กัมพูชาและจีนเห็นพ้องการส่งเสริมความร่วมมือในทุกมิติ

หนังสือพิมพ์ Khmer Times ฉบับ 4 ก.ค.65 รายงานถึงผลการพบหารือระหว่างนายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กัมพูชา กับนายหวาง อี้ รัฐมนตรีแห่งรัฐ ฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จีน นอกรอบการประชุม รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong – Lancang Cooperation Foreign Ministers’ Meeting – MLC FMM) ที่เมียนมา เมื่อ 3 ก.ค.65 โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือทุกมิติ ครอบคลุมด้านการป้องกันโรคระบาด การเกษตร การปกป้องสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน รวมถึงความร่วมมือที่สอดคล้องกับความริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) เฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจและโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และยังแลกเปลี่ยนในประเด็นทะเลจีนใต้ เมียนมา และความร่วมมือเกี่ยวกับ MLC ทั้งนี้ นายปร๊ะ สุคน กล่าวว่ากัมพูชาสนับสนุนนโยบายจีนเดียวและประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ของจีน คาดหวังให้มีการแลกเปลี่ยนในระดับ…

ซาอุดีอาระเบียจะมีอัตราเงินเฟ้อต่ำแม้เผชิญผลกระทบจากราคาอาหารโลก

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Arab News รายงานเมื่อ 4 ก.ค.65 อ้างองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development-OECD) เผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจในห้วงที่เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก คาดการณ์ว่า ซาอุดีอาระเบียจะมีอัตราเงินเฟ้อต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศ G20 อื่น ๆ ที่ต่างเผชิญปัญหาราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลกเช่นกัน ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบีย ในปี 2565 จะอยู่ที่ร้อยละ 7.8 สูงกว่าประเทศ G20 อื่น ๆ ที่ OECD คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 2.9 ส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบีย ในปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 9 ทั้งนี้ การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของซาอุดีอาระเบีย โดย OECD สอดคล้องกับ สำนักงงานสถิติซาอุดีอาระเบีย ที่เผยแพร่ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคประจำปีของซาอุดีอาระเบีย เมื่อ พ.ค.65 ลดลงอยู่ที่ร้อยละ 2.3 จากเมื่อ เม.ย.65 อยู่ที่ร้อยละ 2.2

อัตราเงินเฟ้อของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบ 24 ปี

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 5 ก.ค.65 ว่า อัตราเงินเฟ้อของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบ 24 ปี เมื่อ มิ.ย.65 เนื่องจากราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ปรับตัวสูง จากสงครามที่ยืดเยื้อระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงการหยุดชะงักของอุปทานทั่วโลก โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 6 ห้วงหนึ่งและมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มเป็นร้อยละ 7 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของปี 2565 อาจเกินที่คาดการณ์ไว้ร้อยละ 4.7 จากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ออกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาผู้บริโภค อาทิ ลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างไรก็ดี เกาหลีใต้จำเป็นต้องขึ้นราคาค่าไฟในห้วงไตรมาสที่ 3/2565 เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนจากต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้น

ประธานาธิบดียูเครนพบหารือประธานาธิบดีอินโดนีเซีย

สำนักข่าว Ukrinform รายงานเมื่อ 29 มิ.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย เดินทางถึงกรุงเคียฟ ยูเครน ผ่านทางรถไฟจากโปแลนด์เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ทั้งนี้ ภายหลังการหารือ ประธานาธิบดียูเครนทวีตข้อความในแอปพลิเคชัน Telegram ขอบคุณอินโดนีเซียที่สนับสนุนในห้วงเวลายากลำบาก และตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุม G-20 ห้วง พ.ย.65 แต่ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความมั่นคงในยูเครน และรายชื่อประเทศที่เข้าร่วม ด้านประธานาธิบดีอินโดนีเซีย แถลงให้คำมั่นว่า อินโดนีเซียจะทำทุกวิถีทางไม่ให้เกิดการสกัดกั้นการส่งออกธัญพืชของยูเครน เพื่อบรรเทาวิกฤตอาหารโลก และสร้างความมั่นคงด้านอาหาร รวมถึงพร้อมสนับสนุนความพยายามของสหประชาชาติ (United Nations-UN) เพื่อให้ยูเครนส่งออกอาหารได้ จากผลกระทบสงครามในยูเครน การปิดกั้นท่าเรือต่าง ๆ ในยูเครน ซึ่งเป็นอุปสรรคในการส่งออกธัญพืชมากกว่า 20 ล้านตันภายใต้โครงการอาหารโลกของ UN   ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ร่วมกันลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการยกเลิกข้อจำกัดวีซ่าพำนักระยะสั้น ส่งผลให้ชาวยูเครนสามารถเดินทางเข้าอินโดนีเซียได้นานสูงสุดครั้งละ 30 วัน ขณะที่ชาวอินโดนีเซียสามารถเดินทางไปยังยูเครนได้นานสูงสุด 30 วัน ก่อนหน้านี้ชาวยูเครนสามารถเข้าอินโดนีเซียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าตั้งแต่ปี 2559…

