ผู้นำสหรัฐฯ อิตาลีและเอเชีย จะหารือเกี่ยวกับความมั่นคงพลังงานและคว่ำบาตรรัสเซียด้านพลังงานเพิ่ม

S&P Global Platts บริษัทข้อมูลพลังงานประเมินเมื่อ 9 พ.ค.65 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ จะหารือกับผู้นำอิตาลีและประเทศในเอเชียที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 10 พ.ค.65 เกี่ยวกับประเด็นเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดพึ่งพารัสเซียด้านพลังงาน และแนวทางคว่ำบาตรรัสเซียด้านพลังงานเพิ่มเติม เพื่อเตรียมพร้อมก่อนที่ประธานาธิบดีไบเดน จะเยือนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ห้วงกลาง พ.ค.65 ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกลุ่ม G-7 เห็นพ้องเมื่อ 8 พ.ค.65 ที่จะยกเลิกการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย ควบคู่กับจะค้ำประกันเสถียรภาพและความยั่งยืนด้านปริมาณและราคาพลังงานโลก โดยสหรัฐฯ แคนาดา และสหราชอาณาจักร ให้คำมั่นยกเลิกนำเข้าพลังงานจากรัสเซียแล้ว อย่างไรก็ดี สมาชิกสหภาพยุโรปยังไม่เห็นพ้องในมาตรการดังกล่าว

UNWTO ระงับสมาชิกภาพของรัสเซีย

องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Tourism Organization-UNWTO) ลงมติเมื่อ 27 เม.ย.65 ระงับสมาชิกภาพของรัสเซียในการประชุมวิสามัญครั้งแรกของสมัชชา UNWTO ซึ่งเป็นไปตามมติของคณะมนตรีบริหาร UNWTO ในการประชุมวาระเร่งด่วนเมื่อ มี.ค.65 เนื่องจากการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน ขณะที่รัสเซียประกาศลาออกก่อนที่จะมีการลงมติ ทั้งนี้ มติดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกเกินกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิก 160 ประเทศ ซึ่งจะมีผลในทันที ขณะที่การถอนตัวโดยสมัครใจจะใช้เวลานานถึง 1 ปี หลังจากสมาชิกยื่นเรื่องลาออกอย่างเป็นทางการ การระงับสมาชิกภาพของรัสเซียจะทำให้รัสเซียไม่ได้รับสิทธิหรือสิทธิพิเศษในการเป็นสมาชิก รวมถึงการเข้าร่วมประชุมหรือกิจกรรมของ UNWTO

ออสเตรเลียสนับสนุนอาวุธให้ยูเครนเพิ่มเติม

สำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 27 เม.ย.65 ว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะส่งปืนครก รุ่น M777 พร้อมกระสุน จำนวน 6 กระบอก มูลค่า 26.7 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับยูเครน นอกจากนี้ จะสนับสนุนเงินช่วยเหลือทางมนุษยธรรม มูลค่า 65 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมุ่งปกป้องผู้หญิง เด็ก และผู้สูงอายุ ให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร ที่พัก และและอุปกรณ์การแพทย์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ ออสเตรเลียจัดหาถ่านหินให้กับยูเครนแล้วอย่างน้อย 70,000 ตัน

สหรัฐฯ มุ่งผลักดันกฎหมายยึดทรัพย์ชาวรัสเซียเพื่อช่วยเหลือยูเครน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อ 27 เม.ย.65 ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุระหว่างการชี้แจงงบประมาณต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ ว่า ต้องการขยายขอบเขตอำนาจในการยึดทรัพย์และขายทรัพย์สินของชาวรัสเซีย เช่น เรือยอชต์ เครื่องบิน และคฤหาสน์ เพื่อนำไปขายทอดตลาด และนำรายได้ไปช่วยเหลือยูเครน โดย กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จะสนับสนุนการออกกฎหมายยึดทรัพย์สิน และเสนอกระบวนการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดได้ ให้ยูเครนโดยตรง ทั้งนี้ การขยายขอบเขตอำนาจดังกล่าวจะเอื้อต่อนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการเพิ่มความช่วยเหลือแก่ยูเครน นอกจากนี้ ปัจจุบัน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยังมีบทบาทช่วยเหลือยูเครนด้านการรวบรวมหลักฐานที่จะช่วยบ่งชี้ว่ารัสเซียก่ออาญชากรรมสงครามในยูเครนด้วย

EU จะงดเว้นเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากยูเครน 1 ปี

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 27 เม.ย.65 ว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission-EC) เตรียมเสนอแนวทางงดเว้นการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากยูเครนที่ไม่อยู่ในรายชื่อสินค้าภายในข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Area-FTA) ที่สำคัญ คือ ผักและผลไม้ สินค้าทางการเกษตรที่จำกัดโควต้า และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นระยะเวลา 1 ปี นอกจากนี้ ยูเครนจะได้รับการยกเว้นจากมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard Measure-SG) ซึ่งเป็นมาตรการทางการค้าที่ประเทศผู้นําเข้าใช้คุ้มครองอุตสาหกรรมภายในที่ได้รับความเสียหาย หรือมีแนวโน้มที่จะได้รับความเสียหายจากการนําเข้า ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีขึ้นเพื่อช่วยให้ยูเครนยังสามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ และมีรายได้เข้าสู่ประเทศ โดยข้อเสนอดังกล่าวจะต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภายุโรปและประเทศสมาชิก ก่อนบังคับใช้อย่างป็นทางการ

