มาเลเซียเตรียมใช้ระบบ AI ดูแลชายแดนทั่วประเทศ

สนข.New Straits Times รายงานเมื่อ 30 ก.ค.68 ว่า ดาโต๊ะ ซรี ไซฟุดดิน นาซูตียน อิสมาอิล รมว.กระทรวงความมั่นคงภายใน มาเลเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลมาเลเซียเตรียมเปิดตัวระบบตรวจคนเข้าเมืองแบบบูรณาการ (The National Integrated Immigration System-NIISe) ทั่วประเทศ ภายใน มี.ค.69 ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและคัดกรองบุคคลเชิงรุก เช่น ระบบจดจำข้อมูลชีวภาพ ได้แก่ ใบหน้า ลายนิ้วมือ และม่านตา เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่เข้ามาในประเทศได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังใช้เครื่องมือประเมินความเสี่ยง และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) เช่น ประวัติอาชญากรรม การใช้เอกสารปลอม หรือความเสี่ยงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายถิ่นฐาน 

คะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ลดลงต่ำสุดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2

ผลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน จำนวน 1,023 คน (ค่าความคลาดเคลื่อน +/- 3) จัดทำโดย Reuters/Ipsos ระหว่าง 25 – 27 ก.ค.68 ประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยที่ 2 พบว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ปรับลดลง เมื่อห้วง 15 -16 ก.ค.68 เหลือร้อยละ 40 ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 เนื่องจากชาวอเมริกันห่วงกังวลเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและผู้อพยพของประธานาธิบดีทรัมป์ ส่วนร้อยละ 38 ของชาวอเมริกัน เห็นด้วยกับนโยบายเศรษฐกิจ และร้อยละ 43 เห็นด้วยกับนโยบายผู้อพยพ

UN แสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) แถลงผ่าน X เมื่อวันที่ 29 ก.ค.68 ยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเห็นว่าเป็นพัฒนาการที่ดีในการยุติสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นและลดความตึงเครียดบริเวณชายแดน พร้อมย้ำว่า UN พร้อมให้การสนับสนุนทุกความพยายามที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

จีนยินดีต่อความพยายามคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา

นายกัว เจียคุน โฆษก กต.จีน ตอบคำถามสื่อเมื่อ 28 ก.ค.68 กรณีความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่า จีนเสียใจอย่างยิ่งต่อความสูญเสียที่เกิดจากความขัดแย้งดังกล่าว โดยคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะกระทำการเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในประเทศ ยึดมั่นในสันติภาพและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี รวมทั้งยับยั้งชั่งใจ ยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด และฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพบริเวณชายแดนผ่านการเจรจาและปรึกษาหารือ จีนชื่นชมอาเซียนที่ผลักดันการหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย และยินดีกับการคลี่คลายความตึงเครียด โดยจีนที่ยึดมั่นในจุดยืนที่เป็นกลางและเป็นธรรม จะยังรักษาการติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับไทยและกัมพูชา ส่งเสริมสันติภาพและอำนวยความสะดวกในการเจรจา และแสดงบทบาทเชิงสร้างสร้างเพื่อส่งเสริมการหยุดยิงและยุติความขัดแย้ง

สื่ออินเดียติดตามรายงานการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา

สื่อหลักของอินเดียยังคงให้ความสำคัญในการติดตามรายงานสถานการณ์การปะทะระหว่างไทยและกัมพูชา  อาทิ สนข.The Press Trust of India (PTI) และเว็บไซต์ ndtv.com เมื่อ 29 ก.ค.68 อ้างสนข. AP ประเด็นการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาว่าจะเกิดขึ้นตามกำหนดหรือไม่ โดยกองทัพไทยกล่าวว่ากัมพูชาเปิดฉากโจมตีในหลายพื้นที่หลังจากการหยุดยิงที่ควรมีผลตามกำหนด ในขณะที่กัมพูชาปฏิเสธไม่มีการยิงโจมตีสถานที่ใด ๆ

ค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักของอาเซียน 4 ประเทศ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น

