มาเลเซียสนับสนุนเกาหลีใต้เข้าร่วม CPTPP

หนังสือพิมพ์ Korea Times รายงานเมื่อ 18 เม.ย.65 ว่า ในวันเดียวกัน ดาโต๊ะ ซรี โมฮัมหมัด อัซมิน อาลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของมาเลเซีย แสดงความยินดีต่อเกาหลีใต้ในการสมัครเป็นสมาชิกความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership-CPTPP) ในการประชุมทางไกลร่วมกับนายยอ ฮัม-กู รัฐมนตรีด้านการค้าของเกาหลีใต้ พร้อมระบุว่า มาเลเซียยินดีแลกเปลี่ยนกระบวนการทำสัตยาบันสำหรับข้อตกลง ทั้งนี้ CPTPP มีสมาชิก 11 ประเทศ ซึ่งมีมูลค่าการค้ารวมร้อยละ 15 ของมูลค่าการค้าโลกเมื่อปี 2563 หรือ 5.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจุบันมีสมาชิก CPTPP ที่สนับสนุนเกาหลีใต้ 7 ประเทศ คือ มาเลเซีย ออสเตรเลีย แคนาดา เม็กซิโก เวียดนาม บรูไน และนิวซีแลนด์ ยกเว้น 4 ประเทศ…

ออสเตรเลียจะปรับปรุงเรือดำน้ำให้ทันสมัยระหว่างรอประจำการเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์

สำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลีย รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายปีเตอร์ ดัทตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย เมื่อ 18 เม.ย.65 ว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะจัดสรรงบประมาณ 381 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 9,557 ล้านบาท) เพื่อใช้ปรับปรุงเรือดำน้ำชั้น Collins จำนวน 6 ลำ ให้มีระบบที่ทันสมัยมากเพียงพอสำหรับปฏิบัติการต่อไปประมาณ 30 ปี ก่อนการประจำการเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือของกลุ่ม AUKUS (ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ) โดยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบ Optronics ซึ่งมีความจำเป็นต่อระบบนำทางแบบอำพราง ทำให้ไม่ต้องใช้กล้องปริทรรศน์ (Periscope) เพื่อสังเกตการณ์ภายนอก และช่วยลดช่องโหว่ในการปฏิบัติการ นอกจากนี้ นายดัทตันระบุว่า รัฐบาลออสเตรเลียอยู่ระหว่างการเจรจากับฝรั่งเศสเรื่องจำนวนค่าปรับประมาณ 5,500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 137,993 ล้านบาท) สำหรับการยกเลิกสัญญาจัดหาเรือดำน้ำชั้น Attack มูลค่า 90,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 2 ล้านล้านบาท) เมื่อ ก.ย.64…

อาเซียนยืนยันการจัดประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-อาเซียน สมัยพิเศษ ระหว่าง 12-13 พ.ค.65

กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียน ประกาศเมื่อ 17 เม.ย.65 ว่า อาเซียนและสหรัฐฯ กำหนดจัดประชุมสุดยอดสมัยพิเศษ ระหว่าง 12-13 พ.ค.65 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบความสัมพันธ์ 45 ปี โดยผู้นำอาเซียนและประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน จะหารือแนวทางกระชับความร่วมมือในหลายสาขา อาทิ การรับมือกับโรค COVID-19 และความมั่นคงด้านสุขภาพโลก การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ความร่วมมือทางทะเล การพัฒนาทุนมนุษย์ การศึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ตลอดจนความเชื่อมโยงและความเกี่ยวพันทางเศรษฐกิจ รวมทั้งจะแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นในภูมิภาคและระหว่างประเทศที่ห่วงกังวลร่วมกัน นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายจะกำหนดทิศทางความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ ในอนาคตและแสวงหาการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น

คณะรัฐมนตรีศรีลังกาชุดใหม่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งใน 18 เม.ย.65