ผู้นำรัสเซีย-อินโดนีเซียออกแถลงการณ์ร่วม

เว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย รายงานเมื่อ 30 มิ.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ร่วม ภายหลังการพบหารือระหว่างผู้นำสองประเทศ โดยเป็นการเยือนมอสโกครั้งแรกของประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี เน้นเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของรัสเซียในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มูลค่าการค้าทวิภาคีเมื่อปี 2564 เติบโตกว่าร้อยละ 40 ขณะที่ห้วง ม.ค.-พ.ค.65 เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 65 ทั้งสองฝ่ายสนใจผลักดันคณะกรรมาธิการร่วมรัสเซีย-อินโดนีเซียว่าด้วยเศรษฐกิจ การค้า และความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้ รัสเซียจะผลักดันข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Zone-FTZ) ระหว่างสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union-EAEU) กับอินโดนีเซียให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 ขณะที่บริษัทด้านพลังงานรัสเซียที่ดำเนินการในอินโดนีเซีย สนใจเข้าร่วมกับ Rosatom บริษัทพลังงานนิวเคลียร์รัสเซีย ในการพัฒนาอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ให้กับอินโดนีเซีย ซึ่งรวมถึงโครงการด้านการแพทย์และเกษตรกรรม นอกจากนี้ รัสเซียสนใจพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอินโดนีเซีย เช่น การรถไฟรัสเซียอาจมีส่วนร่วมในโครงการขนาดใหญ่ของอินโดนีเซีย เพื่อย้ายเมืองหลวงไปยังเกาะกาลิมันตัน             ด้านประธานาธิบดีอินโดนีเซียเน้นว่า อินโดนีเซียไม่มีส่วนได้ส่วนเสียจากสงครามในยูเครน แต่ประสงค์ให้สงครามยุติโดยเร็วที่สุด…

รัสเซียถอนกำลังทหารออกจาก Snake Island ของยูเครนในทะเลดำ

เว็บไซต์ The Moscow Times ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 30 มิ.ย.65 ว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศถอนกำลังทหารออกจากเกาะงู (Snake Island/ Serpent Island/Zmiinyi Island) ในยูเครน บริเวณทะเลดำ ใกล้กับสามเหลี่ยมปากแม่น้ำดานูบ ห่างจากชายฝั่งยูเครนเพียง 48 กิโลเมตร และเป็นสมรภูมิสำคัญระหว่างกองกำลังยูเครนกับรัสเซีย  ซึ่งรัสเซียยึดครองได้ตั้งแต่ช่วงต้นของปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน ทำให้กองทัพรัสเซียสามารถสนับสนุนการโจมตีเมืองโอเดสซา เมืองท่าสำคัญทางใต้ของยูเครน ที่อยู่ห่างออกไป 140 กิโลเมตร ด้านสื่อตะวันตกเสนอข่าวการถอนตัวออกจากเกาะงูเป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้สำหรับรัสเซียในยูเครน โดยนาย Andriy Yermak ผู้อำนวยการสำนักบริหารทำเนียบประธานาธิบดียูเครน ทวีตข้อความใน Twitter ประกาศถึงชัยชนะครั้งนี้ ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมยูเครนเผยแพร่ภาพแรกของเกาะงูหลังรัสเซียถอนกำลังออกไป ด้านนาย Igor Girkin อดีตผู้บัญชาการกองกำลังแบ่งแยกดินแดนในยูเครนตะวันออกทวีตข้อความว่า การตัดสินใจถอนกำลังของรัสเซียครั้งนี้ น่าจะเป็นผลมาจากการโจมตีของยูเครนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่นเดียวกับนาย Rob Lee นักวิเคราะห์ทางทหารทวีตข้อความว่า เกิดจากผลลัพธ์การสนับสนุนอาวุธของเนโต รวมถึงการส่งมอบขีปนาวุธระบบ High Mobility Artillery Rocket Systems…

หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่าผู้นำรัสเซียต้องการขยายปฏิบัติการด้านการทหารในยูเครน

สำนักข่าว วีโอเอ เมื่อ 29 มิ.ย.65 รายงานอ้างท่าทีของผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (Director of National Intelligence – DNI) ประเมินว่า ผู้นำรัสเซียยังต้องการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดครองดินแดนส่วนใหญ่ของยูเครน โดยแม้ว่ากองทัพรัสเซียเริ่มสูญเสียกำลังพลและได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการในยูเครน จนทำให้ปฏิบัติการในภาคตะวันออกของยูเครนล่าช้า แต่ผู้นำรัสเซียยังไม่เปลี่ยนแปลงเป้าหมาย รวมทั้งยังไม่มีสัญญาณว่า ทั้งสองฝ่ายจะเจรจากัน ทำให้แนวโน้มสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนจะยังคงยืดเยื้อ ทั้งนี้ DNI ประเมินฉากทัศน์สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนที่เป็นไปได้มากที่สุด คือ ความขัดแย้งจะยืดเยื้อต่อไป โดยรัสเซียจะขยายพื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการควบคุมพื้นที่ทั้งหมดของยูเครน

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ย้ำว่าจำเป็นต้องลดเงินเฟ้อแบบไม่มีเงื่อนไข

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve -Fed) ชี้แจงต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 23 มิ.ย.65 ว่า Fed จะดำเนินนโยบายการเงินเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อ อาทิ ขึ้นดอกเบี้ย และลดการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ เพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลง อย่างไม่มีเงื่อนไข เนื่องจากการที่ Fed จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพราคาและรักษาตลาดแรงงานสหรัฐฯ ให้ยั่งยืน

ผู้นำญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้จะหารือนอกรอบระหว่างการประชุมสุดยอดเนโตใน 29 มิ.ย.65

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อ 24 มิ.ย.65 ว่านายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯ และประธานาธิบดียุน ซ็อก-ย็อลของเกาหลีใต้ มีแผนจัดประชุมไตรภาคีนอกรอบระหว่างการประชุมสุดยอดเนโตใน 29 มิ.ย.65 ที่กรุงมาดริด สเปน ซึ่งจะเป็นการหารือระหว่าง 3 ผู้นำครั้งแรกในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่จัดการหารือครั้งล่าสุดเมื่อปี 2560 โดยการประชุมดังกล่าวจะหารือความคืบหน้าในการพัฒนาความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ที่ยังเผชิญความท้าทายจากปัญหาความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์และข้อพิพาทดินแดน รวมถึงแนวทางรับมือภัยคุกคามนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ และการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง เฉพาะอย่างยิ่งขีดความสามารถการป้องปรามและตอบโต้ภัยคุกคามของทั้งสามประเทศ

จีนยังคงนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านแม้ว่าจะมีการนำเข้าจากรัสเซียเพิ่มขึ้น

สำนักข่าว Reuters และ Press TV รายงานเมื่อ 22 มิ.ย.65 อ้างรายงานของ Vortexa Analytics ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตามการเดินเรือและ United Against Nuclear Iran (UAN) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดที่สหรัฐฯ จัดตั้งขึ้นเพื่อติดตามการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ ว่า อิหร่านส่งน้ำมันดิบ 260,000 ตัน (เกือบ 2 ล้านบาร์เรล) ให้จีน โดยใช้เรือบรรทุกน้ำมัน Dorena ของบริษัท National Iranian Tanker Corp (NITC) ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งน้ำมันทางเรือในเครือบริษัทน้ำมันแห่งชาติของอิหร่าน (National Iranian Oil Company-NIOC) ขนส่งน้ำมันดังกล่าวไปยังท่าเรือ Zhanjiang ทางใต้ของจีน เมื่อห้วง 12-18 มิ.ย.65 ถือเป็นการส่งมอบน้ำมันจำนวนมาก แม้จะปรากฏรายงานว่า จีนลดการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านเนื่องจากหันไปนำเข้าจากรัสเซียเพิ่มขึ้น ซึ่งอิหร่านปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยยืนยันว่าการส่งออกน้ำมันอิหร่านไปจีนยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ น้ำมันดิบที่อิหร่านส่งให้จีนครั้งนี้ เป็นน้ำมันดิบที่จีนกำหนดให้เป็นน้ำมันดิบสำรอง และเป็นการส่งมอบครั้งที่…