เกาหลีใต้เตรียมสนับสนุนยุทโธปกรณ์ไม่ร้ายแรงและอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่ยูเครน

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 อ้างโฆษกกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ว่า เกาหลีใต้เตรียมจัดส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารที่ไม่ร้ายแรง (Non-lethal weapons) และอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ หมวกนิรภัยกันกระสุน เต็นท์ อาหารพร้อมรับประทาน ผ้าห่ม ชุดปฐมพยาบาล ให้แก่ยูเครนตามการร้องขอเพื่อเป็นการสนับสนุนยูเครนต่อต้านการรุกรานจากรัสเซีย อย่างไรก็ดี กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้อยู่ระหว่างหารือกับยูเครนถึงรายละเอียดการขนส่งอุปกรณ์ข้างต้น ก่อนหน้านี้ ยูเครนร้องขอการสนับสนุนอาวุธร้ายแรงจากเกาหลีใต้และประเทศอื่น ๆ อาทิ ปืนไรเฟิล ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง แต่เกาหลีใต้ไม่สามารถส่งอาวุธร้ายแรง เนื่องจากมีข้อจำกัดในการใช้งาน

นิวซีแลนด์ประกาศให้วีซ่าชั่วคราวรูปแบบพิเศษและสนับสนุนเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ชาวยูเครน

นาย Kris Faafoi รัฐมนตรีตรวจคนเข้าเมืองนิวซีแลนด์ ออกแถลงการณ์ประกาศนโยบายเฉพาะกิจเพื่อยูเครน ปี 2565 (2022 Special Ukraine Policy) ว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์กำหนดวีซ่าชั่วคราวรูปแบบพิเศษ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ชาวยูเครนในนิวซีแลนด์ประมาณ 1,600 คน ในการอุปถัมภ์สมาชิกครอบครัวในยูเครนให้สมัครวีซ่าดังกล่าว ซึ่งจะให้สิทธิเป็นวีซ่าทำงานหรือนักเรียน เป็นเวลา 2 ปี โดยคาดว่าจะครอบคลุมชาวยูเครน ประมาณ 4,000 คน ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ระยะเวลา 1 ปี จนถึง 15 มี.ค.66 นอกจากนี้ นาง Nanaia Mahuta รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ แถลงจะสนับสนุนเงินทุนแก่ชาวยูเครนอีก 4 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 90 ล้านบาท) เพิ่มเติมจากเดิมจำนวน 2 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 45 ล้านบาท) ที่ได้สนับสนุนให้ชาวยูเครนในพื้นที่แล้ว โดยจะแบ่งสนับสนุนผ่านกองทุนมนุษยธรรมเพื่อยูเครนขององค์การสหประชาชาติ จำนวน 2 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ และสนับสนุนผ่านข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ…

สหราชอาณาจักรสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวยูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า สหราชอาณาจักรประกาศแผน Homes for Ukraine หรือบ้านเพื่อชาวยูเครนที่ต้องการลี้ภัยมายังสหราชอาณาจักร แม้จะไม่มีครอบครัวหรือญาติอาศัยอยู่ก่อน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายมูลค่า 350 ปอนด์สเตอริง/เดือน (ประมาณ 15,230 บาท) ให้กับครัวเรือนที่สามารถให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งผู้ที่จะให้ที่พักพิงจะต้องแสดงหลักฐานยืนยันว่าที่พักได้ตามมาตรฐานและผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเมินว่ามีจำนวนผู้ลี้ภัยจากยูเครนแล้วอย่างน้อย 4 ล้านคน

อินเดียจะย้ายที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเคียฟไปโปแลนด์ชั่วคราว

กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า จะย้ายที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเคียฟ ไปที่โปแลนด์เป็นการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ในยูเครนรุนแรงขึ้น โดยมีการโจมตีพื้นที่ทางตะวันตกของยูเครนต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของอินเดียจะติดตามและประเมินสถานการณ์เพิ่มเติมเป็นระยะ

NATO กังวลว่ารัสเซียอาจใช้อาวุธเคมี

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ระบุเมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า รัสเซียอาจหยิบยกประเด็นห้องปฏิบัติการอาวุธชีวภาพในยูเครนเป็นข้ออ้างใช้อาวุธเคมีโจมตียูเครน ซึ่งจะถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางสงคราม นอกจากนี้ NATO เน้นย้ำการปฏิเสธข้อเรียกร้องของยูเครนในการประกาศเขตห้ามบิน เนื่องจากกังวลว่าจะทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างประเทศตะวันตกกับรัสเซียโดยตรง ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดและรุนแรงขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่ประธานาธิบดี Andrzej Duda ของโปแลนด์ ระบุว่า NATO อาจแทรกแซงทางทหารในยูเครนหากรัสเซียใช้อาวุธเคมี

เลขาธิการ UN เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศร่วมรับมือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของรัสเซีย

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) ระบุเมื่อ 10 มี.ค.65 เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศร่วมกันรับมือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของรัสเซีย และปกป้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรง การโจมตีทางไซเบอร์ และการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร นอกจากนี้ ยังวิตกกับการบุกยูเครนของรัสเซียที่ทำให้ราคาพลังงานและราคาอาหารโลกสูงขึ้น รวมทั้งเกิดภาวะอดอยากทั่วโลก เนื่องจากรัสเซียและยูเครนมีความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงาน เฉพาะอย่างยิ่ง เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ยิ่งส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ในห้วงหลังการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