เว็บไซต์ ColomboPage รายงานเมื่อ 17 เม.ย.65 ว่า คณะรัฐมนตรีศรีลังกาชุดใหม่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งใน 18 เม.ย.65 ที่ทำเนียบประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา โดยคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีโกตาบายามีจำนวน 22 คน ซึ่งเป็นการแต่งตั้งแทนคณะรัฐมนตรีชุดก่อนจำนวน 26 คน ที่ลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 3 เม.ย.65 หลังประชาชนชุมนุมประท้วงเนื่องจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ประกอบด้วยรัฐมนตรีเดิมจำนวน 10 คน และมีรัฐมนตรีอายุน้อยได้รับแต่งตั้งด้วย อย่างไรก็ตาม รายชื่อคณะรัฐมนตรีศรีลังกาชุดใหม่ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากรัฐมนตรีบางคนที่ได้รับแต่งตั้งอาจจะถอนตัวไม่รับตำแหน่ง

รัสเซียพร้อมปฏิบัติการทางการทหารและความมั่นคงหากฟินแลนด์และสวีเดนเข้าเป็นสมาชิก NATO

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานอ้างทวีตข้อความในเทเลแกรมของนายดมิตรี เมดเวเดฟ รองประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติรัสเซีย เมื่อ 14 เม.ย.65 ว่า รัสเซียจะเสริมความมั่นคงและความปลอดภัยตามแนวชายแดนฝั่งตะวันตก หากฟินแลนด์และสวีเดนเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organisation-NATO) และจะไม่มีการเจรจาในประเด็นสถานะเขตปลอดนิวเคลียร์ในทะเลบอลติก นอกจากนี้ รัสเซียอาจต้องเสริมกองกำลังภาคพื้นดิน ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และวางกองกำลังกองทัพเรือถาวรบริเวณอ่าวฟินแลนด์ ซึ่งรวมถึงสั่งเตรียมพร้อมขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง Iskanders และเรือรบที่ติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ ในวันเดียวกัน นายอเล็กซานเดอร์ กรุสโก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า รัสเซียจะใช้มาตรการด้านความมั่นคงและความปลอดภัยที่จำเป็นหากสวีเดนและฟินแลนด์เป็นสมาชิก NATO ซึ่งฟินแลนด์มีพรมแดนติดรัสเซีย ระยะทาง 1,300 กิโลเมตร จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่รัสเซียจะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการพัฒนาด้านการทหาร และความเป็นไปได้สูงที่รัสเซียจะปรับใช้อาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคบอลติก ขณะที่การดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตกับสวีเดนและฟินแลนด์ยังคงอยู่ แม้ทั้งสองประเทศเข้าร่วมคว่ำบาตร และรณรงค์กับประเทศตะวันตกต่อต้านรัสเซียก็ตาม ทั้งนี้ ฟินแลนด์และสวีเดนจะยื่นเสนอชื่อเป็นสมาชิก NATO ใน มิ.ย.65 หรือในห้วงการประชุมสุดยอด NATO ห้วง 29-30 มิ.ย.65 ที่กรุงมาดริด สเปน

รัสเซียเตือนอาจโจมตีกรุงเคียฟ หากยูเครนยังพยายามก่อวินาศกรรมและบ่อนทำลายในพื้นที่รัสเซีย

พล.ต. Igor Konashenkov โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย แถลงเมื่อ 14 เม.ย.65 ว่า รัสเซียอาจโจมตีศูนย์กลางบัญชาการทางทหารฝ่ายยูเครน รวมถึงที่กรุงเคียฟ หากยูเครนยังไม่ยุติการพยายามก่อวินาศกรรมและบ่อนทำลายรัสเซีย พร้อมอ้างว่า ที่ผ่านมารัสเซียตั้งใจละเว้นการโจมตีศูนย์กลางบัญชาการของยูเครน นอกจากนี้ สำนักข่าว Fontanka สื่อท้องถิ่นของรัสเซีย รายงานในวันเดียวกันว่า เวลาประมาณ 14.00 น. (เวลาท้องถิ่นรัสเซีย) เกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนเขต Korenevsky ภูมิภาค Kursk ของรัสเซียซึ่งมีจุดข้ามแดนกับแคว้น Sumy ยูเครน และก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ Moscow Times รายงานเมื่อ 12 เม.ย.65 ว่า เมืองรอบชายแดนรัสเซียหลายแห่งประกาศเฝ้าระวังการก่อการร้ายระดับสีเหลือง (รุนแรงระดับ 2 จากทั้งหมด 3 ระดับ) เพื่อให้เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลกลางต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการเฝ้าระวัง และประชาชนต้องพกเอกสารสำคัญยืนยันตัวบุคคล เฉพาะอย่างยิ่ง ภูมิภาค Kursk และภูมิภาค Belgorod (ระหว่าง 11-25 เม.ย.65 พร้อมห้ามจุดประทัดในพื้นที่) รวมถึงไครเมีย

