฮ์ได้เข้ามาดูแลและให้คำแนะนำแล้ว ขณะที่ชาวโรฮีนจา 3 คน ถูกส่งต่อไปที่คลินิกสุขภาพเพื่อรับการรักษาพยาบาล ในเบื้องต้น ยังไม่แน่ชัดว่าชาวโรฮีนจากลุ่มดังกล่าวเดินทางมาจากที่ใด แต่การสอบถามชาวโรฮีนจาคนหนึ่งที่พูดภาษามลายูได้ระบุว่า ลอยเรืออยู่ในทะเลมานานกว่า 1 เดือนแล้ว และมีเป้าหมายที่จะขึ้นฝั่งที่มาเลเซีย ทั้งนี้ แม้ว่าอินโดนีเซียจะไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย (Refugee Convention) พ.ศ.2494 ของสหประชาชาติ แต่มักจะถูกร้องขอจากหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนให้ช่วยเหลือและอนุญาตให้ชาวโรฮีนจาได้ขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ นายอัสมาน ฮามิด ผู้อำนวยการองค์การนิรโทษกรรมสากลประจำอินโดนีเซีย เรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียแสดงบทบาทนำในระดับภูมิภาคเพื่อแก้ไขวิกฤตผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา Credit Pic : AP Photo/Rahmat Mirza

สิงคโปร์ประเมินว่ายังไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการควบคุมการเดินทางกับนักท่องเที่ยวจีน

  หนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานเมื่อ 26 ธ.ค.65 อ้างการประเมินของผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขสิงคโปร์ ว่า สิงคโปร์ยังไม่มีความจำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการควบคุมการเดินทางกับนักท่องเที่ยวชาวจีน เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ของชาวสิงคโปร์อยู่ในระดับสูง  แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในจีนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการยกเลิกมาตรการคงผู้ติดเชื้อ COVID-19 เป็นศูนย์ของทางการจีน ขณะที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าชาวจีนจำนวนมากแย่งซื้อยารักษาโรคไข้หวัด (Panadol) ในสิงคโปร์เพื่อจัดส่งกลับไปยังจีน ทำให้ต้องบังคับใช้มาตรการจำกัดการซื้อตัวยาดังกล่าวในร้านขายยาหลายแห่ง ทั้งนี้ การประเมินดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีของสาธารณสุขสิงคโปร์ ที่ยังไม่มีการกำหนดมาตรการควบคุมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน Credit Pic : AP News / SCMP

คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกจัดการมลพิษทางขยะ

  หนังสือพิมพ์ Khmer Times รายงานเมื่อ 22 ธ.ค.65 ว่า คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC) เรียกร้องให้ กัมพูชา ลาว ไทยและเวียดนาม เร่งแก้ไขมลพิษขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองใหญ่ โดยแนะนำให้ทั้ง 4 ประเทศ จัดตั้งกลไกร่วมเพื่อเฝ้าระวัง ติดตามและกำจัดขยะปนเปื้อนในดิน น้ำ อากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ประมง และสุขภาพของประชาชน รวมทั้งจัดทำกฎระเบียบและนโยบายตามแนวคิด 3Rs (Reduce-ลดการใช้ Reuse-นำกลับมาใช้ซ้ำ และ Recycle-นำกลับมาใช้ใหม่) เพื่อควบคุมและจัดขยะในลำน้ำ โดยให้ระบุหน่วยงานที่รับผิดรอบและแจกจ่ายภารกิจที่ชัดเจนทั้งในภาครัฐส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และชุมชน ทั้งนี้ MRC ประเมินว่า เมื่อปี 2564 มีแม่น้ำในชุมชนเมืองทั่วโลกร้อยละ 80 หรือมากกว่า 1,000 สาย ประสบปัญหามลพิษทางขยะ  Credit Pic : mrcmekong.org