กาชาดสิงคโปร์จะบริจาคเงินช่วยเหลือยูเครนเพิ่มเติม

กาชาดสิงคโปร์ (Singapore Red Cross-SRC) แถลงเมื่อ 10 มี.ค.65 ว่า เตรียมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวยูเครนและผู้ที่ได้รับผลกระทบประเทศข้างเคียง อาทิ ชาวโปแลนด์ ชาวฮังการี ชาวลิทัวเนีย ชาวสโลวะเกีย ชาวมอลโดวา และชาวโรมาเนีย เพิ่มอีก 2.4 ล้านดอลลาห์สิงคโปร์ (ประมาณ 58 ล้านบาท) ผ่านสภากาชาดยูเครน (Ukrainian Red Cross Society-URCS) สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (The International Federation Of Red Cross And Red Crescent Societies-IFRC) เพื่อนำไปใช้ในการจัดหาอุปกรณ์บรรเทาทุกข์ รวมถึงตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ การสร้างที่พักพิงฉุกเฉิน การส่งเสริมด้านสุขอนามัย และการสนับสนุนด้านจิตสังคม

ลิเบียประกาศเริ่มผลิตน้ำมันได้อีกครั้งหลังกลุ่มติดอาวุธถอนกำลังออกจากการปิดล้อม

บริษัทน้ำมันแห่งชาติ (National Oil Corporation – NOC) ของรัฐบาลลิเบีย ประกาศเมื่อ 8 มี.ค.65 ว่า สามารถกลับมาผลิตน้ำมันในบ่อน้ำมันหนึ่งแห่งได้อีกครั้ง หลังจากกลุ่มติดอาวุธถอนกำลังออกจากการปิดล้อมท่อส่งน้ำมันและบ่อน้ำมันสองแห่ง ได้แก่ บ่อน้ำมัน Al-Sharara และบ่อน้ำมัน Al-Fil ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันหลักของลิเบีย ซึ่งทำให้ NOC ต้องระงับการผลิตน้ำมันในบ่อน้ำมันทั้งสองแห่งเมื่อ 6 มี.ค.65 โดย NOC ประกาศเปิดใช้งานท่อส่งน้ำมัน Al-Riyayna และเริ่มผลิตน้ำมันในบ่อ Al-Sharara แล้ว ในขณะที่บ่อน้ำมัน Al-Fil ยังต้องระงับการผลิตต่อไป เนื่องจากได้รับความเสียหายจากการปิดล้อมของกลุ่มติดอาวุธ โดยจำเป็นต้องซ่อมแซมก่อนเปิดผลิตน้ำมัน

นายยุน ซ็อก-ย็อล จากพรรค People Power ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 10 มี.ค.65 ว่า นายยุน ซ็อก-ย็อล (อายุ 61 ปี) ผู้สมัครจากพรรค People Power (พรรคฝ่ายค้านหลัก) ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ โดยได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 48.56 ขณะที่นายอี แจ-มย็อง ผู้สมัครจากพรรค Democratic (พรรครัฐบาล) ได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 47.83 ซึ่งคะแนนเสียงที่ห่างกันเพียงร้อยละ 0.73 เป็นคะแนนเสียงของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างอันดับ 1 กับอันดับ 2 ที่ใกล้เคียงกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ หลังได้รับชัยชนะ นายยุน ซ็อก-ย็อล กล่าวต่อสมาชิกพรรคที่รัฐสภาว่า ชาวเกาหลีใต้ทุกคนไม่ว่าชนชั้นใดมีความเท่าเทียมกัน และต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม และจะให้ความสำคัญสูงสุดกับความสามัคคีของคนในชาติ

ประธานมูลนิธิ Nippon Foundation ของญี่ปุ่นพบกับชนกลุ่มน้อยเมียนมาที่ จังหวัดเชียงใหม่

สำนักข่าวอิรวดี รายงานเมื่อ 9 มี.ค.65 ว่า นายโยเฮอิ ซาซากะวะ ประธานมูลนิธิ Nippon Foundation และผู้แทนพิเศษญี่ปุ่นด้านความปรองดองในเมียนมา พบหารือกับชนกลุ่มน้อยเมียนมาที่ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่าง 9-10 มี.ค.65 ได้แก่ สหภาพแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) สภากอบกู้รัฐฉาน (The Restoration Council of Shan State-RCSS) พรรครัฐมอญใหม่ (New Mon State Party -NMSP) กองทัพปลดปล่อยแห่งชนชาติปะโอ (Pa-O National Liberation Organization-PNLO) และพรรคก้าวหน้าแห่งรัฐคะยา (Karenni National Progressive Party-KNPP) โดย KNPP เป็นกลุ่มเดียวที่ยังไม่ลงนามข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (Nationwide Ceasefire Agreement-NCA) กับรัฐบาลเมียนมา  พร้อมทั้งน่าจะพบหารือกับอูอ่องไนง์อูและอูหละหม่องฉ่วย สมาชิกศูนย์สันติภาพและความปรองดองของเมียนมาด้วย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การเมืองเมียนมามองว่าการพบหารือครั้งนี้อาจไม่ประสบผลสำเร็จหรือมีความคืบหน้าที่เด่นชัด…