เหตุคนร้ายกราดยิงในเดนมาร์กยังไม่ทราบเหตุจูงใจที่แน่ชัด

กรณีเหตุคนร้ายชาวเดนมาร์กอายุ 22 ปี ใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้คนบริเวณศูนย์การค้า Field ทางตอนใต้ของกรุงโคเปนเฮเกน เมื่อ 4 ก.ค.65 โดยคนร้ายถูกจับกุมตัวได้ นั้น จนถึงขณะนี้ตำรวจระบุว่ายังไม่ทราบแรงจูงใจก่อเหตุที่ชัดเจน แต่ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องก่อการร้ายออกไป เบื้องต้นประเมินว่าเป็นการก่อเหตุโดยลำพัง เนื่องจากยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่ามีบุคคลอื่นๆ ร่วมก่อเหตุด้วย ขณะที่ นายกรัฐมนตรี Mette Frederiksen ประณามว่าเป็นการก่อเหตุที่โหดร้าย พร้อมแสดงความเสียใจกับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศจะปกป้องสิทธิทำแท้งของชาวอเมริกัน

สำนักข่าววีโอเอรายงานเมื่อ 1 ก.ค.65 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐ มีถ้อยแถลงในการประชุมกับผู้ว่าการรัฐของพรรคเดโมแครต ว่าจะให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิการทำแท้งของชาวอเมริกัน แม้ว่าศาลสูงสุุดสหรัฐฯ จะมีคำสั่งเมื่อ 24 มิ.ย.65 ยกเลิกสิทธิทำแท้ง หรือยกเลิกคำตัดสินคดี Roe v Wade เมื่อปี 2561 ที่ให้สิทธิแก่สตรีในการยุติการตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรก พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีไบเดนไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลสูงสุดดังกล่าว ที่ทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากไม่พอใจ เพราะเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิ และระบุว่า จะสนับสนุนร่างกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ที่สนับสนุนสิทธิการทำแท้งต่อไป

เกาหลีเหนือไม่พอใจข้อตกลงเสริมสร้างความร่วมมือด้านการทหารระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อ 3 ก.ค.65 ว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือวิจารณ์ว่า ข้อตกลงเสริมสร้างความร่วมมือด้านการทหารระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เป็นส่วนหนึ่งของแผนการของสหรัฐฯ ในการสร้างพันธมิตรทางการทหารคล้ายเนโตในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ อ้างภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ เพื่อขยายอำนาจทางการทหารในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เกาหลีเหนือจึงจำเป็นต้องเสริมสร้างการป้องกันของประเทศ เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่ตึงเครียดเพิ่มขึ้น ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ พบหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดเนโต ที่กรุงมาดริด สเปน และเห็นพ้องกันว่าความก้าวหน้าของโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อคาบสมุทรเกาหลีและเอเชียตะวันออก รวมถึงประชาคมโลก ซึ่งทั้งสามฝ่ายจะพิจารณาเพิ่มการป้องปรามเกาหลีเหนือ

กัมพูชาและจีนเห็นพ้องการส่งเสริมความร่วมมือในทุกมิติ

หนังสือพิมพ์ Khmer Times ฉบับ 4 ก.ค.65 รายงานถึงผลการพบหารือระหว่างนายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กัมพูชา กับนายหวาง อี้ รัฐมนตรีแห่งรัฐ ฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จีน นอกรอบการประชุม รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong – Lancang Cooperation Foreign Ministers’ Meeting – MLC FMM) ที่เมียนมา เมื่อ 3 ก.ค.65 โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือทุกมิติ ครอบคลุมด้านการป้องกันโรคระบาด การเกษตร การปกป้องสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน รวมถึงความร่วมมือที่สอดคล้องกับความริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) เฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจและโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และยังแลกเปลี่ยนในประเด็นทะเลจีนใต้ เมียนมา และความร่วมมือเกี่ยวกับ MLC ทั้งนี้ นายปร๊ะ สุคน กล่าวว่ากัมพูชาสนับสนุนนโยบายจีนเดียวและประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ของจีน คาดหวังให้มีการแลกเปลี่ยนในระดับ…