ผู้นำสหรัฐฯ มีคะแนนนิยมตกต่ำเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤตยูเครน

เว็บไซต์ The Hill เผยแพร่ผลสำรวจความนิยมประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ เมื่อ 13 เม.ย.65 ซึ่งจัดทำโดยสำนักข่าว CNBC โดยชี้ว่าคะแนนนิยมตกต่ำลงอยู่ที่ร้อยละ 38 เนื่องจากชาวอเมริกันไม่พอใจผลงานการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและวิกฤตยูเครน นอกจากนี้ ชาวอเมริกันร้อยละ 47 เห็นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในปัจจุบันไม่ดี และผู้นำสหรัฐฯ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และราคาพลังงานภายในประเทศได้ตามเป้าหมาย

นายกรัฐมนตรีออสเตรียหารือกับประธานาธิบดีรัสเซีย

นาย Karl Nehammer นายกรัฐมนตรีออสเตรีย เปิดเผยเมื่อ 11 เม.ย.65 ภายหลังการเดินทางเยือนรัสเซียและหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ว่า การหารือเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เปิดกว้าง และจริงจัง แต่การเดินทางเยือนครั้งนี้ไม่ถือเป็นการเยือนที่เป็นมิตร เนื่องจากมีความพยายามหยิบยกประเด็นการสังหารประชาชนในเมือง Bucha ขึ้นหารือ และเน้นย้ำว่าต้องมีผู้รับผิดชอบการปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน ส่วนมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียจะยังคงบังคับใช้ต่อไปจนกว่ารัสเซียจะถอนกำลังทหารออกจากยูเครนโดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ มีข้อมูลที่เชื่อได้ว่ากองทัพรัสเซียเตรียมยกระดับปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีออสเตรียมีกำหนดจะเดินทางเยือนยูเครนเพื่อหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ใน 16 เม.ย.65

ธนาคารโลกคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจในรัสเซีย ยูเครน และมอลโดวา

หนังสือพิมพ์ Moscow Times รายงานเมื่อ 11 เม.ย.65 อ้างรายงานธนาคารโลก (World Bank-WB) ซึ่งคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัจจัยสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนว่า เศรษฐกิจของยูเครนจะหดตัวถึงร้อยละ 45.1 ในปี 2565 ซึ่งต่างจากการประเมินก่อนหน้านี้ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) เมื่อ มี.ค.65 ว่าจะหดตัวเพียงร้อยละ 10-35 ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product-GDP) ของรัสเซียจะหดตัวมากกว่าร้อยละ 11.2 อีกทั้งเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบระดับภูมิภาคจากปัจจัยผู้อพยพ รวมถึงทำให้ราคาพลังงานและธัญพืชเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ มอลโดวาจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากที่สุดเช่นกัน เนื่องจากมีเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับทั้งรัสเซียและยูเครนมาก ทั้งนี้ ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นเหตุการณ์กระทบครั้งใหญ่ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ครั้งที่ 2 ในห้วง 2 ปี (ครั้งแรกเกิดจากวิกฤต COVID-19)

สหรัฐฯ รับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนจากบริเวณชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกเพิ่มขึ้น

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 10 เม.ย.65 ว่า สหรัฐฯ รับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนที่ต้องการเดินทางจากเมือง Tijuana ของเม็กซิโกไปเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่รับได้ประมาณ 600 คนต่อวัน โดยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหรัฐฯ และเม็กซิโกร่วมกันอำนวยความสะดวกและดูแลชาวยูเครนในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันมีชาวยูเครนจำนวนมากรอเดินทางเข้าสหรัฐฯ จากเม็กซิโก หลังจากผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเมื่อปลาย มี.ค.65 ว่าจะรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครน 100,000 คน เพื่อบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมจากสถานการณ์การสู้รบในยูเครน