เยอรมนีจัดส่งยุทโธปกรณ์หนักไปยังยูเครนเป็นครั้งแรก

กระทรวงกลาโหมเยอรมนี แถลงเมื่อ 26 เม.ย.65 ยืนยันการจัดส่งรถถังต่อต้านอากาศยาน Gepard จำนวนหลายคันไปยังยูเครน หลังจากเผชิญแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศให้เพิ่มความช่วยเหลือด้านการทหารต่อยูเครนมากขึ้น และวิจารณ์ว่าเยอรมนีไม่แสดงบทบาทนำในฐานะประเทศมหาอำนาจ แต่แสดงความลังเลในการให้ความช่วยเหลือทางทหารที่จำเป็น โดยก่อนหน้านี้นาย Olaf Scholz นายกรัฐมนตรีเยอรมนีชี้แจงว่า เยอรมนีจัดส่งอาวุธให้ยูเครนอย่างต่อเนื่องจนอาวุธสำรองในคลังอาวุธอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ การจัดส่งรถถังต่อต้านอากาศยานไปยังยูเครนถือเป็นการจัดส่งยุทโธปกรณ์หนักไปยังพื้นที่ขัดแย้งครั้งแรกของเยอรมนี นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน

แคนาดาพบการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกในรัฐบริติชโคลัมเบีย

หน่วยงานด้านตรวจสอบอาหารของแคนาดาแถลงเมื่อ 25 เม.ย.65 ว่าพบการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในรัฐบริติชโคลัมเบีย โดยการแพร่ระบาดยังไม่ขยายตัวและไม่ปรากฏการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกจากสัตว์สู่คน อย่างไรก็ดี หน่วยงานดังกล่าวและกระทรวงเกษตรของแคนาดาเฝ้าระวังการแพร่ระบาดดังกล่าวอย่างใกล้ชิดพร้อมกับกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงด้านการแพร่ระบาดสู่คนและการเพิ่มมาตรการด้านสาธารณสุข

โคลอมเบียเตรียมยกเลิกมาตรการบังคับใส่หน้ากากอนามัยในบางพื้นที่ตั้งแต่ 1 พ.ค.65

ประธานาธิบดีอีวาน ดูเก ของโคลอมเบียแถลงเมื่อ 25 เม.ย.65 ว่า โคลอมเบียเตรียมยกเลิกมาตรการบังคับใส่หน้ากากอนามัยในสถานที่ปิดเพื่อป้องกัน COVID-19 ตั้งแต่ 1 พ.ค.65  เป็นต้นไป ยกเว้นสถานศึกษา หน่วยงานด้านสาธารณสุข คมนาคม และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โดยเน้นเฉพาะพื้นที่ที่ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนมากกว่าร้อยละ 70 และได้รับการฉีดวัคซีนครบสองเข็มคิดเป็นร้อยละ 40 ของประชากรทั้งหมด ส่วนนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศ ต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบสองเข็มหรือแสดงผลการตรวจ COVID-19 ที่เป็นลบภายใน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง

เศรษฐกิจกลุ่มประเทศ GCC มีแนวโน้มเติบโตเร็วและขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5.9 ในปี 2565

สำนักข่าวReuters รายงานเมื่อ 26 เม.ย.65 อ้างผลสำรวจความเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์ของ Reuters poll เกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council-GCC) ประกอบด้วย บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates-UAE) ระหว่าง 12-22 เม.ย.65 คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มประเทศ GCC ในปี 2565 มีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5.9 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าเศรษฐกิจซาอุดีอาระเบียซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคจากการเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบชั้นนำของโลก จะเติบโตร้อยละ 6.3 ส่วนคูเวตจะเติบโตร้อยละ 6.4 UAE ร้อยละ 5.6 ขณะที่กาตาร์ โอมาน และบาห์เรน จะเติบโตร้อยละ 4 นอกจากนี้คาดว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่ ก.พ.65 (เฉลี่ย 111 ดอลลาร์สหรัฐฯ…

ราคาสินค้าเกษตรในสหรัฐฯ บางรายการจะปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ในปี 2565

สำนักข่าวBloomberg รายงานอ้างการประเมินของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (United States Department of Agriculture-USDA) เมื่อ 26 เม.ย.65 ว่า ราคาสินค้าเกษตรบางรายการในสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 6 – 7 ในปี 2565 ซึ่งเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวเมื่อเทียบกับการประเมินเมื่อ ม.ค.65 ที่ร้อยละ 2.5 สำหรับสินค้าเกษตรและสินค้าบริโภคที่มีแนวโน้มปรับราคาสูงขึ้นมากที่สุด ได้แก่ ไข่ไก่ ‎cereal‎ เนื้อวัว เนื้อไก่ และผักสด ซึ่งเป็นผลจากการการปรับขึ้นต้นทุนด้านพลังงานและค่าแรง ทั้งนี้  สำนักข่าว Bloomberg คาดว่า ราคาสินค้าดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 จะลดอำนาจซื้อชาวอเมริกัน 450 ดอลลาร์สหรัฐ/ครัวเรือน/ปี ขณะที่ JPMorgan Chase& Co. สถาบันการเงินระดับโลกของสหรัฐฯ ประเมินว่า ราคาสินค้าประเภทอาหารในสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่วน Albertsons Cos.บริษัทค้าปลีกของสหรัฐฯ ประเมินว่า ราคาสินค้ากลุ่มดังกล่าวจะปรับสูงขึ้นจนถึง ก.ย.65