ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หารือกับผู้นำจากยุโรปประเด็นสงครามรัสเซีย – ยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่าน Truth social เมื่อ 19 ส.ค.68 ว่า ได้หารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน  ก่อนการต้อนรับและหารือร่วมกับกลุ่มผู้นำจากยุโรป ได้แก่ ผู้นำเยอรมนี  ฝรั่งเศส ฟินแลนด์  สหราชอาณาจักร  และอิตาลี รวมทั้งเลขาธิการเนโต และประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โดยได้หารือเกี่ยวกับการรับประกันความมั่นคงสำหรับยูเครน ซึ่งจะจัดทำโดยประเทศในยุโรป ร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อสร้างสันติภาพสำหรับรัสเซียและยูเครน ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการหารือ ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย เพื่อเตรียมการจัดประชุมผู้นำไตรภาคีระหว่างสหรัฐฯ  กับรัสเซียและยูเครน

ญี่ปุ่นไม่เห็นด้วยที่รัสเซียได้ประโยชน์ฝ่ายเดียวจากการยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ถ้อยแถลงของนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น เมื่อ 17 ส.ค.68 ในการประชุมผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่ม Coalition of the Willing ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบการประชุมเสมือนจริง (Virtual meeting) โดยมีสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี เป็นประธาน นายอิชิบะระบุว่า ยินดีต่อการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์  พยายามผลักดันให้สงครามรัสเซีย-ยูเครนยุติลงผ่านช่องทางทางการทูต แต่ไม่เห็นด้วยต่อการจัดทำข้อตกลงที่จะทำให้รัสเซียได้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว พร้อมย้ำว่าญี่ปุ่นจะร่วมมือกับนานาประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้ระเบียบระหว่างประเทศทั่วโลก รวมถึงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ถูกบั่นทอน

จีนบริจาคอุปกรณ์แก่วัดและโรงเรียนสอนภาษาจีนใน จ.ท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 17 ส.ค.68 ว่า นางหม่า เจีย ออท.จีนประจำเมียนมา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม จ.ท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน เมื่อ 15 ส.ค.68 และได้บริจาคอุปกรณ์การศึกษาในนาม สอท.จีน ประจำเมียนมา แก่โรงเรียนสอนภาษาจีน ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ได้แก่ คอมพิวเตอร์ จำนวน 20 เครื่อง กระเป๋าสะพายหลัง จำนวน 300 ชิ้น กระเป๋าใส่เอกสาร จำนวน 200 ชิ้น พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่คณะจารย์ นักเรียน และผู้นำชุมชน และบริจาคเงินสดแก่วัด Tahua Chinese Temple ซึ่งเป็นวัดจีนใน จ.ท่าขี้เหล็ก ด้วย

ผู้นำยูเครนและประเทศยุโรปจะหารือกับผู้นำสหรัฐฯ

สนข.AP และ Sputnik รายงานเมื่อ 18 ส.ค.68 ว่าประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน พร้อมด้วยผู้นำยุโรปและเนโต ได้แก่ 1) นายฟรีดริช แมร์ซ นรม.เยอรมนี 2) ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส 3) ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ สตับบ์ ของฟินแลนด์ 4) นรม.เคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร 5) นรม.จอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลี  6) นายมาร์ค รุตเตอร์ เลขาธิการเนโต 7) นางอัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป จะพบหารือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ใน 18 ส.ค.68 เวลาสหรัฐฯ (ช่วงเช้าของ 19 ส.ค.68 ตามเวลาไทย) เกี่ยวกับเงื่อนไขการแลกเปลี่ยนดินแดนเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่รัสเซียเสนอ และการรับประกันความมั่นคงปลอดภัยของยูเครนหากสงครามยุติ อย่างไรก็ตาม…

เกาหลีเหนือยกย่องความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือ-รัสเซีย

สนข.KCNA ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานเมื่อ 15 ส.ค.68 ว่า นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ กล่าวสุนทรพจน์ในงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปี ของการปลดปล่อยเกาหลีจากอาณานิคมของญี่ปุ่นระหว่างปี 2453-2488 (ตรงกับ 15 ส.ค.2488/Liberation Day) เป็นครั้งแรก ณ ประตูชัยในกรุงเปียงยาง เมื่อ 14 ส.ค.68 โดย ยกย่องความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับรัสเซียที่แน่นแฟ้น มีเอกภาพ และไม่มีที่สิ้นสุด และไม่ได้กล่าวถึงเกาหลีใต้หรือสหรัฐฯ โดยตรง ทั้งนี้   นาย Vyacheslav Volodin ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย และนาย Andrey Malyshev รมช.วธ.รัสเซีย พร้อมคณะเข้าร่วมงานดังกล่าว