ซาอุดีอาระเบียจะมีอัตราเงินเฟ้อต่ำแม้เผชิญผลกระทบจากราคาอาหารโลก

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Arab News รายงานเมื่อ 4 ก.ค.65 อ้างองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development-OECD) เผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจในห้วงที่เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก คาดการณ์ว่า ซาอุดีอาระเบียจะมีอัตราเงินเฟ้อต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศ G20 อื่น ๆ ที่ต่างเผชิญปัญหาราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลกเช่นกัน ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบีย ในปี 2565 จะอยู่ที่ร้อยละ 7.8 สูงกว่าประเทศ G20 อื่น ๆ ที่ OECD คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 2.9 ส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบีย ในปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 9 ทั้งนี้ การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของซาอุดีอาระเบีย โดย OECD สอดคล้องกับ สำนักงงานสถิติซาอุดีอาระเบีย ที่เผยแพร่ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคประจำปีของซาอุดีอาระเบีย เมื่อ พ.ค.65 ลดลงอยู่ที่ร้อยละ 2.3 จากเมื่อ เม.ย.65 อยู่ที่ร้อยละ 2.2

อัตราเงินเฟ้อของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบ 24 ปี

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 5 ก.ค.65 ว่า อัตราเงินเฟ้อของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบ 24 ปี เมื่อ มิ.ย.65 เนื่องจากราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ปรับตัวสูง จากสงครามที่ยืดเยื้อระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงการหยุดชะงักของอุปทานทั่วโลก โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 6 ห้วงหนึ่งและมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มเป็นร้อยละ 7 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของปี 2565 อาจเกินที่คาดการณ์ไว้ร้อยละ 4.7 จากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ออกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาผู้บริโภค อาทิ ลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างไรก็ดี เกาหลีใต้จำเป็นต้องขึ้นราคาค่าไฟในห้วงไตรมาสที่ 3/2565 เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนจากต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้น

ประธานาธิบดียูเครนพบหารือประธานาธิบดีอินโดนีเซีย

สำนักข่าว Ukrinform รายงานเมื่อ 29 มิ.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย เดินทางถึงกรุงเคียฟ ยูเครน ผ่านทางรถไฟจากโปแลนด์เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ทั้งนี้ ภายหลังการหารือ ประธานาธิบดียูเครนทวีตข้อความในแอปพลิเคชัน Telegram ขอบคุณอินโดนีเซียที่สนับสนุนในห้วงเวลายากลำบาก และตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุม G-20 ห้วง พ.ย.65 แต่ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความมั่นคงในยูเครน และรายชื่อประเทศที่เข้าร่วม ด้านประธานาธิบดีอินโดนีเซีย แถลงให้คำมั่นว่า อินโดนีเซียจะทำทุกวิถีทางไม่ให้เกิดการสกัดกั้นการส่งออกธัญพืชของยูเครน เพื่อบรรเทาวิกฤตอาหารโลก และสร้างความมั่นคงด้านอาหาร รวมถึงพร้อมสนับสนุนความพยายามของสหประชาชาติ (United Nations-UN) เพื่อให้ยูเครนส่งออกอาหารได้ จากผลกระทบสงครามในยูเครน การปิดกั้นท่าเรือต่าง ๆ ในยูเครน ซึ่งเป็นอุปสรรคในการส่งออกธัญพืชมากกว่า 20 ล้านตันภายใต้โครงการอาหารโลกของ UN   ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ร่วมกันลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการยกเลิกข้อจำกัดวีซ่าพำนักระยะสั้น ส่งผลให้ชาวยูเครนสามารถเดินทางเข้าอินโดนีเซียได้นานสูงสุดครั้งละ 30 วัน ขณะที่ชาวอินโดนีเซียสามารถเดินทางไปยังยูเครนได้นานสูงสุด 30 วัน ก่อนหน้านี้ชาวยูเครนสามารถเข้าอินโดนีเซียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าตั้งแต่ปี 2559…