  นสพ.Manila times รายงานอ้างการวิเคราะห์ของ Maybank FX Research & Strategy เมื่อ 28 ก.ค.68 ว่า ค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักของอาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย (รูเปียห์) มาเลเซีย (ริงกิต) ฟิลิปปินส์ (เปโซ) และไทย (บาท) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จากปัจจัยทั้งภายนอกและภายใน ได้แก่ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ นอกจากนี้ อาเซียนยังได้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจระดับมหภาคที่เอื้อต่อการไหลเข้าของเงินลงทุนในตลาดเกิดใหม่

จีน-สหรัฐฯ อาจตกลงขยายการระงับใช้ภาษีตอบโต้ระหว่างกันออกไปอีก 90 วัน

นสพ. South China Morning Post รายงานเมื่อ 28 ก.ค.68 อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดทางการจีนว่า การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ รอบที่ 3 ที่กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน ซึ่งจะเริ่มใน 29 ก.ค.68 มีแนวโน้มที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงขยายเวลาระงับการบังคับใช้การขึ้นอัตราภาษีนำเข้าต่อกันออกไปอีก 90 วัน และจะไม่มีการกำหนดมาตรการใหม่ทางภาษีหรือมาตรการตอบโต้ใด ๆ ที่จะเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างกัน โดยมีความเป็นไปได้ที่การหารือจะมุ่งเน้นในประเด็นที่เป็นอุปสรรค อาทิ ข้อห่วงกังวลของสหรัฐฯ ต่อการผลิตที่ล้นเกินของภาคอุตสาหกรรมจีน มากกว่าการมุ่งบรรลุข้อตกลงการค้า  

กิจกรรมชุมนุมขับไล่ นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ยอดสูงสุด 18,000 คน

สนข.The Sun รายงานเมื่อ 26 ก.ค.68 ว่า การชุมนุมขับไล่ นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ออกจากตำแหน่ง ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เนื่องจากประชาชนไม่พอใจปัญหาค่าครองชีพสูงและการขยายอัตราภาษีการขายและบริการ กับทั้งล้มเหลวในการบริหารประเทศ การชุมนุมได้ยุติด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรง มียอดผู้เข้าร่วมชุมนุมสูงสุดประมาณ 18,000 คน   อย่างไรก็ดี ตำรวจจะตรวจสอบเนื้อหาการปราศรัยว่ามีการละเมิดกฎหมาย เฉพาะอย่างยิ่งในประเด็น 3R (ศาสนา เชื้อชาติ ราชวงศ์) หรือไม่ หากพบการละเมิด  ต้องการดำเนินตามกฎหมาย  

จีนคาดหวังว่าไทยกับกัมพูชาจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ผ่านการเจรจา

นายกัว เจียคุน โฆษก กต.จีน ตอบคำถามสื่อเมื่อ 24 ก.ค.68 กรณีการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาบริเวณชายแดน ว่า จีนกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้น เนื่องจากไทยและกัมพูชาต่างเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของจีนและเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียน และย้ำว่าการรักษาความสัมพันธ์อันดีในฐานประเทศเพื่อนบ้านและจัดการกับความแตกต่างอย่างเหมาะสมสอดคล้องจะเป็นรากฐานของผลประโยชน์ระยะยาวของทั้งสองฝ่าย โดยจีนคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาและหารือ จีนที่ยึดมั่นในจุดยืนที่ยุติธรรมและเป็นกลาง จะแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการเจรจาและลดความตึงเครียดต่อไป

สหรัฐฯ เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชายุติความขัดแย้ง

นาย Tommy Pigott รองโฆษกประจำ กต.สหรัฐฯ แถลงเมื่อ 24 ก.ค.68 เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชายุติความขัดแย้งโดยทันที หลังจากการปะทะกันอย่างรุนแรงบริเวณชายแดน และเรียกร้องให้คุ้มครองพลเรือน พร้อมกับดำเนินการเข้าสู่กระบวนเจรจา นอกจากนี้ สอท.สหรัฐฯ/กรุงเทพ แถลงในวันเดียวกันว่า ได้รับรายงานการปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งมีการใช้อาวุธสงครามตามแนวชายแดน ที่ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต โดยรัฐบาลไทยได้ประกาศอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง จึงขอให้ชาวอเมริกันที่อาศัย หรือเดินทางไปบริเวณพื้นที่ชายแดน ติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามข้อแนะนำจากหน่วยงานความมั่นคงของไทยรวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่