ผู้นำสหรัฐฯ กับรัสเซียยังไม่บรรลุข้อตกลงยุติสงครามยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย แถลงหลังเสร็จสิ้นการหารือกันกว่า 3 ชม. เมื่อ 15 ส.ค.68 ว่า เป็นไปด้วยดีและมีความคืบหน้าอย่างยิ่ง แม้ข้อตกลงยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังไม่เสร็จสิ้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าจะนำผลการหารือครั้งนี้ ไปหารือกับพันธมิตรในองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ และประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนต่อไป ขณะที่ประธานาธิบดีปูตินกล่าวเสริมว่า การหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และนอกจากประเด็นยูเครนแล้ว ยังมีการหารือถึงการเพิ่มความร่วมมือทางธุรกิจการค้าที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ รวมถึงความร่วมมือในพื้นที่อาร์กติกและการสำรวจอวกาศ ทั้งนี้ การหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับรัสเซีย ครั้งนี้ จัดขึ้น ณ ฐานทัพร่วมเอลเมนดอร์ฟ-ริชาร์ดสัน เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา ของสหรัฐฯ และเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ผู้นำทั้งสองประเทศพบหารือกันในดินแดนสหรัฐฯ

ญี่ปุ่นเห็นว่าการเยือนของ รมว.กต.ไต้หวันกระทบความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-จีน

เว็บไซต์ nippon.com รายงานเมื่อ 16 ส.ค.68 ว่า บุคคลหลายรายในรัฐบาลญี่ปุ่นเห็นว่า การที่นาย Lin Chia-Lung รมว.กต.ไต้หวัน เยือนญี่ปุ่น เมื่อ ก.ค.68 เป็นเหตุให้นาย Han Jun รมว.กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีนยกเลิกการเยือนญี่ปุ่น เพื่อพบหารือกับนายโคอิซูมิ ชินจิโร รมว.กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงจากเดิมที่เคยกำหนดไว้เป็น 12 ส.ค.68 ขณะที่นายฮายาชิ โยชิมาซะ เลขาธิการ ครม.ญี่ปุ่นระบุว่าเนื่องจากกำหนดการและห้วงเวลาการพบหารือที่ทั้งสองฝ่ายเสนอไม่ตรงกัน ส่วนฝ่ายไต้หวันระบุว่าการเยือนญี่ปุ่นของนาย Lin เป็นการเยือนเป็นการส่วนตัว

รัสเซียประกาศรายชื่อคณะผู้แทนสำหรับการประชุมสุดยอดรัสเซีย-สหรัฐฯ

สนข.TASS รายงานอ้างนายยูริ อุชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียเมื่อ 14 ส.ค.68 ว่า คณะผู้แทนรัสเซียที่จะร่วมการประชุมสุดยอดรัสเซีย-สหรัฐฯ ใน 15 ส.ค.68 ที่รัฐอะแลสกา ประกอบด้วย 1) นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย 2) นายยูริ อุชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซีย 3) นายอังเดร เบลูซอฟ รมว.กห.รัสเซีย 4) แอนตัน สิลูอานอฟ รมว.กค. และ 5) นายคิริลล์ ดมิทรีเยฟ หัวหน้ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติรัสเซีย (RDIF) และผู้แทนพิเศษด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของประธานาธิบดีรัสเซีย ทั้งนี้ ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเริ่มหารือในเวลาประมาณ 22.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงมอสโก) โดยมีคณะผู้แทนของฝ่ายละ 5 คนเข้าร่วม และผู้นำทั้งสองประเทศจะแถลงข่าวร่วมภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น

สิงคโปร์สอบสวนคดีบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายกว่า 100 ราย

สธ. และสำนักงานวิทยาศาสตร์สุขภาพของสิงคโปร์ เปิดเผยเมื่อ 14 ส.ค.68 ว่า ปัจจุบัน มีผู้ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนมากกว่า 100 คนในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การครอบครอง การจำหน่าย หรือการนำเข้าอุปกรณ์ไอระเหย ซึ่งมีอย่างน้อย 5 คนที่ถูกตั้งข้อหาในศาลจากการจำหน่ายหรือส่งออก Kpods ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเติมที่ตรวจพบว่ามีส่วนผสมของสารอีโทมิดาท ซึ่งเป็นยาระงับความรู้สึกที่ใช้ในทางการแพทย์และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากใช้ผิดวิธี

อินโดนีเซียไม่เคยเจรจากับอิสราเอลเพื่อรับผู้อพยพชาวปาเลสไตน์

กต.อินโดนีเซีย เผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อ 14 ส.ค.68 ว่า อินโดนีเซียไม่เคยเจรจากับอิสราเอลในประเด็นการรองรับชาวปาเลสไตน์ที่อพยพจากฉนวนกาซา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบโต้รายงานของสื่อมวลชนอิสราเอลซึ่งระบุว่า อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่อิสราเอลเจรจาให้เป็นพื้นที่รองรับการย้ายถิ่นฐานถาวรของชาวปาเลสไตน์ รวมถึงยูกันดา เซาท์ซูดาน ลิเบีย และโซมาลีแลนด์ ก่อนหน้านี้ รมช.กต.อินโดนีเซีย ยังได้แถลงชี้แจงแผนการรองรับการรักษาพยาบาลชาวปาเลสไตน์จากฉนวนกาซา จำนวน 2,000 คน ในอินโดนีเซีย ซึ่งเบื้องต้นมีแผนจะจัดขึ้นบนเกาะ Galang จังหวัดหมู่เกาะรีเยา ว่าไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมแผนการอพยพถาวรของกลุ่มไซออนิสต์ แต่เป็นปฏิบัติการด้านมนุษยธรรม