ผู้นำรัสเซีย-อินโดนีเซียออกแถลงการณ์ร่วม

เว็บไซต์ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย รายงานเมื่อ 30 มิ.ย.65 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ร่วม ภายหลังการพบหารือระหว่างผู้นำสองประเทศ โดยเป็นการเยือนมอสโกครั้งแรกของประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี เน้นเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของรัสเซียในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มูลค่าการค้าทวิภาคีเมื่อปี 2564 เติบโตกว่าร้อยละ 40 ขณะที่ห้วง ม.ค.-พ.ค.65 เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 65 ทั้งสองฝ่ายสนใจผลักดันคณะกรรมาธิการร่วมรัสเซีย-อินโดนีเซียว่าด้วยเศรษฐกิจ การค้า และความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้ รัสเซียจะผลักดันข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Zone-FTZ) ระหว่างสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union-EAEU) กับอินโดนีเซียให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 ขณะที่บริษัทด้านพลังงานรัสเซียที่ดำเนินการในอินโดนีเซีย สนใจเข้าร่วมกับ Rosatom บริษัทพลังงานนิวเคลียร์รัสเซีย ในการพัฒนาอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ให้กับอินโดนีเซีย ซึ่งรวมถึงโครงการด้านการแพทย์และเกษตรกรรม นอกจากนี้ รัสเซียสนใจพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอินโดนีเซีย เช่น การรถไฟรัสเซียอาจมีส่วนร่วมในโครงการขนาดใหญ่ของอินโดนีเซีย เพื่อย้ายเมืองหลวงไปยังเกาะกาลิมันตัน             ด้านประธานาธิบดีอินโดนีเซียเน้นว่า อินโดนีเซียไม่มีส่วนได้ส่วนเสียจากสงครามในยูเครน แต่ประสงค์ให้สงครามยุติโดยเร็วที่สุด…

รัสเซียถอนกำลังทหารออกจาก Snake Island ของยูเครนในทะเลดำ

เว็บไซต์ The Moscow Times ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 30 มิ.ย.65 ว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศถอนกำลังทหารออกจากเกาะงู (Snake Island/ Serpent Island/Zmiinyi Island) ในยูเครน บริเวณทะเลดำ ใกล้กับสามเหลี่ยมปากแม่น้ำดานูบ ห่างจากชายฝั่งยูเครนเพียง 48 กิโลเมตร และเป็นสมรภูมิสำคัญระหว่างกองกำลังยูเครนกับรัสเซีย  ซึ่งรัสเซียยึดครองได้ตั้งแต่ช่วงต้นของปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน ทำให้กองทัพรัสเซียสามารถสนับสนุนการโจมตีเมืองโอเดสซา เมืองท่าสำคัญทางใต้ของยูเครน ที่อยู่ห่างออกไป 140 กิโลเมตร ด้านสื่อตะวันตกเสนอข่าวการถอนตัวออกจากเกาะงูเป็นสัญลักษณ์ความพ่ายแพ้สำหรับรัสเซียในยูเครน โดยนาย Andriy Yermak ผู้อำนวยการสำนักบริหารทำเนียบประธานาธิบดียูเครน ทวีตข้อความใน Twitter ประกาศถึงชัยชนะครั้งนี้ ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมยูเครนเผยแพร่ภาพแรกของเกาะงูหลังรัสเซียถอนกำลังออกไป ด้านนาย Igor Girkin อดีตผู้บัญชาการกองกำลังแบ่งแยกดินแดนในยูเครนตะวันออกทวีตข้อความว่า การตัดสินใจถอนกำลังของรัสเซียครั้งนี้ น่าจะเป็นผลมาจากการโจมตีของยูเครนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่นเดียวกับนาย Rob Lee นักวิเคราะห์ทางทหารทวีตข้อความว่า เกิดจากผลลัพธ์การสนับสนุนอาวุธของเนโต รวมถึงการส่งมอบขีปนาวุธระบบ High Mobility Artillery Rocket Systems…

หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ประเมินว่าผู้นำรัสเซียต้องการขยายปฏิบัติการด้านการทหารในยูเครน

สำนักข่าว วีโอเอ เมื่อ 29 มิ.ย.65 รายงานอ้างท่าทีของผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (Director of National Intelligence – DNI) ประเมินว่า ผู้นำรัสเซียยังต้องการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดครองดินแดนส่วนใหญ่ของยูเครน โดยแม้ว่ากองทัพรัสเซียเริ่มสูญเสียกำลังพลและได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการในยูเครน จนทำให้ปฏิบัติการในภาคตะวันออกของยูเครนล่าช้า แต่ผู้นำรัสเซียยังไม่เปลี่ยนแปลงเป้าหมาย รวมทั้งยังไม่มีสัญญาณว่า ทั้งสองฝ่ายจะเจรจากัน ทำให้แนวโน้มสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนจะยังคงยืดเยื้อ ทั้งนี้ DNI ประเมินฉากทัศน์สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนที่เป็นไปได้มากที่สุด คือ ความขัดแย้งจะยืดเยื้อต่อไป โดยรัสเซียจะขยายพื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการควบคุมพื้นที่ทั้งหมดของยูเครน